บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดสถานีวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล Bangkok Radio โชว์ศักยภาพการดูแลความปลอดภัยทางทะเลมาตรฐานโลก แต่กลับต้องควักกระเป๋าแบกรับต้นทุนการดำเนินงานเพียงลำพังหลังสิ้นสุดยุคสัมปทาน ชี้เป็นพันธกิจระดับชาติด้านสาธารณภัยและการรักษาชีวิตคนตามอนุสัญญา IMO ที่รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณตรงหรือโอนย้ายภารกิจให้หน่วยงานเจ้าภาพอย่างกรมเจ้าท่าดูแลอย่างเป็นระบบ
ปมรอยต่อสัมปทานหมดอายุ สู่ภาระต้นทุนไร้รายได้ของรัฐวิสาหกิจ
เบื้องหลังปัญหาทางการเงินของสถานีวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล Bangkok Radio มีจุดเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างโทรคมนาคมของประเทศ ในอดีตยุคการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) และองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) การดำเนินงานระบบวิทยุสื่อสารทางทะเลสามารถใช้กลไกการหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (มาตรา 84) ออกจากรายได้ของสัญญาสัมปทานโทรคมนาคมได้ก่อน เพื่อนำมาชดเชยค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค ค่าบำรุงรักษา และค่าบุคลากร
ทว่าเมื่อสัญญาสัมปทานโทรคมนาคมทยอยสิ้นสุดลงในช่วงปี 2559–2560 NT ไม่สามารถนำรายได้ส่วนดังกล่าวมาหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายได้อีกต่อไป ขณะที่บริการวิทยุทางทะเลเป็นบริการแบบกระจายข่าวสาร (Broadcast) สาธารณะเพื่อความปลอดภัย ซึ่งไม่สามารถจัดเก็บค่าบริการจากเรือขนส่งสินค้า เรือประมง หรือเรือโดยสารได้แม้แต่บาทเดียว ส่งผลให้งบประมาณในการปรับปรุงและดูแลรักษาระบบเริ่มหยุดชะงักและเผชิญภาวะถดถอย
“วิทยุเรืออย่างที่ผมบอกว่ามันไม่มีรายได้ เราไม่สามารถที่จะเก็บรายได้ค่าบริการวิทยุเรือจากเรือต่าง ๆ ได้ พอหมดสัมปทานปุ๊บ เราก็ไม่สามารถที่จะไปหักลดหย่อนอะไรได้เลย บริการมันก็คล้าย ๆ กับ landing ลงไปเรื่อย ๆ มันก็ไม่มีงบมาปรับปรุง ไม่มีงบมาดำเนินงาน” — ตัวแทนคณะทำงาน บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ สะท้อนปัญหาข้อจำกัดด้านงบประมาณที่เกิดขึ้นหลังสิ้นสุดระบบสัมปทาน
แก้ผ้าเอาหน้ารอดแก้วิกฤต Audit สู่ความเสี่ยงใหม่เมื่อระบบหมดประกัน
ในช่วงก่อนปี 2562 ประเทศไทยเผชิญแรงกดดันจากการที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) เตรียมเข้าตรวจประเมินมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลของประเทศ ซึ่งหากระบบวิทยุสื่อสารชายฝั่งไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นด้านการเดินเรือพาณิชย์ และอาจทำให้เรือขนส่งสินค้าที่เข้าสู่น่านน้ำไทยต้องเสียค่าเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงสูงขึ้นในระดับสากล
ในช่วงเวลาดังกล่าว NT ต้องวิ่งเต้นหาแหล่งงบประมาณสนับสนุนจากภายนอก ทั้งจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ของ กสทช. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อนำมาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบ GMDSS เร่งด่วนจนสามารถผ่านการตรวจประเมินจาก IMO ได้สำเร็จ แต่ระบบดังกล่าวมีระยะเวลาการรับประกัน (Warranty) ถึงเพียงปี 2569 เท่านั้น และหลังจากนี้จะไม่มีงบประมาณรองรับค่าบริหารจัดการและซ่อมบำรุงต่อเนื่อง
“ถ้าเกิดเขามาตรวจอีกแล้วยกธงเหลืองขึ้นมา มันก็จะทำให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือในประเทศไทยเรา เรือส่งสินค้าต่าง ๆ ค่าประกันก็อาจจะแพงขึ้น เราต้องใช้วิธีหางบจากแหล่งภายนอกเข้ามาปรับปรุงระบบ ให้สามารถให้บริการได้ตามมาตรฐานที่ IMO กำหนด” — ผู้แทนด้านเทคนิค NT กล่าวถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยของประเทศ

มรดกตกทอดข้ามกระทรวง โครงสร้างบิดเบี้ยวที่ไร้เจ้าภาพงบประมาณ
ต้นตอสำคัญของปัญหาเกิดจากการมอบหมายภารกิจในอดีตกว่า 20–30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหน่วยงานด้านการสื่อสารยังสังกัดอยู่ภายใต้กระทรวงคมนาคม โดยคณะรัฐมนตรีในยุคนั้นได้มอบหมายบทบาทการสื่อสารทางทะเลให้ กสท. รับผิดชอบ แต่เมื่อเกิดการแยกหน่วยงานจัดตั้งเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม NT จึงกลายสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีสถานะเป็นบริษัทมหาชน มีหน้าที่ต้องสร้างผลประกอบการทางธุรกิจ แต่กลับยังต้องแบกรับภาระงานสาธารณะที่แท้จริงของกระทรวงคมนาคมไว้เพียงลำพัง
ทางคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร NT ชี้ว่า โครงสร้างดังกล่าวผิดหลักการบริหารจัดการภาครัฐ เนื่องจากงานด้านกำกับดูแลความปลอดภัยทางทะเล (Regulator) และการปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศเป็นภารกิจหลักของ กรมเจ้าท่า ซึ่งเป็นเจ้าภาพของอนุสัญญา IMO ในฐานะรัฐชายฝั่ง จึงไม่สมควรผลักภาระให้รัฐวิสาหกิจต้องควักกำไรจากธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมเชิงพาณิชย์มาชดเชยงานที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
“ถ้าจะให้เราทำต่อ ควรจะมีที่ใดที่หนึ่งสนับสนุนเรื่องของงบประมาณมาให้เราทำ ไม่ใช่ว่าเราต้องควักกระเป๋าเองเพื่อที่จะให้บริการเพื่อสาธารณะ และถูกตรวจสอบอย่างไม่เป็นธรรม” — ข้อเรียกร้องเชิงนโยบายจาก NT ต่อทิศทางการรับผิดชอบภารกิจระดับชาติด้านความปลอดภัยทางทะเล
ทางออกบทบาท Network Provider เปลี่ยนภาระสินทรัพย์เป็น Manage Service
สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน NT เสนอรูปแบบการบริหารจัดการใหม่ โดยเสนอให้กระทรวงคมนาคมหรือกรมเจ้าท่า รับโอนภารกิจการเป็นเจ้าของระบบไปเป็นของตนเองอย่างสมบูรณ์ และตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีจากภาครัฐมารองรับ จากนั้นจึงจัดจ้าง NT ในรูปแบบผู้ให้บริการบริหารจัดการโครงข่าย (Manage Service) หรือผู้ให้บริการเครือข่าย (Network Provider)
โมเดลดังกล่าวเทียบเคียงได้กับรูปแบบการบริหารจัดการด้านการจราจรทางอากาศ ซึ่งมีหน่วยงานเฉพาะทางเข้ามาดูแลและบริหารจัดการตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) โดยในส่วนของระบบทางทะเล หากภาครัฐเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่เมื่ออุปกรณ์เดิมต้องตัดจำหน่าย (Write-off) แล้วว่าจ้าง NT เข้ามาเดินระบบ บำรุงรักษา และบริหารสถานีตามความเชี่ยวชาญทางเทคนิค จะช่วยให้ภารกิจความปลอดภัยทางทะเลของประเทศดำเนินไปได้อย่างโปร่งใส มีงบประมาณสนับสนุนที่มั่นคง และไม่เป็นภาระทางการเงินต่อรัฐวิสาหกิจอีกต่อไป
“ถ้าภารกิจหลักเป็นของกรมเจ้าท่า ในเรื่องของการให้บริการติดต่อระบบสื่อสารชายฝั่ง เขาก็รับภารกิจไป แล้วเขาสามารถที่จะมา Outsource ให้เราจ้างดำเนินการ Maintain ระบบสื่อสาร ทำเป็น Manage Service ก็ได้ เพราะเรามีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการ Manage ระบบสื่อสาร” — ข้อเสนอแนะเชิงโครงสร้างของ NT เพื่อปลดล็อกวิกฤตงบประมาณโครงข่ายทางทะเล
ขุมพลัง 24 สถานีผสานเทคโนโลยี เครือข่ายระวังภัยตลอด 24 ชั่วโมง
แม้จะเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่ในเชิงเทคนิคและปฏิบัติการ NT ยังคงเดินหน้าขยายและดูแลโครงข่ายวิทยุสื่อสาร GMDSS อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสถานีให้บริการตามแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ชายฝั่งทะเลตะวันออก และทะเลอันดามัน รวมทั้งสิ้น 24 สถานี แบ่งเป็นสถานีวิทยุย่านความถี่ VHF จำนวน 20 สถานี (ครอบคลุมระยะชายฝั่ง 20–50 ไมล์ทะเล หรือ Sea Area A1) และสถานีวิทยุย่านความถี่ MF/HF จำนวน 4 สถานี (รองรับการติดต่อระยะไกลในเขต Sea Area A2) โดยมีศูนย์ปฏิบัติการ Bangkok Radio ที่ศูนย์โทรคมนาคมนนทบุรีเป็นศูนย์กลางควบคุมตลอด 24 ชั่วโมง
ดร.ณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารไร้สาย NT เปิดเผยว่า โครงข่าย Bangkok Radio เป็นด่านหน้าในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินทางน้ำ เชื่อมโยงเทคโนโลยีวิทยุโทรศัพท์ (RT), ระบบส่งข้อความดิจิทัล (DSC) และระบบระบุพิกัดเรืออัตโนมัติ (AIS) เพื่อทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย (สกชย.), กองทัพเรือ, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), กรมเจ้าท่า, ตำรวจน้ำ และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ในการซ้อมแผนเผชิญเหตุและปฏิบัติการค้นหากู้ภัย (SAR) และลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน (EMS) ทางทะเลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสากล
“บริการสถานีวิทยุฯ Bangkok Radio ด้วยโครงข่ายระบบสื่อสารชายฝั่ง GMDSS มาตรฐานโลก ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อร่วมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทางทะเลในระดับสากล ช่วยส่งเสริมการเดินเรือพาณิชย์ การค้าระหว่างประเทศ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลของไทย” — ดร.ณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารไร้สาย NT กล่าวย้ำถึงความสำคัญของโครงข่ายระบบสื่อสารสาธารณภัย
#NT #BangkokRadio #GMDSS #โทรคมนาคมแห่งชาติ #ความปลอดภัยทางทะเล #กรมเจ้าท่า #กระทรวงคมนาคม #IMO

