ไฟเขียวงบ 5 หมื่นล้าน! สรุปแพ็กเกจ “Solar ภาคประชาชน” รัฐควักช่วยครัวเรือนละ 50,000 บาท ใครมีสิทธิ์-ลดค่าไฟได้จริงแค่ไหน

ไฟเขียวงบ 5 หมื่นล้าน! สรุปแพ็กเกจ “Solar ภาคประชาชน” รัฐควักช่วยครัวเรือนละ 50,000 บาท ใครมีสิทธิ์-ลดค่าไฟได้จริงแค่ไหน
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 9 นาที

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการ Solar ภาคประชาชน กรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยตั้งเป้าหมายสนับสนุนครัวเรือนทั่วประเทศ 1,000,000 หลังคาเรือน เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพจากราคาพลังงานผันผวนอย่างยั่งยืน

TheReporterAsia สรุปรายละเอียดสิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และการคำนวณความคุ้มค่าด้านปากท้องของโครงการนี้แบบเข้าใจง่าย

ประชาชนได้เงินอุดหนุนเท่าไร และจ่ายจริงเท่าใด?

รัฐบาลสนับสนุนเงินทุนช่วยเหลือแบบให้เปล่าแก่ประชาชนที่ผ่านเกณฑ์ รายละ 50,000 บาท (จำกัด 1 ล้านครัวเรือน / 1 สิทธิ์ต่อ 1 มิเตอร์)

ด้านการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้เคาะเพดานราคาชุดมาตรฐานเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ดังนี้:

  • ชุดมาตรฐานขนาด 5 kW (1 เฟส): ควบคุมราคาติดตั้งแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey) ไม่เกิน 140,000 บาท (รวม VAT)

  • ภาระค่าใช้จ่ายจริงของประชาชน: เมื่อหักเงินสนับสนุนจากรัฐ 50,000 บาท ครัวเรือนจะจ่ายจริงไม่เกิน 90,000 บาท (หากเลือกติดตั้งชุดมาตรฐาน)

  • แพ็กเกจคุ้มครองยาวนาน: กำหนดให้ผู้ติดตั้งต้องรับประกันงานติดตั้ง 7 ปี ประกันอัคคีภัย 7 ปี และบริการล้างแผงฟรีปีละ 1 ครั้ง ต่อเนื่อง 7 ปี

ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการบ้าง?

คุณสมบัติหลักของผู้เข้าร่วมโครงการ มีดังนี้:

  1. บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย)

  2. ชื่อผู้ขอรับสิทธิ์ต้องตรงกับชื่อเจ้าของมิเตอร์

  3. ติดตั้งขนาด 5 – 10 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) ต่อ 1 มิเตอร์ (ติดตั้งใหม่ หรือติดเพิ่มจากเดิม)

  4. ต้องติดตั้งผ่านผู้ให้บริการที่ขึ้นทะเบียน (Approved Vendor List) กับ กฟน. หรือ กฟภ. เท่านั้น

  5. ไม่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีซ้ำซ้อน (ตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 805)

  6. เงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: ผู้ถือบัตรฯ สามารถรับสิทธิ์ 50,000 บาทนี้ได้ แต่ต้องสละสิทธิ์การรับเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของบัตรสวัสดิการฯ เป็นเวลา 20 ปี

แหล่งเงินทุน: จ่ายสด หรือผ่อนผ่านแบงก์รัฐได้

ครัวเรือนที่ต้องการเข้าร่วมสามารถเลือกช่องทางบริหารเงินได้ 2 รูปแบบ:

  • กรณีไม่กู้เงิน: สำรองจ่ายตามงวดของผู้รับเหมา เมื่อติดตั้งและผ่านการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า (COD) เรียบร้อย กรมบัญชีกลางจะโอนเงินสนับสนุน 50,000 บาท คืนให้ตรงผ่านระบบ PromptPay

  • กรณีกู้เงิน: กู้ผ่าน 3 สถาบันการเงินรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธ.ก.ส. โดยธนาคารจะจ่ายค่าติดตั้งเต็มจำนวนให้ผู้รับเหมา ประชาชนผ่อนชำระเฉพาะส่วนต่างเงินกู้ และรัฐจะโอนเงินอุดหนุน 50,000 บาท ไปตัดลดหนี้ที่ธนาคารให้โดยตรง

ลดค่าไฟได้จริงแค่ไหน และขายไฟคืนได้เท่าไร?

  • ประหยัดค่าไฟกลางวัน: โซลาร์รูฟท็อปขนาด 5 kW ผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 18–22 หน่วยต่อวัน (ราว 550–650 หน่วยต่อเดือน) หากครัวเรือนใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน เช่น การทำงานที่บ้าน (WFH) หรือเปิดเครื่องปรับอากาศ จะช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 2,200 – 2,700 บาทต่อเดือน (คำนวณที่ฐานค่าไฟเฉลี่ยหน่วยละ 4.00 – 4.20 บาท) คิดเป็นจุดคุ้มทุนเงินสดส่วนต่าง (90,000 บาท) ราว 3 – 4 ปี

  • กรณีไฟฟ้าเหลือใช้ (Net Billing): สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าโครงข่าย กฟน./กฟภ. ได้ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย(สำหรับผู้ที่กู้เงิน ธนาคารจะหักรายได้จากค่าขายไฟฟ้าส่วนนี้เพื่อนำไปตัดเงินต้นเงินกู้ก่อนเป็นลำดับแรก ส่วนที่เหลือจึงจะโอนคืนให้ประชาชน)

ไทม์ไลน์และขั้นตอนดำเนินการ

  • เปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์: ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 – 31 มกราคม 2570 ผ่านระบบออนไลน์ของ กฟน./กฟภ. ได้ที่ https://peoplesolar.mea.or.th/ หรือสำนักงานสาขาในพื้นที่

  • สำรวจสถานที่และประเมินระบบ: ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2570

  • ยื่นขอเชื่อมต่อโครงข่าย: ต้องยื่นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 และเชื่อมต่อระบบสำเร็จภายใน 30 กันยายน 2570

  • กรอบเบิกจ่ายเงินกู้สิ้นสุด: 31 ธันวาคม 2570

นอกจากนี้ ครม. ยังได้สั่งการให้กรมสรรพากรยกร่างกฎหมายยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินสนับสนุน 50,000 บาท และให้กรมศุลกากรพิจารณายกเว้นอากรนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตแผงโซลาร์ในประเทศ รวมถึงมอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรมวางระบบรีไซเคิลซากแผงโซลาร์เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Related Posts