แอปเปิลจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวทัพผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ประจำปีอย่างเป็นทางการ นำโดยสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้รุ่นแรก iPhone Duo ควบคู่กับการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง iPhone 18 Pro อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ Apple Watch Series 12, Apple Watch Ultra 4 และหูฟังไร้สาย AirPods 5 มุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการประมวลผล ระบบตรวจวัดสุขภาพ และเทคโนโลยีการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ
Apple เปิดตัว iPhone Duo จอพับรุ่นแรก เริ่มต้น 79,900 บ.
แอปเปิล (Apple) ประกาศเปิดตัว iPhone Duo สมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้รุ่นแรกของบริษัทอย่างเป็นทางการ ชูจุดเด่นด้านการผสานนวัตกรรมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่สุดและตัวเครื่องที่บางที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา พร้อมขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล A20 Pro โดยเตรียมเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในประเทศไทยวันที่ 16 ตุลาคม 2569 และเริ่มวางจำหน่ายจริงในวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ในราคาเริ่มต้น 79,900 บาท
ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นของ iPhone Duo ดีไซน์จอพับและระบบ iOS โฉมใหม่
iPhone Duo ได้รับการพัฒนาด้วยโครงสร้างกรอบและฝาครอบบานพับจากวัสดุไทเทเนียม เกรด 5 ตัวเครื่องเมื่อกางออกจะเผยหน้าจอภายในขนาด 7.6 นิ้ว แบบ Super Retina XDR ซึ่งมีพื้นที่แสดงผลมากกว่า iPhone 18 Pro Max ถึง 50% พร้อมการเคลือบผิวแบบนาโนเท็กซ์เจอร์เพื่อลดแสงสะท้อน และมีความสว่างสูงสุด 3,000 นิต ขณะที่จอภาพด้านนอกมีพื้นที่ครอบคลุมมากกว่า 90% ของหน้าจอ iPhone 18 Pro
ด้านระบบปฏิบัติการได้รับการปรับแต่งให้สอดรับกับการใช้งานหน้าจอพับผ่านฟังก์ชันการทำงานแบบมัลติทาสก์ด้วย Split View ที่ช่วยให้เปิดแอปพลิเคชันพร้อมกันสองหน้าต่างได้ทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง ตัวเครื่องสามารถจัดวางและปรับมุมมองได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การวางตั้งเพื่อใช้งานโหมดสแตนด์บาย การโทร FaceTime แบบไม่ต้องถือตัวเครื่อง รวมถึงการแสดงผล Duo FaceTime ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ใกล้เคียงเข้าร่วมการสนทนาผ่านหน้าจอด้านนอกได้อย่างสะดวก
ขุมพลังชิปประมวลผล A20 Pro และระบบกล้องคู่ Dual Fusion 48MP
ด้านสถาปัตยกรรมภายใน iPhone Duo ทำงานบนชิปประมวลผล A20 Pro พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยไอระเหย (Vapor Chamber) เพื่อรองรับการประมวลผลกราฟิกและการใช้งานฟังก์ชันปัญญาประดิษฐ์ Apple Intelligence และ Siri AI ตัวเครื่องออกแบบระบบแบตเตอรี่คู่เพื่อการกระจายน้ำหนักและรองรับการใช้งานพลังงานได้ตลอดทั้งวัน
ระบบกล้องหลังมาพร้อมชุดกล้องคู่ Dual Fusion 48MP รองรับการถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูง การบันทึกวิดีโอระดับ 4K แบบ Dolby Vision HDR และระบบติดตามโฟกัสอัจฉริยะ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีกล้องหน้า 18MP Center Stage ที่รองรับการปรับเฟรมอัตโนมัติทั้งแนวตั้งและแนวนอน และรองรับการยืนยันตัวตนด้วยเซ็นเซอร์ Touch ID บริเวณปุ่มด้านข้างของตัวเครื่อง
ราคาและความจุของ iPhone Duo
ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีสตาร์ไวท์ และ สีไนท์สกาย โดยวางจำหน่ายใน 4 ขนาดความจุ ได้แก่
รุ่นความจุ 256GB ราคา 79,900 บาท
รุ่นความจุ 512GB ราคา 87,900 บาท
รุ่นความจุ 1TB ราคา 103,900 บาท
รุ่นความจุ 2TB ราคา 127,900 บาท
กำหนดการสั่งซื้อล่วงหน้าและการวางจำหน่ายในไทย
สำหรับกำหนดการจำหน่ายในประเทศไทย แอปเปิลเปิดให้ผู้สนใจเริ่มสั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 19:00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางออนไลน์ของ Apple และมีกำหนดการเริ่มจัดส่งพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นของ iPhone 18 Pro และระบบกล้องปรับรูรับแสงได้
iPhone 18 Pro มาพร้อมกล้องหลัก 48MP Fusion ที่ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่ นำระบบกลไกรูรับแสงแบบปรับค่าได้ (Variable Aperture) มาใช้งาน ซึ่งใช้ใบเบลดที่ตัดด้วยเลเซอร์จำนวน 6 ชิ้น ทำงานร่วมกับระบบการประมวลผลภาพเชิงคำนวณ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมระยะชัดลึกและรับแสงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมโหมดตัวควบคุมระดับ Pro ในแอปกล้องที่ปรับค่าความเร็วชัตเตอร์ ไวท์บาลานซ์ และรูรับแสงได้โดยตรง
นอกจากนี้ ยังเปิดตัวคุณสมบัติภาพอ้างอิงของ Apple (Apple Verified Photos) ที่ขับเคลื่อนโดยเซ็นเซอร์ใหม่ในกล้องหลัก ซึ่งทำการรับรองข้อมูลระดับพิกเซลผ่าน Private Cloud Compute และรองรับมาตรฐาน SynthID เพื่อช่วยตรวจสอบและระบุภาพถ่ายจริงจากภาพที่ผ่านการตกแต่งหรือสร้างสรรค์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อรองรับมาตรฐานงานสื่อมวลชนและงานภาพถ่ายระดับอาชีพ
ส่วนของหน้าจอแสดงผล iPhone 18 Pro มีขนาด 6.3 นิ้ว และ iPhone 18 Pro Max มีขนาด 6.9 นิ้ว ได้รับการปรับปรุงพื้นที่ Dynamic Island แบบใหม่ ให้สามารถแสดงผลกิจกรรมสด (Live Activities) ได้พร้อมกันสูงสุดถึง 3 กิจกรรม ควบคู่กับการทำงานของระบบสแกนใบหน้า Face ID เพื่อความปลอดภัยในการยืนยันตัวตน
ชิปประมวลผล การเชื่อมต่อ และโครงสร้างแบตเตอรี่ใหม่
ด้านสถาปัตยกรรมภายใน ทั้งสองรุ่นมาพร้อมการออกแบบโครงสร้างแบตเตอรี่ใหม่ที่ช่วยรองรับการชาร์จผ่านสายที่รวดเร็วขึ้น พร้อมใช้ประสิทธิภาพจากหน่วยประมวลผลเพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไอโฟน
สำหรับการเชื่อมต่อไร้สาย ตัวเครื่องได้รับการติดตั้งชิประบบเครือข่ายไร้สาย N1 ที่ออกแบบโดย Apple รองรับมาตรฐานเครือข่าย Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread เสริมด้วยระบบโมเด็มเซลลูลาร์ C2 เจเนอเรชันถัดไปที่นำ AI มาช่วยเพิ่มความเสถียรและประสิทธิภาพการรับส่งสัญญาณข้อมูล
ราคาและความจุของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max
ตัวเครื่องผลิตด้วยวัสดุที่มีความทนทานสูง มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเบอร์กันดี, สีธารน้ำแข็ง, สีเงิน และ สีดำ โดยแบ่งตามความจุและราคาจำหน่ายดังนี้
iPhone 18 Pro (หน้าจอ 6.3 นิ้ว)
-
ความจุ 256GB ราคา 48,900 บาท
-
ความจุ 512GB ราคา 56,900 บาท
-
ความจุ 1TB ราคา 72,900 บาท
-
ความจุ 2TB ราคา 96,900 บาท
iPhone 18 Pro Max (หน้าจอ 6.9 นิ้ว)
-
ความจุ 256GB ราคา 52,900 บาท
-
ความจุ 512GB ราคา 60,900 บาท
-
ความจุ 1TB ราคา 76,900 บาท
-
ความจุ 2TB ราคา 100,900 บาท
กำหนดการสั่งซื้อล่วงหน้าและการวางจำหน่าย
สำหรับกำหนดการในประเทศไทย แอปเปิลเปิดให้ผู้สนใจสั่งซื้อล่วงหน้า (Pre-order) ได้ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ผ่านช่องทางออนไลน์ของ Apple รวมถึงร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

Apple เปิดตัว Apple Watch Series 12 และ Ultra 4 เริ่ม 14,900 บ.
แอปเปิล (Apple) ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ Apple Watch Series 12, Apple Watch Ultra 4 และคอลเลกชันหรูหรา Apple Watch Hermès Series 12 โดยมุ่งเน้นการยกระดับระบบเซ็นเซอร์สุขภาพใหม่หมดจด ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล S11 เพิ่มความแม่นยำในการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และขยายระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ พร้อมเปิดราคาจำหน่ายในประเทศไทยเริ่มต้นที่ 14,900 บาท
ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นของ Apple Watch Series 12
Apple Watch Series 12 ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล S11 และระบบตรวจวัดสุขภาพใหม่ (Health Sensing System) ที่ใช้หลอดไฟ LED สีเขียวขนาดใหญ่ขึ้นบนเซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบออปติคัล สามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ทุกๆ 5 วินาทีตลอดทั้งวัน ซึ่งแอปเปิลระบุว่าให้ผลการตรวจวัดที่แม่นยำที่สุดในกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ พร้อมรองรับการวัดความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) ที่มีความถี่สูงขึ้น เพื่อประมวลผลคะแนนความพร้อมของร่างกาย (Readiness Score)
หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ OLED มุมกว้าง LTPO3 จอภาพ Retina แบบติดตลอด ให้ความสว่างสูงสุด 2,000 นิต ตัวเรือนมีให้เลือกในขนาด 42 มิลลิเมตร และ 46 มิลลิเมตร พร้อมวัสดุที่หลากหลาย ได้แก่ อะลูมิเนียม (สีดาร์กบรอนซ์, สีดำ, สีทองอ่อน และสีสเปซเกรย์), ไทเทเนียม (สีทองเปล่งประกาย และสีไทเทเนียมธรรมชาติ) และวัสดุเซรามิก (สีขาวไข่มุก และสีไนท์บลู) แบตเตอรี่รองรับการใช้งานทั่วไปสูงสุด 24 ชั่วโมง และในโหมดประหยัดพลังงานสูงสุด 38 ชั่วโมง พร้อมระบบชาร์จเร็ว ชาร์จ 15 นาทีสามารถใช้งานต่อได้สูงสุด 12 ชั่วโมง
สมรรถนะขั้นสูงของ Apple Watch Ultra 4
Apple Watch Ultra 4 ได้รับการออกแบบสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและกีฬาผจญภัยขั้นสูง ตัวเรือนผลิตจากวัสดุไทเทเนียมขนาด 49 มิลลิเมตร มีให้เลือกในสีไทเทเนียมธรรมชาติและสีดำ หน้าจอแสดงผล Retina แบบติดตลอด ความสว่างสูงสุด 3,000 นิต พร้อมเซ็นเซอร์วัดความลึกสูงสุด 40 เมตร และความสามารถในการทนน้ำที่ระดับ 100 เมตร ขับเคลื่อนด้วยชิป S11 และระบบระบุตำแหน่ง GPS แบบความถี่คู่ที่มีความแม่นยำสูง
“ระบบ Health Sensing System และชิป S11 ใหม่ นำพา Apple Watch Ultra 4 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ทนทานและทรงความสามารถที่สุดของเราไปสู่อีกระดับ ส่งมอบอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น การชาร์จที่รวดเร็วขึ้น และการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำที่สุดในบรรดาอุปกรณ์สวมใส่” Kaiann Drance รองประธานฝ่าย Worldwide Apple Watch Product กล่าว โดยตัวเครื่องรองรับการใช้งานทั่วไปนานสูงสุด 50 ชั่วโมง และโหมดประหยัดพลังงานขั้นสูง (Max Extended Workout) นานสูงสุดถึง 45 ชั่วโมง พร้อมการบันทึกตำแหน่ง GPS ทุก 1 วินาที
ความร่วมมือระดับพรีเมียมใน Apple Watch Hermès Series 12
Apple Watch Hermès Series 12 ยังคงสานต่อความร่วมมือด้านงานฝีมือระดับสูง ตัวเรือนไทเทเนียมมาพร้อมสายรูปแบบใหม่ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ สายแบบ Rocabar Club ที่ใช้วัสดุถักลวดลายตัวอักษร H เพื่อสะท้อนรากเหง้ากีฬาขี่ม้าของแบรนด์ รวมถึงสายแบบ Kilim Simple Tour จากยางขึ้นรูปกันน้ำ และสายสแตนเลสสตีล Grand H กับ Grand H Fin ที่ออกแบบให้มีตัวล็อครูปปีกผีเสื้อ
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวสายดำน้ำ Scub’H Diving และสายไทเทเนียม Grand H Titane สำหรับใช้งานร่วมกับ Apple Watch Ultra 4 พร้อมหน้าปัดนาฬิกาเฉพาะรุ่นที่แสดงภาพวาดนักดำน้ำและม้าน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hermès โดยทุกรุ่นมาพร้อมสายสำรอง Hermès Sport Band สำหรับการออกกำลังกาย
ราคาและการวางจำหน่ายในประเทศไทย
กลุ่มผลิตภัณฑ์นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ของแอปเปิลเปิดให้สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของ Apple ประเทศไทย โดยมีรายละเอียดราคาจำหน่ายเริ่มต้นดังนี้
-
Apple Watch Series 12 ตัวเรือนอะลูมิเนียม ขนาด 42 มม. รุ่น GPS ราคาเริ่มต้น 14,900 บาท
-
Apple Watch Series 12 ตัวเรือนอะลูมิเนียม ขนาด 46 มม. รุ่น GPS ราคาเริ่มต้น 16,900 บาท
-
Apple Watch Series 12 ตัวเรือนเซรามิก รุ่น GPS + Cellular ราคาเริ่มต้น 33,700 บาท
-
Apple Watch Ultra 4 ตัวเรือนไทเทเนียม ขนาด 49 มม. รุ่น GPS + Cellular ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท
-
Apple Watch Hermès Series 12 ขนาด 42 มม. ราคาเริ่มต้น 50,000 บาท
-
Apple Watch Hermès Series 12 ขนาด 46 มม. ราคาเริ่มต้น 52,000 บาท

Apple เปิดตัว AirPods 5 ตัดเสียงดีขึ้น 1.5 เท่า เริ่ม 4,790 บ.
แอปเปิล (Apple) ประกาศเปิดตัว AirPods 5 หูฟังไร้สายเจเนอเรชันใหม่อย่างเป็นทางการ ชูจุดเด่นด้านสถาปัตยกรรมระบบเสียงใหม่และประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนที่ดีขึ้น โดยเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในประเทศไทยผ่านช่องทางออนไลน์ของ Apple ในราคาเริ่มต้น 4,790 บาท และรุ่นพร้อมเคสชาร์จแบบไร้สายในราคา 5,490 บาท
ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นของ AirPods 5
AirPods 5 ได้รับการพัฒนาด้านวิศวกรรมเสียงด้วยการออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมภายในใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้มิติเสียงมีความคมชัด แม่นยำ และครอบคลุมทุกย่านความถี่ ช่วยยกระดับประสบการณ์รับฟังคอนเทนต์ความบันเทิงและการสื่อสารในทุกสถานการณ์
ระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (Active Noise Cancellation) ในรุ่นนี้ได้รับการยกระดับขีดความสามารถในการทำงาน โดยสามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 1.5 เท่า ตามผลการทดสอบมาตรฐานอุตสาหกรรม ช่วยลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมรอบข้างได้อย่างมีเสถียรภาพ
การเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกับระบบนิเวศ
ตัวหูฟังได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์รุ่นใหม่ในระบบนิเวศของ Apple ได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งสมาร์ทโฟนจอพับ iPhone Duo, สมาร์ทโฟนเรือธง iPhone 18 Pro ตลอดจนอุปกรณ์สวมใส่อย่าง Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4
สำหรับการส่งผ่านสัญญาณเสียง ตัวอุปกรณ์รองรับการโต้ตอบด้วยเสียงและการทำงานร่วมกับระบบสั่งการอัจฉริยะได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้คุณภาพสัญญาณเสียงที่มีความเสถียรขณะสนทนาสายโทรศัพท์ในทุกสภาพแวดล้อม
ราคาและการวางจำหน่าย
AirPods 5 วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยแบ่งออกเป็น 2 ตัวเลือก ได้แก่
-
AirPods 5 (รุ่นมาตรฐาน พร้อมเคสชาร์จ USB-C) ราคา 4,790 บาท
-
AirPods 5 พร้อมเคสชาร์จแบบไร้สาย (เพิ่มเซ็นเซอร์แรงกดควบคุมระดับเสียงและแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น) ราคา 5,490 บาท
ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของ Apple ทางการและร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศ
#Apple, #iPhoneDuo, #iPhone18Pro, #AppleWatchSeries12, #AppleWatchUltra4, #AirPods5, #iOS, #สมาร์ทโฟนจอพับ, #เทคโนโลยี

