ครม. ไฟเขียวร่างกฎกระทรวง คุมเข้มเหล็กแผ่นเคลือบ 3 กลุ่มเป็นมาตรฐานบังคับ

ครม. ไฟเขียวร่างกฎกระทรวง คุมเข้มเหล็กแผ่นเคลือบ 3 กลุ่มเป็นมาตรฐานบังคับ
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 7 นาที

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบ 3 ประเภท เป็นมาตรฐานบังคับ ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ หลังผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อยกระดับความปลอดภัย ป้องกันสินค้านำเข้าด้อยคุณภาพ และสกัดความเสียหายต่อผู้บริโภคตลอดจนภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สกัดเมทัลชีทด้อยคุณภาพ คุมเข้ม มอก. 2753 – 2567 ป้องกันสนิมเร็ว

ร่างกฎกระทรวงฉบับแรกกำหนดให้ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อนและเคลือบสี ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 2753 – 2567 ซึ่งเป็นการยกระดับจากมาตรฐานทั่วไปเดิม (มอก. 2753 – 2559) สู่การเป็นมาตรฐานบังคับ หลังสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้รับข้อร้องเรียนจากทั้งผู้บริโภคและกลุ่มผู้ผลิตแปรรูปหลังคาเมทัลชีท

ที่ผ่านมา ผู้ใช้งานประสบปัญหาแผ่นเหล็กมุงหลังคามีอายุการใช้งานสั้นและเกิดสนิมเร็วกว่ากำหนด เนื่องจากมีการนำเข้าสินค้าคุณภาพต่ำและสำแดงมวลเคลือบสังกะสีไม่ตรงตามความเป็นจริง ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยสายตา ต้องส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเท่านั้น ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพตามต้องการ และก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง การบังคับใช้มาตรฐานนี้จึงช่วยคุ้มครองให้ประชาชนได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความทนทานและคุ้มค่าอย่างแท้จริง

ยกระดับเหล็กเคลือบสังกะสี-อะลูมิเนียม-แมกนีเซียม รองรับยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

สำหรับร่างกฎกระทรวงอีก 2 ฉบับ ครอบคลุมเหล็กแผ่นเคลือบที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ได้แก่ มอก. 3059 – 2567 สำหรับเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0.5% ขึ้นไป และแมกนีเซียม 0.4% ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน และ มอก. 2981 – 2567 สำหรับเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5% ขึ้นไป และแมกนีเซียม 2% ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน

การผลักดันมาตรฐานบังคับทั้งสองรายการ เกิดจากการประสานความร่วมมือระหว่าง สมอ. กลุ่ม 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย และสมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี หลังพบปัญหาการนำเข้าเหล็กแผ่นเคลือบคุณภาพต่ำจากต่างประเทศมาใช้ผลิตโครงสร้างรถยนต์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า รวมถึงโครงสร้างอาคาร ซึ่งเกิดสนิมง่ายและขาดความทนทาน สมอ. จึงทบทวนและยกร่างมาตรฐานใหม่โดยอ้างอิงมาตรฐานสากลจากประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลีย เพื่อเพิ่มชั้นคุณภาพของมวลเคลือบให้ครอบคลุมการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน

มีผลบังคับใช้ใน 90 วัน ผู้ผลิต-ผู้นำเข้า-ผู้ขาย ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเคร่งครัด

ร่างกฎกระทรวงทั้ง 3 ฉบับ กำหนดระยะเวลาการบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องต้องปรับตัวตามกรอบกฎหมายอย่างเข้มงวด

ภายใต้ พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 ผู้ผลิต (ผู้ทำ) และผู้นำเข้า จะต้องดำเนินการยื่นขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 20 หรือมาตรา 21 ให้ถูกต้อง ขณะที่ ผู้จำหน่าย จะต้องตรวจสอบและจำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบอนุญาตและแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. อย่างถูกต้องเท่านั้น เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนรักษาความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมของประเทศ

#มอก #มาตรฐานบังคับ #กระทรวงอุตสาหกรรม #สมอ #เหล็กแผ่นเคลือบ #เมทัลชีท #อุตสาหกรรมเหล็ก #TheReporterAsia

Related Posts