คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (การปรับปรุงมาตรการกักขังแทนค่าปรับ) ปรับกระบวนการบังคับโทษปรับให้เป็นลำดับขั้นตอน มุ่งเน้นการผ่อนชำระและทำงานบริการสังคม พร้อมกำหนดให้การกักขังเป็นมาตรการสุดท้าย เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
ไฮไลท์การปรับปรุงมาตรการบังคับโทษปรับตามลำดับขั้นตอน
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (การปรับปรุงมาตรการกักขังแทนค่าปรับ) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเดิมที่ผู้ต้องโทษปรับที่ไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนดมักถูกส่งตัวไปกักขังแทนค่าปรับทันที ซึ่งขัดกับหลักการลงโทษปรับที่มุ่งเน้นการบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับโดยตรง
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ผู้ต้องโทษปรับต้องชำระค่าปรับภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา พร้อมเปิดทางเลือกให้สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอผ่อนชำระค่าปรับเป็นงวดได้ นอกจากนี้ ยังปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ศาลสามารถเรียกประกันได้อย่างชัดเจน ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องโทษปรับจะหลีกเลี่ยงการชำระหรือการผ่อนชำระค่าปรับ ซึ่งแก้ไขจากเดิมที่ใช้เกณฑ์เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย
ในกรณีที่ไม่มีการชำระหรือผิดนัดผ่อนชำระค่าปรับ กฎหมายได้จัดลำดับขั้นตอนการบังคับโทษอย่างรัดกุม โดยศาลจะมีคำสั่งยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สิน หรือสั่งให้ทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ หากผู้ต้องโทษปรับนำเงินมาชำระครบถ้วนในระหว่างทำงานบริการสังคม ศาลจะมีคำสั่งเพิกถอนการทำงานบริการสังคมทันที ส่วนมาตรการกักขังแทนค่าปรับจะถูกนำมาใช้เป็นมาตรการสุดท้าย เฉพาะกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล หรือจงใจหลีกเลี่ยงการชำระค่าปรับทั้งที่มีเงินเพียงพอ โดยคำนึงถึงความจำเป็น ความได้สัดส่วน และหลักสิทธิมนุษยชน
ผลักดันงานบริการสังคม พร้อมโอนงานให้กรมคุมประพฤติดูแลเบ็ดเสร็จ
เพื่อแก้ไขอุปสรรคในทางปฏิบัติที่ผู้ต้องโทษปรับมักไม่ทราบสิทธิในการทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ กฎหมายฉบับใหม่ได้เพิ่มหลักการให้ศาลเป็นผู้สอบถามความประสงค์โดยตรงว่าจะทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับหรือไม่ เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการใช้มาตรการทางเลือกนี้อย่างแพร่หลายตั้งแต่ในวันที่ศาลมีคำพิพากษาปรับ จากเดิมที่ต้องรอให้ผู้ต้องโทษร้องขอหรือรอให้ความปรากฏแก่ศาลเอง
นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้การทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพนักงานคุมประพฤติเท่านั้น ตามกรอบอำนาจหน้าที่ของพระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ. 2559 เพื่อรวมศูนย์ให้กรมคุมประพฤติเป็นหน่วยงานกลางเพียงแห่งเดียวในการควบคุมดูแลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แตกต่างจากเดิมที่กระจายให้เจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานรัฐ หรือองค์การสาธารณประโยชน์อื่นร่วมดูแล
ประโยชน์เชิงโครงสร้างและการเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณ
การปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้นอกจากจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้กระทำความผิดที่มีฐานะทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ยากจนที่ไม่มีเงินชำระค่าปรับแล้ว ยังช่วยลดภาระของภาครัฐในการจัดหาสถานที่และการควบคุมดูแลผู้ต้องกักขังแทนค่าปรับในเรือนจำหรือสถานกักขังได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม การรวมศูนย์ให้การทำงานบริการสังคมอยู่ภายใต้พนักงานคุมประพฤติ อาจส่งผลให้ปริมาณงานของกรมคุมประพฤติเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้กรมคุมประพฤติเร่งหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงบประมาณ สำนักงาน ก.พ. และสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อกำหนดแนวทางรองรับผลกระทบด้านกรอบอัตรากำลังและงบประมาณ ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
#ประมวลกฎหมายอาญา #กักขังแทนค่าปรับ #กรมคุมประพฤติ #มติคณะรัฐมนตรี #การบังคับโทษปรับ #งานบริการสังคม

