รัฐบาลลุยตรวจขยะอิเล็กทรอนิกส์ 825 ตู้ ไล่เส้นทางข้ามชาติ

รัฐบาลลุยตรวจขยะอิเล็กทรอนิกส์ 825 ตู้ ไล่เส้นทางข้ามชาติ
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 9 นาที

รัฐบาลยกระดับมาตรการสกัดกั้นของเสียอันตรายข้ามชาติ สั่งขยายผลเครือข่ายนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ตลอดเส้นทาง จากการสุ่มตรวจตู้สินค้าสู่การสอบสวนเส้นทางการเงิน พร้อมเร่งสอบสวนบัญชีเบื้องต้น 825 ตู้ที่ต้องสงสัย มุ่งดำเนินคดีตามพยานหลักฐานโดยไม่เหมารวมผู้ประกอบการ

ยกระดับสืบสวนเครือข่ายขยะพิษข้ามชาติจากต้นทางถึงปลายทาง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการป้องกันขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายจากต่างประเทศ ระบุว่า รัฐบาลได้ปรับแนวทางการปฏิบัติงานจากการตรวจสินค้าเป็นรายตู้ ไปสู่การขยายผลตลอดเส้นทางอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ข้อมูลผู้ส่งออกในต่างประเทศ เอกสารใบขนสินค้า ข้อมูลผู้นำเข้า สถานที่ปลายทางรับของเสีย ไปจนถึงเส้นทางการเงิน เพื่อให้สามารถดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตัวจริงตามพยานหลักฐาน

การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดหลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดตรวจตู้สินค้าต้องสงสัย ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกัน 18 หน่วยงานและองค์กร ประกอบด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม จังหวัดชลบุรี หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อตรวจสอบการนำเข้าที่อาจขัดต่อกฎหมายและพันธกรณีสากล

สำหรับการเปิดตรวจตู้สินค้าเป้าหมายจำนวน 10 ตู้ เจ้าหน้าที่สามารถเปิดตรวจได้ 9 ตู้ เนื่องจากอีก 1 ตู้ไม่มีตัวแทนบริษัทมาแสดงตัว โดยผลการตรวจสอบพบว่า 3 ตู้สินค้าจากประเทศโปแลนด์ สหราชอาณาจักร และนิวซีแลนด์ มีการสำแดงถูกต้องและไม่พบการปนเปื้อน ส่วนอีก 6 ตู้สินค้าที่มีต้นทางจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งสำแดงรายการเป็นเศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นอะลูมิเนียม เจ้าหน้าที่ตรวจพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปนอยู่ จึงต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเพื่อขยายผลต่อไป

“รัฐบาลจะไม่หยุดแค่เปิดตู้แล้วพบของผิด แต่ต้องไล่ต่อว่าใครส่ง ใครนำเข้า ของไปที่ไหน และเงินไปทางใด เพื่อให้ถึงต้นตอของเครือข่าย ขณะเดียวกัน ต้องยึดหลักฐานเป็นสำคัญ ตู้ที่อยู่ในบัญชีตรวจสอบหรือตู้ที่ถูกอายัด ยังไม่เท่ากับตู้ที่พิสูจน์แล้วว่ากระทำผิด” นางสาวลลิดา ระบุ

ตรวจสอบบัญชีต้องสงสัย 825 ตู้ พร้อมแจงสถานะตู้สินค้าอายัด

ในส่วนของตู้สินค้าจำนวน 50 ตู้ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษประสานให้กรมศุลกากรอายัดเพิ่มเติมนั้น เป็นขั้นตอนเพื่อการตรวจสอบและขยายผลตามกระบวนการ จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีจำนวน 19 ตู้ ที่เคยตรวจพบการกระทำความผิดและดำเนินคดีไปแล้ว ขณะที่ 14 ตู้ ไม่พบข้อมูลการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนตู้สินค้าที่เหลือมีสถานะทางเอกสารที่แตกต่างกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

นอกจากนี้ DSI กำลังเดินหน้าตรวจสอบบัญชีเบื้องต้นอีกประมาณ 825 ตู้ ที่คาดว่าเคยมีการนำเข้ามายังประเทศไทย ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพิสูจน์ตู้ต้องสงสัยและพบความผิดไปแล้ว 151 ตู้ โดยข้อมูลเบื้องต้นพบความเชื่อมโยงกับบริษัทผู้ส่งออกในสหรัฐอเมริกาจำนวน 7 บริษัท และบริษัทผู้นำเข้าในไทยจำนวน 16 บริษัท ทั้งนี้ จำนวน 825 ตู้ และรายชื่อบริษัททั้งหมด เป็นเพียงกรอบการทำงานในชั้นสืบสวน ซึ่งยังไม่ใช่ข้อสรุปชี้ขาดว่าตู้สินค้าหรือบริษัทดังกล่าวมีการกระทำความผิด

เปิดสถิติ 11 เดือน ปราบปรามของเสียอันตรายและคดีสิ่งแวดล้อม

ภาพรวมการบังคับใช้กฎหมายในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรสามารถจับกุมคดีด้านสิ่งแวดล้อมได้รวม 187 คดี น้ำหนักของกลางรวม 9.67 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 234.4 ล้านบาท การจับกุมดังกล่าวแบ่งออกเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ปริมาณ 2.7 ล้านกิโลกรัม ของเสียอันตรายปริมาณ 6.6 ล้านกิโลกรัม และเศษพลาสติกอีกประมาณ 300,000 กิโลกรัม ซึ่งตัวเลขทั้งหมดเป็นผลการดำเนินงานสะสมตลอดระยะเวลา 11 เดือน

นางสาวลลิดา กล่าวว่า เป้าหมายหลักคือการไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นพื้นที่รองรับขยะอันตรายจากภายนอก การตรวจสอบจึงจำเป็นต้องดำเนินการให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง ปลายทาง ตลอดจนเส้นทางการเงิน โดยทุกขั้นตอนต้องยึดถือพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่มีการเหมารวมหรือชี้มูลความผิดก่อนการสอบสวนแล้วเสร็จ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการปกป้องสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม

#ขยะอิเล็กทรอนิกส์ #DSI #กรมศุลกากร #ท่าเรือแหลมฉบัง #สิ่งแวดล้อม #ของเสียอันตราย

ภาพ/ข่าว : รัฐบาลไทย

Related Posts