การเปิดให้บริการเดินเรือของคลองผิงลู่ ซึ่งเป็นโครงการคลองเชื่อมแม่น้ำสู่ทะเลขนาดใหญ่แห่งแรกของจีน ส่งผลให้การขนส่งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของไทยเข้าสู่ตลาดทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งยังช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนด้านการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ
ศักยภาพคลองผิงลู่กับการลดต้นทุนและระยะเวลาขนส่ง
โครงการดังกล่าวเป็นเส้นทางขนส่งทางน้ำที่เพิ่มความสะดวกให้แก่สินค้าไทย โดย นายจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ของไทย เปิดเผยว่า การเปิดเดินเรือของ คลองผิงลู่ จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของไทยเข้าสู่ตลาดทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนผ่านเส้นทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้ราวร้อยละ 30 และลดระยะเวลาในการขนส่งลงได้ 5 ถึง 10 วัน ซึ่งสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้บริโภค
การบริหารจัดการเวลาในการขนส่งถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับสินค้าเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้สดที่ต้องการความสดใหม่และการควบคุมคุณภาพอย่างรัดกุม ซึ่งทางนายจักราได้ระบุเพิ่มเติมว่า การลดระยะเวลาขนส่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะทำให้บริษัทไทยมีทางเลือกด้านการขนส่งเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคชาวจีนก็สามารถเข้าถึงและเลือกซื้อผลผลิตสดใหม่จากประเทศไทยได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
บทบาทในระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศ
คลองผิงลู่ถือเป็นโครงการหลักของระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศสายใหม่ทางตะวันตกของจีน โดยได้เปิดให้เดินเรืออย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ 16 กันยายน ก่อนที่งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 23 จะจัดขึ้น ณ เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เมื่อ วันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานนี้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการค้าและความร่วมมือระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม
ขอบคุณภาพ/ข่าว : ซินหัว
#คลองผิงลู่, #โลจิสติกส์ไทยจีน, #ส่งออกสินค้าเกษตร, #กระทรวงพาณิชย์, #ผลไม้ไทยไปจีน

