ครม. เคาะร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล

ครม. เคาะร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 12 นาที

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. …. ตามที่สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) เสนอ พร้อมมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน เพื่อปรับปรุงกฎหมายเดิมให้รองรับการค้าและการทำธุรกรรมยุคใหม่ตามมาตรฐานสากล

การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้เป็นการยกเครื่อง พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ทั้งฉบับ โดยมีเป้าหมายหลักในการสนับสนุนให้ใช้กระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นช่องทางหลักในการทำธุรกรรมแทนการใช้เอกสารกระดาษรูปแบบเดิม แต่ยังคงเปิดช่องทางให้สามารถใช้เอกสารแบบเดิมได้หากจำเป็น พร้อมทั้งขยายขอบเขตการบังคับใช้ให้ครอบคลุมการทำธุรกรรมทุกขั้นตอน ทั้งระหว่างภาคเอกชนด้วยกันเอง และระหว่างภาคเอกชนกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้สอดรับกับบริบททางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

สาระสำคัญของการปรับปรุงยังมุ่งเน้นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับกฎหมายแม่แบบของคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ หรือ UNCITRAL Model Law เพื่อลดข้อพิพาทและสร้างความชัดเจนในระดับสากล โดยเฉพาะการรับรองผลทางกฎหมายของสัญญาที่ดำเนินการผ่านระบบอัตโนมัติ ซึ่งระบบสามารถประมวลผลได้เองโดยไม่มีมนุษย์เข้าแทรกแซง ภายใต้เงื่อนไขที่คู่สัญญาสามารถคาดหมายได้ตามปกติ เช่น ธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ ตลอดจนการกำหนดวิธีการส่งข้อมูลและขั้นตอนการยืนยันการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้มีมาตรฐานเดียวกัน

ปรับสถานะพยานหลักฐานและถ่ายโอนภารกิจกำกับดูแลสู่ สพธอ.

การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดให้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูลดังกล่าว มีสถานะเป็นพยานหลักฐานที่สามารถรับฟังได้โดยตรงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายอื่น ซึ่งเป็นการยกระดับจากเดิมที่กำหนดเพียงห้ามปฏิเสธการรับฟัง นอกจากนี้ยังมีการบัญญัติหลักเกณฑ์ใหม่ว่า ในกรณีที่มีคู่กรณีฝ่ายใดโต้แย้งความน่าเชื่อถือของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ให้ฝ่ายผู้โต้แย้งมีภาระในการพิสูจน์ความถูกต้อง พร้อมทั้งเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายได้ตัดบทบัญญัติในหมวดธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐและหมวดคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ออก เนื่องจากปัจจุบันมี พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 และ พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 รองรับอยู่แล้ว พร้อมส่งมอบอำนาจหน้าที่ให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นผู้มีอำนาจในการประกาศกำหนดวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกำหนดให้การปิดอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์เป็นไปตามระเบียบที่กรมสรรพากรประกาศกำหนดโดยตรง

ในส่วนของการลงลายมือชื่อและตราประทับ ได้มีการกำหนดรับรองให้การใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์และการประทับตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีการที่เชื่อถือได้ หรือวิธีการตามที่ สพธอ. ประกาศกำหนด มีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการลงลายมือชื่อของบุคคลหรือการประทับตราของนิติบุคคล ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในการทำนิติกรรมสัญญาในระบบออนไลน์อย่างสมบูรณ์

รองรับตราสารเปลี่ยนมือดิจิทัลและเปิดระบบรับรองผู้ให้บริการ 7 ด้าน

โครงสร้างกฎหมายใหม่ได้เพิ่มหมวดตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับการนำตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค เข้าสู่ระบบดิจิทัลตามมาตรฐานระหว่างประเทศ โดยตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์จะมีผลผูกพันตามกฎหมายเช่นเดียวกับตราสารกระดาษ มีการกำหนดเงื่อนไขการแปลงตราสารกระดาษเดิมมาเป็นรูปแบบดิจิทัล และต้องสามารถระบุตัวตนของผู้ครอบครองตราสารได้อย่างชัดเจนเพียงผู้เดียว ส่วนการส่งมอบ การสลักหลัง และการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูล จะต้องดำเนินการผ่านวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ตามเกณฑ์ของ สพธอ.

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มหมวดบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อกำกับดูแลผู้ให้บริการตามระดับความเสี่ยง หรือ Risk-based Approach ให้สอดคล้องกับแนวทางการระบุตัวตนและการสร้างความไว้วางใจข้ามพรมแดน ครอบคลุมบริการ 7 ประเภท ได้แก่ บริการพิสูจน์หรือยืนยันตัวตนของบุคคล, บริการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์, บริการประทับเวลาและวันที่, บริการรับ ส่ง หรือจัดเก็บข้อมูล, บริการจดทะเบียนหรือรับรองเว็บไซต์หรือโดเมนเนม, บริการระบบตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ และบริการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

กลไกการรับรองผู้ให้บริการจะปรับเปลี่ยนจากการออกใบอนุญาตหรือรับแจ้ง มาเป็นการรับรองมาตรฐานโดย สพธอ. ผ่าน 2 แนวทาง คือ ผู้ให้บริการยื่นคำขอรับรอง หรือ สพธอ. พิจารณารับรองให้แก่ผู้บริการที่ผ่านมาตรฐานสากล ซึ่งกระบวนการพิจารณาจะต้องแล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ โดยผู้ให้บริการจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นหากไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการเก็บรักษาและประมวลผลข้อมูลที่กำหนด

เดินหน้ากฎหมายลำดับรอง 26 ฉบับ ขับเคลื่อนความพร้อมทุกมิติ

การขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 77 ในการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและลดภาระที่ไม่จำเป็นของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยจากการจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (law.go.th) มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวถึงร้อยละ 92

ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพาณิชย์, สำนักงาน ก.พ.ร., สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, สำนักงานศาลยุติธรรม, สำนักงานศาลปกครอง, สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และธนาคารแห่งประเทศไทย ต่างแสดงความเห็นชอบและไม่ขัดข้องต่อร่างกฎหมายฉบับนี้

ในขั้นตอนต่อไป สำนักงาน ป.ย.ป. ได้จัดทำแผนเตรียมความพร้อมสำหรับการยกร่างกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 26 ฉบับ เพื่อกำหนดรายละเอียด กรอบระยะเวลา และมาตรฐานทางเทคนิคให้มีความสมบูรณ์ ก่อนนำร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. …. เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาตามขั้นตอนทางนิติบัญญัติต่อไป

#ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, #กฎหมายดิจิทัล, #สพธอ, #ETDA, #เศรษฐกิจดิจิทัล, #UNCITRAL, #ร่างพรบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

Related Posts