ไปรษณีย์ไทย รับเกณฑ์ศุลกากรใหม่ EU เปิดกรอกรหัส PID ผ่าน DPost Inter ดันอีคอมเมิร์ซไทย

ไปรษณีย์ไทย รับเกณฑ์ศุลกากรใหม่ EU เปิดกรอกรหัส PID ผ่าน DPost Inter ดันอีคอมเมิร์ซไทย
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 8 นาที

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด อำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ e-Commerce และ SME ไทยที่ส่งออกสินค้าไปยัง 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เพื่อรองรับเกณฑ์ศุลกากรใหม่ โดยเปิดระบบให้กรอกข้อมูลรหัสระบุผลิตภัณฑ์ (Product Identifier: PID) ล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์ม DPost Inter ตั้งแต่ต้นทาง พร้อมแจ้งเตือนผู้ส่งออกเตรียมรับมือค่าธรรมเนียมจัดการสินค้านำเข้าของอียู (EU Handling Fee) อัตรา 2 ยูโรต่อรายการ ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา

การปรับเปลี่ยนระบบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้การจัดเตรียมข้อมูลสินค้าและการสำแดงเอกสารศุลกากรเป็นไปอย่างครบถ้วนถูกต้อง ลดความเสี่ยงในการถูกระงับหรือเกิดความล่าช้าในพิธีการศุลกากร ณ ประเทศปลายทาง ตลอดจนช่วยให้ผู้ส่งออกสามารถวางแผนต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการจัดส่งระหว่างประเทศได้อย่างแม่นยำ

บังคับใช้รหัส PID สินค้าไม่เกิน 150 ยูโร ตรวจสอบย้อนกลับมาตรฐานความปลอดภัย

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ข้อกำหนดศุลกากรใหม่ของสหภาพยุโรป กำหนดให้สินค้าที่จำหน่ายผ่านการซื้อขายออนไลน์ระหว่างประเทศที่มีมูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร ต้องระบุรหัส PID เพื่อให้หน่วยงานศุลกากรปลายทางสามารถตรวจสอบ ติดตาม และยืนยันความสอดคล้องของสินค้ากับมาตรฐานและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของ EU ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับรหัส PID ที่ผู้ส่งต้องระบุ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่:

  • M-PID (Merchant Product Identifier): รหัสสินค้าจากช่องทางจำหน่ายที่กำหนดโดยผู้ขาย ร้านค้าออนไลน์ หรือแพลตฟอร์ม e-Commerce เช่น Seller SKU หรือ Listing ID

  • NS-PID (Non-Standardised Manufacturer Product Identifier): รหัสสินค้าที่กำหนดโดยผู้ผลิต เช่น Model Number, Part Number หรือ Product Code

  • S-PID (Standardised Manufacturer Product Identifier): รหัสสินค้ามาตรฐานสากลหรือตัวเลขใต้บาร์โค้ดบนฉลากสินค้า เช่น GTIN, EAN, UPC หรือ ISBN ซึ่งต้องระบุเมื่อสินค้ารายการนั้นมีรหัสดังกล่าวอยู่

ทั้งนี้ ข้อมูลรหัส PID ต้องเป็นรหัสจริงที่ตรงกับสินค้าแต่ละรายการอย่างเฉพาะเจาะจง มีความยาวไม่เกิน 35 ตัวอักษร โดยใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลขในรูปแบบมาตรฐาน หลีกเลี่ยงอักขระพิเศษ สัญลักษณ์ เครื่องหมายวรรคตอน ตัวอักษรภาษาอื่น และ Emoji รวมถึงห้ามใส่ข้อความแทนค่า เช่น N/A, ***, 0, 999999, 1 หรือ A โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนในการส่งต่อข้อมูลเข้าระบบตรวจสอบ

แจ้งเตือนเก็บค่า EU Handling Fee 2 ยูโรต่อรายการในใบขนฯ

นอกเหนือจากการระบุรหัสสินค้า สหภาพยุโรปยังได้เริ่มบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการสินค้านำเข้า (EU Handling Fee) ในอัตรา 2 ยูโรต่อรายการสินค้าในใบขนสินค้าศุลกากร (Import Customs Declaration Line Item) โดยการคำนวณจะนับตามจำนวนรายการสินค้าที่สำแดง ไม่ได้คิดจากจำนวนกล่องพัสดุหรือจำนวนชิ้นสินค้าทั้งหมด และยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อากรนำเข้า รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

มาตรการค่าธรรมเนียมนี้ถูกกำหนดขึ้นโดยสหภาพยุโรปเพื่อชดเชยต้นทุนในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและงานตรวจสอบของหน่วยงานศุลกากร ไม่ใช่ค่าบริการที่บริษัทขนส่งเป็นผู้เรียกเก็บ ไปรษณีย์ไทยจึงแนะนำให้ผู้ประกอบการตกลงเงื่อนไขการชำระภาษีและค่าธรรมเนียมระหว่างผู้ส่งกับผู้รับปลายทางให้ชัดเจนล่วงหน้าเพื่อป้องกันข้อพิพาทด้านค่าใช้จ่าย

ผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการสามารถเข้าจัดเตรียมข้อมูลและพิมพ์ใบจ่าหน้าพร้อมระบุรหัส PID ได้ผ่านเว็บไซต์ dpostinter.thailandpost.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ช่องบริการ Fast Lane ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ รวมถึงเว็บไซต์ thailandpost.co.th และ THP Contact Center 1545

#ไปรษณีย์ไทย #ThailandPost #DPostInter #EUHandlingFee #eCommerce #SME #ส่งของไปยุโรป #TheReporterAsia

Related Posts