AIS ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการขยายโครงข่ายดิจิทัลทางทะเล ภายใต้แนวคิด Sea First Coverage ด้วยการนำเทคโนโลยี Sub-1 GHz Massive MIMO มาใช้งานเชิงพาณิชย์เป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลการทดสอบเส้นทางเรือเฟอร์รีจากปากน้ำชุมพรไปยังเกาะเต่า สามารถส่งสัญญาณ 5G ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลได้ไกลถึง 60 กิโลเมตร จากเดิม 38 กิโลเมตร พร้อมรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของนักท่องเที่ยวและชุมชน รับฤดูท่องเที่ยวปลายปี 2569
นวัตกรรม Sub-1 GHz Massive MIMO ทลายข้อจำกัดสถานีฐานกลางทะเล
การเชื่อมต่อทางทะเลมีอุปสรรคสำคัญจากข้อจำกัดในการตั้งเสาสัญญาณและระยะทางที่ห่างไกลจากชายฝั่ง AIS จึงผสานศักยภาพของคลื่นความถี่ย่านต่ำกว่า 1 GHz ได้แก่ คลื่น 700 MHz และ 900 MHz ที่มีคุณสมบัติเด่นด้านการกระจายสัญญาณระยะไกล เข้ากับเทคโนโลยี Massive MIMO ซึ่งใช้ระบบสายอากาศหลายชุดในการรับส่งสัญญาณร่วมกันอย่างแม่นยำ
การผสานสองเทคโนโลยีดังกล่าว ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการส่งสัญญาณข้ามผืนน้ำไปยังหมู่เกาะและเส้นทางเดินเรืออย่างมีนัยสำคัญ ทำให้โครงข่ายสามารถรองรับความหนาแน่นของผู้ใช้งานและปริมาณการรับส่งข้อมูลจำนวนมากพร้อมกันได้อย่างเสถียร ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารพื้นฐาน การเปิดแผนที่นำทาง การค้นหาข้อมูล หรือการสตรีมและอัปโหลดวิดีโอคุณภาพสูงระหว่างล่องเรือ
นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส ระบุว่า AIS พัฒนาโครงข่ายภายใต้กลยุทธ์ WISE Framework ที่ผสานศักยภาพของ Spectrum, Technology และ Expertise เพื่อสร้างเครือข่ายที่ชาญฉลาดและปลอดภัย โดยเฉพาะแนวทาง Innovate Beyond ที่มุ่งนำเทคโนโลยีใหม่มาทลายข้อจำกัดเดิม
“การเชื่อมต่อที่ดีต้องไม่หยุดอยู่เพียงชายฝั่ง แต่ต้องตอบโจทย์ลูกค้าตลอดการเดินทาง โดยเฉพาะช่วงไฮซีซันปลายปีที่ไทยเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทั้งชาวไทยและต่างชาติต้องได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่น ทั้งบนฝั่ง ระหว่างล่องเรือ หรือบนเกาะ เพื่อช่วยสร้างความประทับใจและร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย”

ปักหมุดยุทธศาสตร์ภาคใต้ เสริมศักยภาพเศรษฐกิจท่องเที่ยว
การทดสอบบนเส้นทางยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวปากน้ำชุมพร–เกาะเต่า ต่อยอดจากโครงการ 5G Sea Coverage ที่ AIS ริเริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งมุ่งเน้นการแก้ปัญหาพื้นที่สัญญาณขาดหายในเส้นทางเดินเรือหลักของอ่าวไทย
นายโชติวัฒน์ อุ่นพิกุล หัวหน้างานปฏิบัติการภูมิภาค – ภาคใต้ เอไอเอส กล่าวว่า ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีความท้าทายทางภูมิศาสตร์สูง การวางโครงข่ายจึงไม่อาจมองเพียงการตั้งสถานีฐานบนเกาะ แต่ต้องออกแบบสัญญาณให้เชื่อมโยงระหว่างเส้นทางเดินเรืออย่างมีคุณภาพ
“เรานำข้อมูลการใช้งานจริงมาวิเคราะห์ร่วมกับลักษณะภูมิประเทศ เพื่อวางแผนขยายสัญญาณให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการส่งสัญญาณให้ไกลขึ้น แต่ต้องทำให้การเชื่อมต่อใช้งานได้จริง ทั้งสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการเรือโดยสาร และชุมชนท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นแนวทางในการขยายโครงข่ายทางทะเลระยะต่อไป”
ปัจจุบัน AIS ถือครองคลื่นความถี่มากที่สุดในไทยรวม 1,460 MHz โดยมีฐานผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 47.2 ล้านเลขหมาย และบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต 5.4 ล้านราย การขยายโครงข่ายทางทะเลครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศอย่างยั่งยืน
#AIS #AIS5G #MassiveMIMO #Sub1GHz #SeaCoverage #เกาะเต่า #การท่องเที่ยวไทย #TheReporterAsia

