ETIX เปิดตัว BKK#2 ขนาด 20 MW ชี้ดีมานด์พุ่งยอดจองเฟสแรกเต็ม หนุนไทยฮับ AI-Cloud

ETIX เปิดตัว BKK#2 ขนาด 20 MW ชี้ดีมานด์พุ่งยอดจองเฟสแรกเต็ม หนุนไทยฮับ AI-Cloud
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 15 นาที

ETIX Everywhere ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล Edge Data Center ชั้นนำระดับโลก ประกาศเปิดตัว ETIX BKK#2 ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 ในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ ด้วยกำลังการให้บริการ 20 เมกะวัตต์ (MW) ภายใต้วงเงินสินเชื่อเพื่อการลงทุนสูงสุด 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดันขีดความสามารถการรองรับรวมของ Bangkok Campus ย่านบางพลีแตะ 25 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับเวิร์กโหลดคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความหนาแน่นสูงถึง 200 กิโลวัตต์ (kW) ต่อแร็ก พร้อมเผยพื้นที่เฟสแรกถูกจองเต็มก่อนเปิดดำเนินการ สะท้อนความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทยที่เติบโตต่อเนื่อง

ทุน 70 ล้านดอลลาร์ ขยายแคมปัสแตะ 25 MW รับ AI Density สูง 200 kW ต่อแร็ก

การเปิดตัวดาต้าเซ็นเตอร์ ETIX BKK#2 ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากศูนย์ข้อมูล BKK#1 ในทำเลบางนา-สมุทรปราการ โดยส่งผลให้กำลังการให้บริการด้านไอที (IT Capacity) รวมของ Bangkok Campus ในพื้นที่ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ขยายตัวจากเดิม 5 เมกะวัตต์ ขึ้นสู่ระดับ 25 เมกะวัตต์ หรือเติบโตขึ้นกว่า 4 เท่าตัว ซึ่งการลงทุนนี้ขับเคลื่อนภายใต้วงเงินสินเชื่อที่จัดสรรไว้เพื่อปิดเฟสสุดท้ายของไซต์แรกและเริ่มต้นเฟสใหม่ โดยคาดว่าจะทยอยลงทุนและเติมเต็มพื้นที่ครึ่งหนึ่งของไซต์ภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า

ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบให้รองรับสถาปัตยกรรมการประมวลผลสำหรับชิป GPU ประสิทธิภาพสูง โดยสามารถจ่ายไฟและความเย็นให้กับแร็กที่มีความหนาแน่นสูงได้ถึง 200 kW ต่อแร็ก ซึ่งออกแบบมาตอบสนองความต้องการของผู้ให้บริการคลาวด์ แพลตฟอร์มคอนเทนต์ และผู้พัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ต้องผนวกเทคโนโลยี AI เข้ากับบริการหลักในปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายปิแอร์ ปาทริส (Pierre Patris) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ETIX ประจำภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยว่า ศักยภาพในการรองรับความหนาแน่นระดับ 200 kW ต่อแร็ก ช่วยให้ศูนย์ข้อมูลสามารถรองรับการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน GPU ของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งในปัจจุบันทั้งแอปพลิเคชัน คลาวด์ และแพลตฟอร์มคอนเทนต์ต่างจำเป็นต้องนำ AI เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบงาน จึงต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับความต้องการด้านพลังงานและความเย็นระดับสูงเพื่อไม่ให้ธุรกิจของลูกค้าถูกจำกัดการเติบโต

ยอดจองเฟสแรกเต็ม ลุยเจาะ AI Inference สานจุดยืน Interconnection Hub

ความต้องการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในไทยสะท้อนผ่านความสำเร็จของ BKK#2 ซึ่งพื้นที่เฟสแรกขนาด 2 เมกะวัตต์ ได้ถูกทำสัญญาจองเต็มทั้งหมดแล้วโดยลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มผู้ให้บริการคอนเทนต์ระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะมีดีมานด์ด้าน AI หลั่งไหลเข้ามาสอบถามอย่างต่อเนื่องทุกวัน แต่บริษัทเลือกใช้นโยบายคัดกรองผู้ใช้งานอย่างรัดกุม เพื่อมุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อโครงข่าย หรือ Interconnection Hub ตามดีเอ็นเอของแบรนด์

นายปิแอร์ ระบุว่า ETIX ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างโรงงานฝึกอบรม AI ขนาดใหญ่ระดับกิกะวัตต์ (Gigawatt Factory for AI Training) แต่เน้นรองรับการประมวลผลแบบ AI Inference ที่ใช้งานจริงในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค ทั้งไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ควบคู่ไปกับการรักษาสัดส่วนฐานลูกค้าให้สมดุลระหว่างองค์กรธุรกิจ ภาคธนาคาร ผู้ให้บริการคลาวด์ และผู้ใช้ AI เพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจและรักษาคุณค่าของการเชื่อมต่อข้อมูล

ปัจจุบัน Bangkok Campus เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระบบนิเวศโทรคมนาคมอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเป็นจุดติดตั้งอุปกรณ์ของผู้ให้บริการคลาวด์และแพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่ 3 ราย พร้อมเป็นที่ตั้งของจุดแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตหลัก 2 แห่ง ได้แก่ BKNIX และ THNIX ตลอดจนผู้ให้บริการโทรคมนาคมทุกรายในประเทศไทย เช่น AIS, True และ Symphony ส่งผลให้การรับส่งข้อมูลคอนเทนต์ระดับโลกสามารถแลกเปลี่ยนได้ภายในประเทศ ช่วยลดความล่าช้า (Low Latency) และลดต้นทุนการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (International Transit) ให้กับผู้ใช้งานในไทย

ETIX เปิดตัว BKK#2 ขนาด 20 MW ชี้ดีมานด์พุ่งยอดจองเฟสแรกเต็ม หนุนไทยฮับ AI-Cloud
ETIX เปิดตัว BKK#2 ขนาด 20 MW ชี้ดีมานด์พุ่งยอดจองเฟสแรกเต็ม หนุนไทยฮับ AI-Cloud

ชูโมเดลความยั่งยืน ‘Ethical’ ปิดลูปไม่ใช้น้ำ พร้อมหนุน Direct PPA และ BESS

แนวคิดของ ETIX มาจาก 2 แกนหลัก คือ ‘Ethical’ ด้านความยั่งยืน และ ‘Internet Exchange (IX)’ ด้านการเชื่อมโยงเครือข่าย โดยบริษัทให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ประเทศไทยในปี 2565 ดำเนินการติดตั้งระบบระบายความร้อนที่ไม่ใช้น้ำ (Zero Water Cooling) แบบระบบปิด (Closed-loop) หลีกเลี่ยงการใช้ Cooling Tower แบบเดิมที่สูญเสียน้ำปริมาณมหาศาล ส่งผลให้มีค่าประสิทธิภาพการใช้น้ำ (WUE) ต่ำกว่า 0.01 ลิตรต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ขณะที่ค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (PUE) ของ BKK#1 ต่ำกว่า 1.4

นายหลุยส์ บลองโช (Louis Blanchot) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ETIX กล่าวว่า คำว่า Ethical คือแนวทางการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ด้วยระบบระบายความร้อนที่ไม่ใช้น้ำ พลังงานสีเขียว และมาตรฐานการออกแบบระดับสูง ส่วน Internet Exchange คือการสร้างจุดเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย คลาวด์ และคอนเทนต์ เพื่อให้ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และ AI อยู่ร่วมในแคมปัสเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่ลดทอนมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

ด้านพลังงานสะอาด แคมปัสกรุงเทพฯ มีเป้าหมายใช้พลังงานหมุนเวียน 100% โดย BKK#1 ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา 6,000 ตารางเมตร กำลังการผลิต 1 MWp และมีแผนขยายพื้นที่โซลาร์เซลล์ร่วมกับอาคารข้างเคียงให้แตะ 10 MWp เมื่อโครงการ BKK#2 เดินหน้าเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ร่วมกับผู้ผลิตพลังงานชั้นนำของไทย อาทิ บี.กริม (B.Grimm), บ้านปู (Banpu) และกัลฟ์ (Gulf) พร้อมเสริมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ภายในไซต์ เพื่อกักเก็บไฟฟ้าช่วง Off-Peak มาใช้ในชั่วโมงที่มีการใช้ไฟสูง เพื่อลดภาระของโครงข่ายไฟฟ้าหลักและชุมชน

นอกจากนี้ แคมปัสทั้งหมดยังเลือกปักหมุดตั้งอยู่ในพื้นที่สีม่วง (เขตอุตสาหกรรม) ตามกฎหมายผังเมืองอย่างเคร่งครัด มีการออกแบบป้องกันปัญหาน้ำท่วมอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับรายงาน ESG ปี 2568 ของกลุ่ม ETIX ที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 75% ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 2 ได้ถึง 80% และได้รับคะแนนการประเมิน EcoVadis ระดับ Gold ที่ 81 คะแนน

ชี้ไทยตลาด Tier-1 โตแกร่ง ย้ำ AI Training ยุคอนาคตต้องพึ่งพานิวเคลียร์ SMR

นายปิแอร์ ให้มุมมองต่อภาพรวมตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ว่า ประเทศไทยยังคงมีความน่าสนใจอย่างยิ่งในสายตานักลงทุนต่างชาติ และกำลังก้าวขึ้นสู่ตลาด Tier-1 ในเอเชียเคียงคู่สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินเดีย โดยทิศทางของภาครัฐไทยที่เริ่มจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อคัดกรองโครงการดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเข้มงวด ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องเหมือนกับที่สิงคโปร์เคยดำเนินการ เพื่อเลือกเฉพาะโครงการที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ลดต้นทุนการเชื่อมต่อให้ประชาชน และไม่สร้างภาระด้านทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำให้แก่ประเทศ

สำหรับแนวโน้มเทคโนโลยีในระยะยาว การขยายตัวของศูนย์ประมวลผลขนาดใหญ่สำหรับการเทรน AI (AI Training) ที่ต้องใช้พลังงานระดับกิกะวัตต์ จะไม่สามารถพึ่งพาเพียงโซลาร์ฟาร์มได้อีกต่อไป เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ จึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR (Small Modular Reactor) ซึ่งเริ่มเห็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในสหรัฐฯ เดินหน้าศึกษาและเปิดรับวิศวกรนิวเคลียร์เข้าสู่องค์กรอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทย นายปิแอร์ ระบุว่า การพัฒนาเทคโนโลยี SMR จะเป็นภาพของแผนงานระยะยาวที่ต้องใช้เวลาเตรียมความพร้อมและสร้างห่วงโซ่อุปทานไม่ต่ำกว่า 10 ปี ในขณะที่การตอบสนองความต้องการด้านพลังงานในระยะสั้นถึงระยะกลาง การเร่งผลักดันพลังงานหมุนเวียนและกลไก Direct PPA จะยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยอย่างยั่งยืน

#ETIX #ETIXBKK2 #DataCenter #AI #Cloud #TheReporterAsia

Related Posts