ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย สานต่อโครงการ UOB Wonder Lab ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ผนึกกำลัง 3 องค์กรพันธมิตร ได้แก่ DHL Express, DKSH และ Häfele Thailand เปิดพื้นที่ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ร่วมพัฒนาแนวทางการสื่อสารจากโจทย์จริงด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อปรับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมให้เข้าถึงและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ต่อยอด UOB Wonder Lab ปีที่ 2 เชื่อมโยงไอเดียสู่โจทย์ธุรกิจจริง
หลังจากเปิดตัวโครงการครั้งแรกในปี 2568 โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เยาวชนเปลี่ยนแนวคิดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นการลงมือทำจริง ในปี 2569 นี้ UOB Wonder Lab ได้ยกระดับการทำงานผ่านกิจกรรม UOB Wonder Lab Impact Academy โดยคัดเลือกเยาวชนจำนวน 15 ทีม จากผู้สมัครทั้งหมด 171 ทีม รวม 688 คนทั่วประเทศ เข้าร่วมทำงานกับองค์กรพันธมิตรทั้ง 3 แห่ง เพื่อพัฒนาแนวทางการสื่อสารที่ช่วยสร้างความเข้าใจ กระตุ้นการมีส่วนร่วม และทำให้การดำเนินชีวิตอย่างรับผิดชอบเป็นเรื่องใกล้ตัวยิ่งขึ้น
นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ระบุว่า ในปีแรกโครงการได้เปิดโอกาสให้เยาวชนเปลี่ยนแนวคิดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติจริง ส่วนในปีนี้โครงการได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการให้คนรุ่นใหม่ทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำและแก้โจทย์การสื่อสารจากโลกธุรกิจจริง ความมุ่งมั่นขององค์กรจะสร้างผลกระทบได้อย่างแท้จริงเมื่อผู้คนมองเห็นความเชื่อมโยงกับชีวิตของตนเองและรู้ว่าจะมีส่วนร่วมได้อย่างไร ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนคุณค่าร่วมกัน ซึ่งช่วยเปลี่ยนความเข้าใจให้กลายเป็นการลงมือทำ
ผนึก 3 พันธมิตรชูมิติการสื่อสารความยั่งยืนที่เข้าถึงผู้คน
ในการดำเนินงาน องค์กรพันธมิตรทั้ง 3 แห่ง ได้นำโจทย์ด้านการสื่อสารที่ผูกโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจและความยั่งยืนมาให้ผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาแนวทางใหม่ โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญร่วมเป็นพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันแก้โจทย์ความท้าทายในการสื่อสารเรื่องความยั่งยืนให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย
คุณบุษราภรณ์ กิตตินันทวรกุล รองประธานฝ่ายพาณิชย์ DHL Express Thailand กล่าวว่า ความยั่งยืนจะสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายมากขึ้นเมื่อผู้คนเข้าใจถึงความสำคัญ ซึ่งทางบริษัทรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับ UOB Wonder Lab ในการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่นำมุมมองใหม่ๆ เข้ามาช่วยทำให้เรื่องความยั่งยืนเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น
ด้าน นายวรพงษ์ สุรชัยกุลวัฒนา รองประธานฝ่ายบริหารซัพพลายเชน บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในฐานะพันธมิตรที่มุ่งสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ DKSH เชื่อว่าการสร้างความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดการใช้พลังงานหรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังหมายถึงการสร้างคุณค่าให้กับผู้คนและสังคม สอดคล้องกับแนวคิด Enriching People’s Lives ซึ่งการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนนำความคิดสร้างสรรค์มาตอบโจทย์ความท้าทาย และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน
ขณะที่ นายจอห์น แคลร์ Managing Director South and South East Asia, Häfele Thailand กล่าวว่า พันธกิจของ Häfele คือ Smarter solutions, sustainable results และมุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนตามปณิธาน Maximising the Value of Space. Together. การเข้าร่วมโครงการ UOB Wonder Lab จึงเป็นโอกาสที่จะได้เห็นแนวคิดของเยาวชนในการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกภาคส่วน ไม่ใช่เพียงภาคธุรกิจเท่านั้น และเชื่อว่าจะมีส่วนช่วยผลักดันแนวคิดที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยในอนาคต

เตรียมคัดเลือกสู่รอบชิงชนะเลิศ UOB Wonder Lab Final Pitch
หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม Impact Academy เยาวชนทั้ง 15 ทีมจะพัฒนาและต่อยอดแนวคิดร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารยูโอบีและองค์กรพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะมีการคัดเลือกให้เหลือ 9 ทีมสุดท้าย เพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในกิจกรรม UOB Wonder Lab Final Pitch
ทั้งนี้ การนำเสนอแนวทางการสื่อสารรอบสุดท้ายต่อคณะกรรมการจะจัดขึ้นใน วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ณ ยูโอบี พลาซา กรุงเทพ
#UOB #UOBWonderLab #ยูโอบี #DHLExpress #DKSH #HafeleThailand #ความยั่งยืน #Sustainability

