ทรู กางโรดแมป AI Platform Enabler ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลภูมิภาค

ทรู กางโรดแมป AI Platform Enabler ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลภูมิภาค
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 11 นาที

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศวิสัยทัศน์ยกระดับองค์กรสู่การเป็น Digital Infrastructure & AI Platform Enabler บนเวทีสัมมนา NBTC Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด “Beyond Volatility: Harnessing Resilience Through Dialogue” ณ โรงแรมดุสิตธานี มุ่งผสานโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเข้ากับนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์แบบครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของประเทศสู่ระบบเศรษฐกิจ AI (AI Economy) พร้อมผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและ AI ของภูมิภาค

ก้าวสู่ AI Platform Enabler ผสาน 5 องค์ประกอบดันโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยในหัวข้อ “Building Thailand’s Digital Backbone: An Operator’s Perspective” ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวผ่านจากยุค Digital Economy สู่ AI Economy อย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลายเป็นรากฐานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยจำเป็นต้องบูรณาการ 5 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมต่อ, ระบบประมวลผล, การจัดการข้อมูล, การประมวลผลด้วย AI เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

ปัจจุบัน ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ยกระดับขีดความสามารถเพื่อรองรับบทบาทดังกล่าว ด้วยฐานลูกค้ากว่า 47 ล้านราย เครือข่าย 5G ที่ครอบคลุม 94% ของประชากร โครงข่าย 4G ครอบคลุม 99% และโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกความยาวกว่า 500,000 กิโลเมตร พร้อมขับเคลื่อนผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ, การยกระดับคุณภาพและความมั่นคงของโครงข่าย, การขับเคลื่อนภาครัฐและภาคธุรกิจสู่ดิจิทัล, การพัฒนาระบบนิเวศ AI และการสร้างโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม

นายจักรกฤษณ์ ระบุเพิ่มเติมว่า การผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Regional Digital & AI Hub จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล ภาคเอกชน และพันธมิตรด้านเทคโนโลยี ควบคู่กับกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุนและนวัตกรรม โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการนำเข้าเทคโนโลยีขั้นสูง แต่เป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่มเข้าถึงและประยุกต์ใช้ AI เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

พลิกโฉมบริการสู่ Proactive Care ผนึกเอ้ก ดิจิทัล พัฒนาโมเดลพฤติกรรมลูกค้า

ด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้งานจริง ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำเสนอมุมมองในหัวข้อ “The Agentic Imperative: Real-World Deployments and Lessons from International and Local Telecom Leaders” โดยระบุว่า การพัฒนานวัตกรรม AI ต้องไม่ถูกปิดกั้นด้วยความกลัว แต่ต้องดำเนินงานบนพื้นฐานของจริยธรรม AI และหลักการให้มนุษย์มีส่วนร่วมรับผิดชอบในกระบวนการ (Human-in-the-loop) เพื่อส่งมอบบริการอัจฉริยะที่ดูแลลูกค้าเชิงรุก (Proactive Care) และการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) แก้ไขปัญหาก่อนที่จะกระทบผู้ใช้งาน ควบคู่กับการพัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง มะลิ

ทรู กางโรดแมป AI Platform Enabler ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลภูมิภาค
ทรู กางโรดแมป AI Platform Enabler ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลภูมิภาค

นอกจากนี้ ทรูได้ร่วมมือกับ เอ้ก ดิจิทัล (EGG Digital) ในการพัฒนาโมเดลพฤติกรรมขนาดใหญ่ (Large Behavior Model) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานจริงของลูกค้าในเชิงลึก นำไปสู่การทำการตลาดเฉพาะบุคคลแบบแม่นยำสูงในระดับมหภาค ตลอดจนการพัฒนา Digital Twin กว่า 3 ล้านโปรไฟล์ สำหรับประยุกต์ใช้บนระบบคลาวด์ของรัฐบาลไทย

ดร.ธีรเดช กล่าวเน้นย้ำว่า ทรูมุ่งทำงานร่วมกับสำนักงาน กสทช. ในการผสานข้อมูลเข้ากับระบบคลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการเชื่อมต่ออัจฉริยะ โดยชี้ว่าศักยภาพของบุคลากรไทยมีความพร้อมในระดับสูง ประเทศจึงต้องเร่งขยายขีดความสามารถด้าน AI และสร้างแรงจูงใจเพื่อรักษาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญไว้ในระบบ ป้องกันปัญหาภาวะสมองไหล เพื่อเปลี่ยนผ่านบทบาทของไทยจากการเป็นเพียงผู้ใช้งาน สู่การเป็นผู้พัฒนาและผู้ให้บริการ AI ในเวทีระดับสากล

ชู AI Governance เสริมอธิปไตยข้อมูล หนุนกรอบกำกับดูแลร่วมรัฐ-เอกชน

ในมิติด้านธรรมาภิบาลข้อมูล นายมนตรี สถาพรกุล หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Data Sovereignty in a Connected World: Securing Thailand’s Digital Future” โดยระบุว่า ภาคเอกชนสามารถนำประสบการณ์จากการใช้งานจริงมาช่วยกำหนดแนวทางกำกับดูแล AI ของประเทศ โดยเฉพาะการกำหนดเงื่อนไขการใช้ข้อมูล สิทธิการเข้าถึง และขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ให้บริการอย่างรัดกุมเมื่อเชื่อมโยงระบบโทรคมนาคมเข้ากับคลาวด์และผู้ให้บริการ AI

การกำกับดูแล AI จำเป็นต้องครอบคลุมกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ กำหนดตัวบุคคลผู้รับผิดชอบการตัดสินใจที่มีนัยสำคัญ และมีระบบสำรองรองรับกรณีเกิดข้อผิดพลาด เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถพัฒนาบริการได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งาน ป้องกันการนำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งนี้ ทรูสนับสนุนการจัดทำกรอบกำกับดูแล AI ระดับชาติที่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และกฎหมายเฉพาะด้าน พร้อมผลักดันแนวคิดอธิปไตยด้าน AI หรือ AI Sovereignty เพื่อสร้างขีดความสามารถของประเทศในการกำกับดูแลข้อมูล โมเดล และโครงสร้างพื้นฐาน ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศเพียงฝ่ายเดียว ผ่านการจัดเตรียมระบบสำรอง การสนับสนุนชุดข้อมูลคุณภาพ โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลในต้นทุนที่เหมาะสม และการเปิดพื้นที่ทดสอบนวัตกรรม (Regulatory Sandbox) ร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน

#TrueCorporation #AIPlatformEnabler #AISovereignty #NBTCSymposium2026 #TheReporterAsia

Related Posts