ดีอี ผนึก พม. ดัน ไปรษณีย์ไทย ปั้น ทอฝัน สู่ ดิจิทัล

ดีอี ผนึก พม. ดัน ไปรษณีย์ไทย ปั้น ทอฝัน สู่ ดิจิทัล
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 19 นาที

เมื่อผลิตภัณฑ์จากสองมือของกลุ่มเปราะบางต้องเผชิญกำแพงใหญ่ด้านการจัดจำหน่าย การรวมพลังของสองกระทรวงเศรษฐกิจและสังคมจึงเกิดขึ้น เพื่อเปลี่ยนความตั้งใจให้กลายเป็นมูลค่าตลาดจริง ด้วยการวางโครงข่ายโลจิสติกส์รัฐวิสาหกิจเป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจฐานรากสู่แพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ผนึกกำลังข้ามกระทรวงสร้างโมเดลเศรษฐกิจฐานรากยุคใหม่

การบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ห้องโถงไปรษณีย์นฤมิต อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก ภายใต้พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการ “ทอฝัน ส่งถึงฝัน” เพื่อยกระดับและเปิดประตูการค้าให้กับผลิตภัณฑ์ภายใต้การดูแลของ พม. สู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงทรัพยากรบุคคล ผลิตภัณฑ์ ช่องทางจัดจำหน่าย และโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน

จุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากการประเมินปัญหาเชิงโครงสร้างของกลุ่มผู้เปราะบาง ทั้งกลุ่มสตรี เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมถึงครอบครัวเดี่ยว ซึ่งได้รับการฝึกอบรมทักษะอาชีพและสร้างสรรค์สินค้าชุมชนที่มีเอกลักษณ์ แต่กลับไม่สามารถเติบโตทางรายได้อย่างมั่นคงเนื่องจากติดหล่มข้อจำกัดทางการตลาด การผนึกกำลังครั้งนี้จึงเป็นการผสานจุดแข็งระหว่างฝ่ายพัฒนาสังคมที่มีเครือข่ายผู้ผลิต และฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีเครื่องมือการตลาดออนไลน์และโครงข่ายขนส่งครอบคลุมทั่วประเทศ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงจุดเริ่มต้นและความตั้งใจของโครงการว่า “เทคโนโลยีดิจิทัลในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการสื่อสาร แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพและผู้ประกอบการรายย่อยที่มีศักยภาพและมีผลิตภัณฑ์ แต่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาด ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างสำคัญของการบูรณาการศักยภาพของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ที่ต้องการให้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงเพิ่มช่องทางออนไลน์ แต่ต้องทำให้ประชาชนสามารถใช้ช่องทางเหล่านั้นเพื่อสร้างรายได้ ขยายตลาด และยกระดับความสามารถในการแข่งขันได้จริง”

ดีอี ผนึก พม. ดัน ไปรษณีย์ไทย ปั้น ทอฝัน สู่ ดิจิทัล
ดีอี ผนึก พม. ดัน ไปรษณีย์ไทย ปั้น ทอฝัน สู่ ดิจิทัล

ก้าวข้ามกับดักผลิตเก่งแต่ขายยากด้วยพลังอีคอมเมิร์ซ

ภารกิจเดิมของการส่งเสริมอาชีพชุมชนมักจบลงที่งานแสดงสินค้าประจำปีหรือจุดจำหน่ายเฉพาะกิจในหน่วยงานราชการ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนจำกัดอยู่เพียงกลุ่มผู้บริโภคที่รับรู้ข้อมูลล่วงหน้าเท่านั้น การยกระดับเข้าสู่แพลตฟอร์ม ThailandPostMart ของไปรษณีย์ไทย จึงกลายเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดทางกายภาพ ช่วยให้งานหัตถกรรม อาหารแปรรูป และของใช้พื้นถิ่นสามารถเข้าถึงผู้ซื้อทั่วประเทศได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการจัดวางสินค้าในจุดบริการไปรษณีย์ที่มีผู้มาเยือนอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันคือการเปลี่ยนผ่านแนวคิดจากการขายสินค้าแบบกระจัดกระจาย มาสู่การรวบรวมตัวตนภายใต้แบรนด์เดียวคือ “ทอฝัน by พม.” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมทั้งแก้โจทย์ความพร้อมด้านมาตรฐานการผลิต ซึ่งในระยะแรกได้มีการเตรียมความพร้อมและนำร่องร้านค้าของกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์แล้วกว่า 30 ร้านค้า เปิดทางให้เกิดการทดสอบระบบคำสั่งซื้อจริง และเริ่มมีสินค้าประเภทของใช้ งานผ้า หมวกไหมพรม และอาหารพื้นเมืองเข้าสู่แคตตาล็อกจำหน่าย

นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะท้อนถึงการปรับกระบวนการทำงานว่า “การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับแบรนด์ ทอฝัน by พม. จากการพัฒนาทักษะและส่งเสริมอาชีพ ไปสู่การพัฒนาระบบและโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยเชื่อมโยงคน สินค้า ตลาด และเครือข่ายเข้าด้วยกัน ซึ่ง พม. ไม่สามารถขับเคลื่อนภารกิจนี้ได้โดยลำพัง ความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และไปรษณีย์ไทย จึงไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า แต่ต้องการให้เกิดโอกาสในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด ทอฝัน ส่งฝัน ถึงฝัน”

ดีอี ผนึก พม. ดัน ไปรษณีย์ไทย ปั้น ทอฝัน สู่ ดิจิทัล
ดีอี ผนึก พม. ดัน ไปรษณีย์ไทย ปั้น ทอฝัน สู่ ดิจิทัล

กางพิมพ์เขียว 4 ด้านหนุนระบบนิเวศชุมชนสู่ความยั่งยืน

กรอบการดำเนินงานภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบผ่าน 4 แกนปฏิบัติการหลัก ประการแรกคือการขยายช่องทางการตลาดผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ThailandPostMart ผสานกับสาขาที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศเพื่อเป็นช่องทางออฟไลน์ ประการที่สองคือการจัดวางระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีอัตราค่าบริการที่ช่วยลดต้นทุนให้กับกลุ่มผู้ผลิตชุมชน ทำให้การหมุนเวียนสินค้าข้ามภูมิภาคเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์

แกนปฏิบัติการที่สามมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะดิจิทัลภาคปฏิบัติ ทั้งหลักสูตรการเปิดหน้าร้านออนไลน์ การถ่ายภาพสินค้า เทคนิคการเล่าเรื่องเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนระบบจัดการสต็อกและการขนส่ง ซึ่งบุคลากรของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดอบรมเตรียมความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ผลิตไปแล้วหลายรุ่น ขณะที่แกนปฏิบัติการที่สี่คือการสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์และโอกาสทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนเพิ่มเติมในอนาคต

ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อธิบายถึงโครงสร้างการขับเคลื่อนในมิตินี้ว่า “การดำเนินงานทั้ง 4 ด้านจะช่วยให้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานไม่หยุดอยู่เพียงการเพิ่มช่องทางการขาย แต่เป็นการเชื่อมต่อองค์ความรู้ด้านดิจิทัล ศักยภาพของกลุ่มอาชีพ ช่องทางการตลาด และระบบโลจิสติกส์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถพัฒนาจากการมีผลิตภัณฑ์ไปสู่การมีตลาด มีช่องทางสร้างรายได้ และสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในระบบเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ซึ่งจะกลายเป็นสะพานเชื่อมโอกาสที่เปลี่ยนศักยภาพชุมชนให้เป็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง”

เครือข่ายโลจิสติกส์กลไกขับเคลื่อนการกระจายรายได้

การผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เติบโตได้ต่อเนื่องจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่เข้าถึงทุกตรอกซอกซอย จุดเด่นของไปรษณีย์ไทยที่มีเครือข่ายให้บริการและจุดเข้าถึงกว่า 50,000 แห่งทั่วประเทศ จึงทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการกระจายรายได้โดยตรง ตั้งแต่การรับสินค้าจากมือผู้ผลิตในพื้นที่ห่างไกล การบริหารจัดการคลังสินค้าขนาดย่อย ไปจนถึงการจัดส่งให้ถึงมือผู้บริโภคปลายทาง ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางภูมิศาสตร์ และเปิดทางให้สินค้าชุมชนมีต้นทุนโลจิสติกส์ที่แข่งขันในตลาดใหญ่ได้

นอกจากโครงข่ายกายภาพ การทดสอบแคมเปญการตลาดดิจิทัลบนแพลตฟอร์มของไปรษณีย์ไทย เช่น แคมเปญโปรโมชันกระตุ้นยอดขายช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง ได้พิสูจน์ให้เห็นว่ามีปริมาณผู้เข้าชมและกำลังซื้อรองรับอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งการนำสินค้ากลุ่ม “ทอฝัน by พม.” เข้าสู่ระบบนี้จะช่วยสร้างยอดขายหมุนเวียนต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการจัดหมวดหมู่สินค้าให้เหมาะสมกับผู้ซื้อในแต่ละท้องถิ่น เพื่อให้การซื้อขายไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความเมตตา แต่เกิดขึ้นจากคุณภาพและความคุ้มค่าของสินค้าอย่างแท้จริง

นายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชี้ให้เห็นถึงเป้าหมายการฟื้นฟูชีวิตของกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกตลาดว่า “พม. มีหน้าที่ทอฝัน คือช่วยเปิดโอกาสและดึงภูมิปัญญาของกลุ่มเป้าหมายมาต่อยอดเป็นสินค้า แต่หากไม่มีตลาดและช่องทางจำหน่าย ย่อมไม่สามารถแปลงฝีมือให้เป็นรายได้อย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยจึงไม่ใช่แค่การขนส่งสินค้า แต่คือการส่งความฝันของประชาชนไปสู่ตลาดจริง เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและส่งเสริมให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน”

ยกระดับองค์กรสู่ไลฟ์สไตล์โลจิสติกส์เพื่อสังคม

การปรับทิศทางของไปรษณีย์ไทยสู่การเป็นแบรนด์โลจิสติกส์ที่ผสานเข้ากับวิถีชีวิตผู้คน หรือ Lifestyle Logistics Brand นับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในการทำงานเชิงสังคม องค์กรไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้รับฝากและนำจ่ายพัสดุ หากแต่วางตัวเป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมเศรษฐกิจฐานรากเข้ากับตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ นำความเชี่ยวชาญด้านระบบติดตามพัสดุและการขนส่งมาตรฐานมารับใช้โจทย์การพัฒนาสังคม

ดีอี ผนึก พม. ดัน ไปรษณีย์ไทย ปั้น ทอฝัน สู่ ดิจิทัล
ดีอี ผนึก พม. ดัน ไปรษณีย์ไทย ปั้น ทอฝัน สู่ ดิจิทัล

ความร่วมมือครั้งนี้ยังถูกออกแบบให้เป็นโมเดลต้นแบบในการเปลี่ยนผ่านสถานะของผู้รับสวัสดิการภาครัฐ ให้ค่อยๆ ขยับขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่มีรายได้หมุนเวียนด้วยลำแข้งของตนเอง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระงบประมาณด้านสวัสดิการสงเคราะห์ในระยะยาวแล้ว ยังช่วยสร้างความภาคภูมิใจและเสริมสร้างคุณค่าความเป็นมนุษย์ ผ่านการส่งมอบสินค้าที่มีเรื่องราวของความพยายามจากต้นทางสู่ปลายทาง

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวย้ำถึงบทบาทการเป็นฟันเฟืองทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ว่า “ไปรษณีย์ไทยมีเป้าหมายยกระดับองค์กรสู่การเป็น Lifestyle Logistics Brand ที่ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจของคนทุกเจเนอเรชัน เราไม่ได้จำกัดบทบาทเพียงการจัดส่งสิ่งของ แต่ต้องการเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน ธุรกิจ และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน เครือข่ายกว่า 50,000 แห่ง และแพลตฟอร์ม ThailandPostMart พร้อมทำหน้าที่ส่งต่อคุณค่าและความตั้งใจของผู้ผลิต เพื่อให้ทุกความฝันในการประกอบอาชีพเดินทางไปถึงปลายทาง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้เกิดขึ้นจริงในทุกพื้นที่”

#ทอฝันส่งถึงฝัน #ทอฝันbyพม #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #ไปรษณีย์ไทย #ThailandPostMart #เศรษฐกิจฐานราก #LifestyleLogistics

Related Posts