ทริสเรทติ้งชี้ธุรกิจเช่าซื้อยานยนต์ฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง

ทริสเรทติ้งชี้ธุรกิจเช่าซื้อยานยนต์ฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 12 นาที

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประเมินทิศทางธุรกิจเช่าซื้อยานยนต์มีแนวโน้มฟื้นตัวในระดับปานกลางอย่างระมัดระวังในปี 2570 ท่ามกลางการเติบโตของสินเชื่อที่ไม่ทั่วถึง ขณะที่การคัดกรองความเสี่ยงเข้มงวดช่วยพยุงคุณภาพสินทรัพย์และหนุนเสถียรภาพผลกำไร แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือน อุทกภัย และความไม่แน่นอนของราคารถยนต์ไฟฟ้า (EV)

ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโตจากพลังงานทางเลือก แต่สินเชื่อยังเข้มงวด

ภาพรวมยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเริ่มมีแรงส่งฟื้นตัวชัดเจนขึ้น โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศขยายตัว 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แตะระดับประมาณ 466,000 คัน การขยายตัวดังกล่าวเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากติดลบ 2.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ สู่ระดับ 25.6% ในเดือนสิงหาคม ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์พลังงานทางเลือก โดยรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV) ครองสัดส่วนสูงถึง 78% ของยอดขายรถยนต์นั่งใหม่ อันเป็นผลจากมาตรการอุดหนุนของภาครัฐในโครงการ EV 3.0 และ EV 3.5 รวมถึงราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง

แม้ว่ายอดขายรถยนต์จะเร่งตัวขึ้น แต่การขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อกลับเติบโตช้ากว่า ผู้ประกอบการสินเชื่อยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อแก่กลุ่มผู้กู้ที่มีสถานะทางการเงินเปราะบาง ขณะเดียวกัน การแข่งขันตัดราคาในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนความผันผวนของราคารถยนต์มือสอง ได้สร้างความกังวลต่อมูลค่าหลักประกันและราคาซาก ส่งผลให้ผู้ให้บริการสินเชื่อเน้นการคัดกรองคุณภาพลูกหนี้มากกว่าการเร่งขยายพอร์ต ทั้งนี้ การแข่งขันในกลุ่มรถยนต์ใหม่ยังคงรุนแรงระหว่างธนาคารพาณิชย์ที่มีต้นทุนทางการเงินต่ำกับกลุ่มบริษัทสินเชื่อในเครือผู้ผลิตรถยนต์ (Captive Finance) ที่มีความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับตัวแทนจำหน่าย ทำให้ผู้ประกอบการสินเชื่ออิสระต้องหันไปโฟกัสตลาดรถยนต์มือสองเป็นหลัก

สินเชื่อรถบรรทุกฟื้นตัวตามโลจิสติกส์ หนุนกำไรและราคาหลักประกัน

กลุ่มสินเชื่อรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจากชะลอตัวต่อเนื่องหลายปี โดยยอดจดทะเบียนรถบรรทุกใหม่ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ได้รับแรงหนุนจากความต้องการเปลี่ยนทดแทนรถเก่าและกิจกรรมการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ งานโลจิสติกส์ ตลอดจนโครงการก่อสร้างของภาครัฐ นอกจากนี้ มูลค่าหลักประกันปรับตัวดีขึ้นตามดัชนีราคารถบรรทุกมือสองของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องจากปริมาณรถยึดในตลาดลดลงและมีความต้องการรถบรรทุกมาตรฐานยูโร 3 มือสองเข้ามาหนุน ซึ่งช่วยลดการขาดทุนจากการขายรถยึดและเพิ่มอัตราการเรียกคืนหนี้

ด้านผลการดำเนินงาน ผู้ประกอบการสินเชื่อรถบรรทุกมีแนวโน้มทำกำไรดีขึ้นต่อเนื่องในกรอบ 12-18 เดือนข้างหน้า จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ดีและการแข่งขันที่ไม่รุนแรงเท่าตลาดรถยนต์นั่ง อีกทั้งยังอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการกำหนดราคาตามความเสี่ยง ขณะที่การใช้งานรถบรรทุกไฟฟ้ายังอยู่ในระยะเริ่มต้น โดยสัดส่วนยอดจำหน่ายรถบรรทุก BEV ขนาด 5-10 ตัน ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 มีเพียง 124 คัน หรือราว 1% ของยอดขายรวม จึงยังไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

สินเชื่อรถจักรยานยนต์คุมเข้ม ปรับสู่มาตรฐานกำไรปกติใหม่

ตลาดเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ยังคงเติบโตในระดับปานกลาง แม้ยอดขายรถจักรยานยนต์ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 จะเติบโต 6.9% แต่การปล่อยสินเชื่อขยายตัวต่ำกว่ายอดขายอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผู้ประกอบการยกระดับความเข้มงวดในการพิจารณาเครดิต ท่ามกลางภาวะหนี้ครัวเรือนระดับสูง โดยมีการปฏิเสธสินเชื่อผู้กู้สถานะอ่อนแอเพิ่มขึ้น หรือเรียกเก็บเงินดาวน์สูงถึง 30% ส่วนตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังมีขนาดเล็กมาก คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1.6% ของยอดขายรวม 7 เดือนแรกของปี 2569 ผู้ประกอบการจึงยังจำกัดการให้สินเชื่อเฉพาะแบรนด์ที่มีความมั่นคง

ทิศทางความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เข้าสู่ภาวะปกติใหม่ (New Normal) หลังจากปรับปรุงคุณภาพพอร์ตสินเชื่อและตัดจำหน่ายหนี้เสียเดิมออกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ศักยภาพในการเพิ่มกำไรมีอยู่อย่างจำกัด เนื่องจากเพดานอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับลดลงจนเกือบเต็มเพดานประสิทธิภาพแล้ว คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังกำลังซื้อของกลุ่มฐานรากที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

กฎระเบียบ ธปท. ปรับโครงสร้างตลาด หนุนรายใหญ่ได้เปรียบ

การยกระดับการกำกับดูแลของ ธปท. ครอบคลุมผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) การกำหนดเพดานดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ไม่เกิน 5% ต่อปี การให้ส่วนลดดอกเบี้ยเมื่อปิดบัญชีก่อนกำหนด 60-100% ตลอดจนการตัดชำระหนี้ตามลำดับแนวนอนที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ส่งผลให้ต้นทุนด้านการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ปรับตัวสูงขึ้น

ปัจจัยดังกล่าวทำให้โครงสร้างการแข่งขันเปลี่ยนจากการเน้นขยายยอดสินเชื่อไปสู่การบริหารความเสี่ยงและการใช้ข้อมูลคัดกรองลูกค้า โดยสร้างความได้เปรียบให้แก่ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีฐานเงินทุนและระบบงานแข็งแกร่ง ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักจนอาจต้องปรับลดขนาดธุรกิจ หาพันธมิตร หรือออกจากตลาดไป

จับตา 5 ปัจจัยเสี่ยงกระทบคุณภาพสินทรัพย์และธุรกิจเช่าซื้อ

ทริสเรทติ้งระบุว่า ฐานเงินทุนของผู้ประกอบการที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยง (RAC) ที่อยู่ในระดับสูง และผลกระทบจากอุทกภัยยังอยู่ในกรอบที่สามารถบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ตาม ยังมี 5 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด:

ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผันผวนซึ่งอาจกระทบกระแสเงินสดของผู้ประกอบการขนส่งรายย่อย ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงและรายได้ครัวเรือนที่ฟื้นตัวช้า ความเสี่ยงด้านราคาและมูลค่าคงเหลือของรถยนต์ EV จากสงครามราคาและการเปิดตัวรุ่นใหม่ ต้นทุนด้านการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่และเพดานอัตราดอกเบี้ยที่จำกัดผลตอบแทน ความเสี่ยงจากภาวะช็อกทางเศรษฐกิจและภัยพิบัติธรรมชาติที่อาจกดดันความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้

#ทริสเรทติ้ง #สินเชื่อเช่าซื้อ #ยานยนต์ไฟฟ้า #สินเชื่อรถยนต์ #เศรษฐกิจไทย

Related Posts