Fortinet เปิดตัว FortiGuard Inline AI Security ป้องกันภัยคุกคาม AI บน FortiGate

Fortinet เปิดตัว FortiGuard Inline AI Security ป้องกันภัยคุกคาม AI บน FortiGate
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 8 นาที

ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ผู้นำด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ผสานระบบเครือข่ายและความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ประกาศเปิดตัว FortiGuard Inline AI Security Service บริการคลาวด์ใหม่สำหรับผู้ใช้งาน FortiGate เพื่อยกระดับการตรวจสอบ ควบคุม และป้องกันการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยสามารถเปิดใช้งานผ่านโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้ทันที ไม่จำเป็นต้องติดตั้งหรือบริหารจัดการระบบแยกต่างหาก

บริการดังกล่าวพัฒนาต่อยอดจากนวัตกรรม FortiAIGate อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการผสานเทคโนโลยีที่ได้จากการเข้าซื้อกิจการ Virtue AI ช่วยให้องค์กรมองเห็นกิจกรรม AI อย่างครอบคลุม สกัดกั้นภัยคุกคามเฉพาะทาง และป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลองค์กร ทั้งนี้ องค์กรที่มีข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวและอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) ขั้นสูง ยังสามารถเลือกติดตั้ง FortiAIGate ภายในระบบของตนเอง (On-Premises) เพื่อควบคุมการประมวลผลข้อมูล AI ได้อย่างสมบูรณ์

สกัดกั้นภัยคุกคามและควบคุมรันไทม์ AI แบบเรียลไทม์

ระบบรักษาความปลอดภัยแบบดั้งเดิมมักจำกัดการตรวจสอบอยู่เพียงหมายเลข IP ลายเซ็น และเพย์โหลด (Payloads) ซึ่งไม่เพียงพอต่อการตรวจจับความเสี่ยงที่แฝงมากับพรอมต์ (Prompts) คำตอบจากโมเดล หรือการสื่อสารผ่านโปรโตคอล Model Context Protocol (MCP) ที่อาจนำไปสู่การเรียกใช้ API และการสั่งการเอเจนต์อัตโนมัติที่เป็นอันตราย

FortiAIGate ทำหน้าที่เป็นจุดควบคุมแบบเรียลไทม์ระหว่างแอปพลิเคชัน AI และโมเดล โดยตรวจสอบทราฟิกทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ และโค้ด ด้วยความหน่วงต่ำระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม พร้อมขยายขีดความสามารถการป้องกันข้อมูลรั่วไหล (DLP) ให้ครอบคลุมการตรวจจับข้อมูลระบุตัวบุคคล (PII) และข้อมูลลับได้ถึง 35 ประเภท ช่วยให้สามารถแจ้งเตือน บล็อก หรือปกปิดข้อมูลสำคัญก่อนถูกส่งต่อไปยังโมเดลภายนอก

ไมเคิล ซี (Michael Xie) ผู้ก่อตั้ง ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า “องค์กรจำเป็นต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย AI ที่รองรับการขยายตัวของการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบ ควบคุม และป้องกันผ่าน FortiGate ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้งานระบบความปลอดภัย AI ผ่านโครงสร้างพื้นฐานเดิม โดย FortiAIGate เป็นรากฐานสำคัญที่ให้ความยืดหยุ่นในการเลือกวิธีติดตั้ง เพื่อตอบโจทย์ด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ ความเป็นส่วนตัว และอธิปไตยทางข้อมูล”

บริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการกำกับดูแลระดับองค์กร

นอกเหนือจากการสกัดภัยคุกคาม โซลูชันดังกล่าวยังรองรับการกำกับดูแลและการควบคุมต้นทุน AI โดยผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงโมเดล งบประมาณ และจำกัดอัตราการใช้งานแยกตามแผนก โครงการ หรือรายบุคคล พร้อมระบบแจ้งเตือนและบล็อกคำขอเมื่อเกินวงเงิน เพื่อป้องกันการโจมตีประเภท Denial-of-Wallet และการสิ้นเปลืองทรัพยากรโทเคนหรือ GPU โดยใช่เหตุ

ระบบยังมาพร้อมระบบกำหนดเส้นทางอัจฉริยะที่จะเลือกส่งคำขอไปยังโมเดลที่เหมาะสมตามบริบท นโยบาย และค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องปรับแก้สถาปัตยกรรมแอปพลิเคชัน รวมถึงมีพื้นที่ทำงานเฉพาะ (Workspaces) สำหรับแยกการบริหารนโยบายและ Log ในแต่ละฝ่าย และมีนโยบายสำเร็จรูปมากกว่า 50 รายการ ครอบคลุมกรอบกำกับดูแลด้าน AI กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมาตรฐานความปลอดภัยสากล

วิลล์ ทาวน์เซนด์ (Will Townsend) หัวหน้านักวิเคราะห์จาก LoneStar Advisory & Research ให้ความเห็นว่า “FortiAIGate นำเสนอแนวทางที่เรียบง่ายในการจัดการปัญหาที่ซับซ้อน แทนที่จะต้องบริหารเครื่องมือแยกส่วนสำหรับการรักษาความปลอดภัย AI การกำกับดูแล การควบคุมค่าใช้จ่าย และการมองเห็นการทำงานของเอเจนต์ ฟอร์ติเน็ตได้รวมความสามารถเหล่านี้ไว้ในเกตเวย์เดียว และการผสานเทคโนโลยีจาก Virtue AI ยังช่วยเสริมขีดความสามารถในการควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพในการนำ AI ไปใช้งานจริง”

สำหรับการติดตั้ง องค์กรสามารถเลือกใช้งานผ่านคลาวด์ด้วยบริการ FortiGuard Inline AI Security Service หรือติดตั้ง FortiAIGate ด้วยตนเองทั้งแบบ On-Premises และบนคลาวด์ ผ่านสภาพแวดล้อม Kubernetes ที่รองรับชิปประมวลผล NVIDIA GPU เพื่อให้ข้อมูล พรอมต์ คำตอบ และ Log ทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรอย่างสมบูรณ์

#Fortinet #FortiGate #FortiAIGate #Cybersecurity #AISecurity #VirtueAI

Related Posts