ผลการศึกษาล่าสุดจาก มหาวิทยาลัยเคอร์ทิน (Curtin University) ประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยรายงานวิจัยที่วิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มตัวอย่างชาวออสเตรเลียอายุ 16 ปีขึ้นไป จำนวน 8,503 คน ระบุว่าเหตุการณ์การทารุณกรรมทางร่างกายในเด็กส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในครอบครัว และมักเริ่มต้นก่อนที่เด็กจะมีอายุครบ 10 ปี สะท้อนปัญหาความรุนแรงในบ้านที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาว
ครอบครัวเป็นผู้ก่อเหตุหลัก พบเริ่มทำร้ายก่อนอายุครบ 10 ปี
งานวิจัยดังกล่าวได้มุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,623 คน ซึ่งระบุว่าตนเองเคยตกเป็นเหยื่อการทารุณกรรมทางร่างกายในวัยเด็ก จากการสำรวจพบว่า 1 ใน 4 ของชาวออสเตรเลียในช่วงอายุ 16-24 ปี เคยเผชิญกับการทำร้ายร่างกายโดยสมาชิกในครอบครัว
สถิติระบุชัดเจนว่า สมาชิกในครอบครัวคิดเป็นสัดส่วนผู้ก่อเหตุสูงถึง ร้อยละ 85 ของกรณีการกระทำผิดทั้งหมดที่มีการรายงาน ขณะที่กรณีซึ่งเกิดขึ้นในสถานสงเคราะห์หรือสถาบันต่างๆ มีสัดส่วนอยู่ที่ ร้อยละ 4 และมีอีก ร้อยละ 5 ที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องร่วมกันระหว่างสมาชิกในครอบครัวและสถาบัน
นอกจากนี้ ในกลุ่มเด็กที่ถูกทำร้ายร่างกายก่อนอายุครบ 10 ปี ข้อมูลชี้ว่ามีสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ที่ทั้งพ่อและแม่เป็นผู้ลงมือก่อเหตุร่วมกัน ส่งผลให้เด็กกลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มที่เริ่มเผชิญกับความรุนแรงตั้งแต่อายุน้อยที่สุด และต้องทนอยู่กับภาวะการทารุณกรรมเป็นระยะเวลายาวนานที่สุด
ชี้เป็นวิกฤตสาธารณสุขโลก แนะเร่งป้องกันความรุนแรงในบ้าน
คณะนักวิจัยระบุว่า การทารุณกรรมทางร่างกายในเด็กยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในระดับโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต รวมถึงการใช้ชีวิตในสังคมของผู้ตกเป็นเหยื่อไปตลอดช่วงชีวิต
ดังนั้น มาตรการและการดำเนินงานเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องขยายขอบเขตให้ครอบคลุมมากกว่าการควบคุมดูแลเฉพาะในสถานสงเคราะห์หรือสถาบันต่างๆ โดยต้องมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาการทารุณกรรมที่เกิดขึ้นภายในสถาบันครอบครัวอย่างเข้มงวดและจริงจังยิ่งขึ้น
ขอบคุณภาพ/ข่าว : ซินหัว
#การทารุณกรรมเด็ก #ออสเตรเลีย #มหาวิทยาลัยเคอร์ทิน #ความรุนแรงในครอบครัว #สาธารณสุข

