สำนักงานสถิติแห่งชาติสิงคโปร์ (SingStat) รายงานดัชนีราคานำเข้า (Import Price Index) และดัชนีราคาส่งออก (Export Price Index) ประจำเดือนกันยายน 2026 ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนีราคานำเข้าขยายตัวถึง 19.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) และเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MoM) ขณะที่ดัชนีราคาส่งออกทะยานขึ้น 19.4% YoY และ 3.6% MoM ซึ่งการเร่งตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดดังกล่าวเริ่มส่งสัญญาณแรงกระเพื่อมต่อต้นทุนการผลิต ภาวะเงินเฟ้อ และห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีในภูมิภาค
วิกฤตตะวันออกกลางดันดัชนีนำเข้าพุ่ง 19.9% กลุ่มน้ำมันพุ่งทะลุ 78.5%
การปรับตัวขึ้นของดัชนีราคานำเข้าในเดือนกันยายน 2026 ถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยมีแรงผลักดันหลักมาจากดัชนีราคาน้ำมัน (Oil index) ที่ปรับขึ้น 16.1% MoM และพุ่งสูงถึง 78.5% YoY ซึ่งเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากระดับ 56.6% ในเดือนสิงหาคม การพุ่งขึ้นดังกล่าวเป็นผลพวงโดยตรงจากราคาปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สำหรับดัชนีสินค้านำเข้าที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-oil index) ขยับขึ้น 0.2% MoM และ 4.4% YoY โดยหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง (Machinery & Transport Equipment) ปรับเพิ่มขึ้น 0.5% MoM และ 4.1% YoY จากระดับราคาของอุปกรณ์เครื่องจักรไฟฟ้าและแผงวงจรรวมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Integrated Circuits) ที่ขยับสูงขึ้น ขณะที่หมวดสินค้าอุตสาหกรรมเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Manufactured Articles) เพิ่มขึ้น 5.7% YoY จากราคาอัญมณีและเครื่องประดับ
ราคาส่งออกขยายตัว 19.4% กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โตเด่น
ด้านดัชนีราคาส่งออกประจำเดือนกันยายน 2026 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.4% YoY ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบหลายเดือน และเพิ่มขึ้น 3.6% MoM สะท้อนให้เห็นว่าสิงคโปร์ได้รับอิทธิพลจากราคาพลังงานในตลาดโลกเช่นเดียวกัน โดยดัชนีส่งออกหมวดน้ำมันพุ่งทะยาน 12.7% MoM และ 69.9% YoY จากระดับ 51.6% ในเดือนก่อนหน้า
ในส่วนของดัชนีส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-oil export index) ปรับขึ้น 0.9% MoM และ 8.3% YoY โดยกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขยายตัว 1.3% MoM และ 11.5% YoY ซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และวงจรรวมในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ กลุ่มวัตถุดิบดิบที่ไม่รวมเชื้อเพลิง (Crude Materials) ขยายตัว 14.0% YoY และกลุ่มสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับขึ้น 3.9% YoY
แรงกระเพื่อมสู่ต้นทุนการผลิต ภาวะเงินเฟ้อ และห่วงโซ่อุปทาน
ทิศทางการพุ่งขึ้นของดัชนีราคานำเข้าและส่งออกเริ่มส่งผลกระทบชัดเจนใน 3 มิติหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงกดดันเงินเฟ้อนำเข้า (Imported Inflation) ของสิงคโปร์ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก การที่ราคานำเข้าน้ำมันพุ่งขึ้นเกือบ 80% ย่อมส่งผ่านต้นทุนไปยังค่าสาธารณูปโภค ค่าไฟฟ้า และค่าเชื้อเพลิงการขนส่งในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งอาจผลักดันให้ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ต้องพิจารณาความเข้มงวดของนโยบายการเงินผ่านการจัดการค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ (S$NEER) เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน การปรับขึ้นของราคากลุ่ม เครื่องจักรและแผงวงจรรวม (ICs) ทั้งในฝั่งนำเข้าและส่งออก ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อต้นทุนการผลิตของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Center) เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในภูมิภาคอาเซียนที่มีต้นทุนฮาร์ดแวร์สูงขึ้น นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโรงกลั่นต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบตั้งต้น (Feedstock) ที่ผันผวนสูง ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของผู้ประกอบการที่ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนต่อไปยังผู้บริโภคได้
ทั้งนี้ สิงคโปร์ได้ใช้ปีฐาน 2023 ในการคำนวณดัชนีชุดนี้ พร้อมทั้งประกาศข้อกำหนดใหม่ว่า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป หากกำหนดการเผยแพร่ข้อมูลเดิมในวันที่ 29 ของเดือนตรงกับวันหยุดทำการ จะถูกเลื่อนไปเผยแพร่ในวันทำการสุดท้ายของเดือนนั้นแทน
#ดัชนีราคานำเข้าส่งออก #เศรษฐกิจสิงคโปร์ #SingStat #ราคาน้ำมัน #ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ #เงินเฟ้อ #ห่วงโซ่อุปทาน

