Gartner เตือนงบลงทุน AI กว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ เสี่ยงเผชิญภาวะด้อยค่าปี 2573

Gartner เตือนงบลงทุน AI กว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ เสี่ยงเผชิญภาวะด้อยค่าปี 2573
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 9 นาที

การ์ทเนอร์ (Gartner) ออกโรงเตือนผู้ให้บริการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก หลังพบการเร่งอัดฉีดงบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยชี้ว่าหากอัตราการทุ่มงบประมาณยังคงอยู่ในระดับปัจจุบัน ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2573 งบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีมูลค่ารวมกว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะเผชิญความเสี่ยงสูงต่อภาวะขาดทุนและ “สินทรัพย์ด้อยค่า” (Impairment) เนื่องจากรายได้ที่สร้างกลับมาสู่ระบบยังไม่คุ้มทุน

รายได้โตตามไม่ทันงบลงทุน เสี่ยงตัดมูลค่าสินทรัพย์แตะ 4 ล้านล้านดอลลาร์

รายงานวิจัยของการ์ทเนอร์ประเมินว่า ผู้ให้บริการ AI เตรียมทุ่มงบประมาณเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ภายในปีนี้ พร้อมทั้งคาดว่าจะมีการอัดฉีดเงินทุนเพิ่มเติมอีกสูงถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงปี พ.ศ. 2570 ถึง 2573 ทว่าผลการวิจัยกลับชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผลตอบแทนและรายได้ที่เกิดขึ้นจริงจากการใช้งาน AI ทั้งในฝั่งองค์กรธุรกิจ (Enterprise) และผู้บริโภคทั่วไป (Consumer) ยังห่างไกลจากความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเม็ดเงินลงทุนทั้งหมดที่วางแผนไว้

วิล ซอมเมอร์ (Will Sommer) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ เปิดเผยว่า บรรดาผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center) จำเป็นต้องสร้างรายได้สะสมให้ได้สูงถึง 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อให้ครอบคลุมเม็ดเงินลงทุน ต้นทุนทางการเงิน และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROIC: Return on Invested Capital) ในระดับขั้นต่ำ 12% แต่ในความเป็นจริง รายได้รวมจาก AI ที่จะหมุนเวียนกลับมาสู่ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานคาดว่าจะทำได้สูงสุดไม่เกิน 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น

นอกจากนี้ การ์ทเนอร์ยังระบุเพิ่มเติมว่า ปัญหาความไม่สมดุลดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นจากการที่กลุ่มผู้ให้บริการ AI Native ส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบสินทรัพย์น้อย (Asset-Light) ส่งผลให้รายได้จากบริการ AI ไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่จะตกไปถึงมือของผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของฮาร์ดแวร์และโครงสร้างพื้นฐานจริง การขาดความสามารถในการสร้าง ROIC ที่ยั่งยืนบนอุปกรณ์ที่เสื่อมราคาอย่างรวดเร็วจึงนำไปสู่การปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ (Write-Downs) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สูงกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตกอยู่ในความเสี่ยงจนถึงปี พ.ศ. 2575 โดยผลตอบแทนระดับ 12% จะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะพ้นช่วงสิ้นปี 2575 เป็นอย่างเร็วที่สุด

Gartner เตือนงบลงทุน AI กว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ เสี่ยงเผชิญภาวะด้อยค่าปี 2573
Gartner เตือนงบลงทุน AI กว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ เสี่ยงเผชิญภาวะด้อยค่าปี 2573

ตลาด Neocloud ส่อเค้าควบรวมกิจการ คาดกว่า 80% ปิดฉากการทำธุรกิจเดี่ยว

กลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์เฉพาะทางด้าน AI หรือ Neocloud ถูกจัดให้เป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางและจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภาวะความไม่สมดุลระหว่างต้นทุนและรายได้ แม้ผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ระดับไฮเปอร์สเกล (Hyperscalers) จะมีกระแสเงินสดและแหล่งรายได้ทางอื่นที่แข็งแกร่งพอจะพยุงการลงทุน AI ต่อไปได้หลายปี แต่ผู้เล่น Neocloud จำเป็นต้องเร่งทำกำไรจากระบบ AI-optimized IaaS และโซลูชันที่เกี่ยวข้องให้ได้ทันท่วงทีเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ

แม้การ์ทเนอร์จะประเมินว่า ตัวเลขการใช้จ่ายสำหรับระบบ AI-optimized IaaS ทั่วโลกจะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2570 ไปสู่ 1.74 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี พ.ศ. 2573 แต่นายซอมเมอร์เตือนว่า การเติบโตดังกล่าวยังไม่รวดเร็วและไม่สูงพอที่จะทำให้ผู้ให้บริการระบบประมวลผล AI ส่วนใหญ่สามารถคืนทุนได้ทัน ก่อนที่รอบการใช้งานของเซมิคอนดักเตอร์และชิปประมวลผล AI รุ่นปัจจุบันจะหมดอายุขัยและถูกแทนที่ด้วยฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่

ด้วยแรงกดดันมหาศาลจากต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน ผนวกกับการขาดความแตกต่างและจุดขายในโมเดลธุรกิจ การ์ทเนอร์จึงคาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2573 หรือในอีก 4 ปีข้างหน้า ผู้ให้บริการ Neocloud มากกว่า 80% จะไม่สามารถยืนระยะดำเนินธุรกิจอย่างเป็นอิสระได้อีกต่อไป และต้องเผชิญกับสถานการณ์ถูกบีบให้ปิดตัวลง ถอนตัวออกจากตลาด หรือจำยอมเข้าสู่กระบวนการควบรวมกิจการ (M&A) ในที่สุด

#Gartner #AIInfrastructure #Neocloud #AIDataCenter #TheReporterAsia

Related Posts