บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ วงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท อายุไม่เกิน 2 ปี ของ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER ที่ระดับ “BBB-“ พร้อมคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “BBB” และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ชุดปัจจุบันที่ระดับ “BBB-“ ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” โดยบริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ชำระหนี้และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
ปัจจัยสนับสนุนและแรงกดดันทางการเงิน
อันดับเครดิตสะท้อนถึงสินทรัพย์การผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีการกระจายตัว ช่วยสร้างกระแสเงินสดมั่นคงภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว โดยมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นสินทรัพย์หลักที่มีความเสี่ยงการดำเนินงานต่ำ อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยท้าทายจากความเสี่ยงด้านกฎระเบียบในประเทศเวียดนามที่มีการลงทุนจำนวนมาก ส่งผลให้มีลูกหนี้ค้างชำระในระดับสูงและมีภาระหนี้ใกล้ครบกำหนดจำนวนมาก
ทั้งนี้ หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน มีอันดับเครดิตต่ำกว่าอันดับเครดิตองค์กร 1 ขั้น เนื่องจากเจ้าหนี้ไม่มีหลักประกันมีสถานะเสียเปรียบกว่าเจ้าหนี้ที่มีลำดับได้รับชำระคืนก่อน โดย ณ เดือนมิถุนายน 2569 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมอยู่ที่ระดับ 88%
ผลประกอบการและการบริหารสภาพคล่อง
ผลประกอบการช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย จากความล่าช้าในการเปิดดำเนินงานโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Bac Lieu และมีค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย 253 ล้านบาท จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Loc Ninh 3 ในเวียดนาม ส่งผลให้มี EBITDA อยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท เทียบกับประมาณการทั้งปีที่ 6 พันล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA อยู่ที่ 6.5 เท่า
สำหรับสภาพคล่องประเมินว่าอยู่ในภาวะตึงตัวแต่ยังสามารถบริหารจัดการได้ โดยคาดว่าจะใช้การรีไฟแนนซ์ ปรับตารางชำระหนี้ ร่วมกับการใช้เงินสดในมือ วงเงินสินเชื่อธนาคารที่เบิกใช้ได้ และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันการเงินและมีประวัติการรีไฟแนนซ์ที่ต่อเนื่อง
แนวโน้มอันดับเครดิตและปัจจัยในอนาคต
แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” สะท้อนการคาดการณ์ว่าโครงการโรงไฟฟ้าเดิมจะสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่อง และโครงการใหม่จะเปิดดำเนินการตามกำหนด รวมถึงลูกหนี้ค้างชำระจากการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) จะทยอยลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ปรับลดลงต่ำกว่า 6 เท่า ในอนาคต
ในทางกลับกัน ทริสเรทติ้งอาจปรับลดอันดับเครดิตหากอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA สูงเกินกว่า 8 เท่า ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการดำเนินงานถดถอย การลงทุนที่ใช้เงินกู้สูง งบก่อสร้างบานปลาย การจ่ายเงินของ EVN ล่าช้า หรือมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเพิ่มขึ้น
#SUPER #ซุปเปอร์เอนเนอร์ยี #ทริสเรทติ้ง #หุ้นกู้ #อันดับเครดิต #พลังงานหมุนเวียน #ข่าวเศรษฐกิจ

