เวทีเสวนา Asia-Pacific Computing-Network Synergy Roundtable ภายในงาน MWC26 Shanghai ซึ่งจัดโดย GSMA ได้ระดมสมองผู้กำหนดนโยบายและผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Powering the AI Economy” โดยมุ่งเน้นการประสานการทำงานระหว่างเครือข่ายและขีดความสามารถด้านการประมวลผล หรือ Computing-Network Synergy ซึ่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเปลี่ยนผ่านจากผู้ตามสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมดิจิทัลยุคใหม่ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะให้รองรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่และการประมวลผลประสิทธิภาพสูงในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
จีนกางแผนสถาปัตยกรรม 3 ระดับ มุ่งทลายข้อจำกัด Computing Silos
กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) เผยวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วยการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาภายใต้แนวคิดสถาปัตยกรรม 3 ระดับ ควบคู่กับการเชื่อมต่อ 3 ระดับที่เป็นการเชื่อมโยงตรงความเร็วสูงระหว่างภูมิภาค การขับเคลื่อนนี้มุ่งเน้นการบูรณาการเครือข่ายอัจฉริยะเพื่อลดช่องว่างและขจัดข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมที่ทรัพยากรแยกตัวออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จีนกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเครือข่ายออลออปติค เทคโนโลยี 400G/800G, SRv6 และระบบบริหารจัดการขีดความสามารถด้านการประมวลผลอัจฉริยะ พร้อมทั้งเดินหน้าโครงการพิเศษด้าน Millisecond Computing เพื่อสร้างเครือข่ายที่มีความหน่วงต่ำและสามารถคาดการณ์ประสิทธิภาพได้ในระดับมิลลิวินาที ทั้งในการเข้าถึงทรัพยากรและการให้บริการด้านการประมวลผลอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทางด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ จีนเสนอให้ทุกประเทศในเอเชียแปซิฟิกยกระดับการพัฒนาข้ามพรมแดนร่วมกัน โดยการพัฒนาระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนให้มีมาตรฐานเดียวกัน การขยายโครงโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำและเคเบิลภาคพื้นดินระหว่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการไหลเวียนของข้อมูลในภูมิภาค โดย นายเหอ เสี่ยวเหวิน รองอธิบดีกรมวางแผน กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน กล่าวว่า ขีดความสามารถด้านการประมวลผลจะสร้างพลังให้กับอนาคต เครือข่ายจะเชื่อมโยงทุกภาคส่วน และการประสานการทำงานจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน

ไทย-ศรีลังกา ประสานพลังสร้างระบบนิเวศดิจิทัลแห่งอนาคต
ประเทศไทยเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศโดยเน้นย้ำว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่เพียงวาระด้านเทคโนโลยีทั่วไป แต่เป็นหัวใจหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือที่มีความยืดหยุ่นและมั่นคงปลอดภัยสูง จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจภายในภูมิภาคอย่างยั่งยืน
รัฐบาลไทยพร้อมแสดงความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อถือได้และพร้อมสำหรับอนาคต พร้อมทั้งเปิดกว้างและเชิญชวนพันธมิตรจากนานาประเทศให้เข้ามาร่วมลงทุนและร่วมสร้างอนาคตของระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ปลอดภัยในประเทศไทย โดย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เน้นย้ำความพร้อมของประเทศในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีที่เปิดกว้างและเท่าเทียม
ขณะเดียวกันประเทศขนาดเศรษฐกิจย่อยในภูมิภาคอย่างศรีลังกาได้ประกาศทิศทางชัดเจนในการก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตปัญญาประดิษฐ์ในบางด้านที่ประเทศมีความเชี่ยวชาญ แทนการเป็นเพียงผู้บริโภค โดยมุ่งสร้างขีดความสามารถของตนเองและพึ่งพาความร่วมมือระดับโลกผ่านกลไก Computing-Network Synergy ร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในอนาคต
ยักษ์เทคโนโลยีเร่งอัปเกรดเครือข่ายระดับมิลลิวินาทีรับเทรนด์ AI for All
ด้านผู้ประกอบการระดับโลก China Mobile ได้แบ่งปันกลยุทธ์การบูรณาการเครือข่ายและการประมวลผลผ่านการสร้าง Intelligent Computing Centers (AIDC) และโครงข่ายแกนหลักแบบออลออปติค ภายใต้โครงสร้างการประมวลผลแบบ 4+N+X เพื่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรร่วมกันระหว่างคลาวด์ เอจ และอุปกรณ์ปลายทางอย่างเป็นระบบ
การพัฒนาโครงสร้างดังกล่าวช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถเข้าถึงขีดความสามารถด้านการประมวลผลที่หลากหลายในระดับรายวัน และเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนของระบบโดยรวมผ่านการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม โดย นายอู๋ จยง รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดของ Mobile Cloud ได้ระบุถึงมิติความปลอดภัยที่สำคัญว่า ในยุคปัญญาประดิษฐ์ความปลอดภัยไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องให้คำตอบ
สอดคล้องกับแนวคิดของ Huawei ที่ชี้ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังผลักดันให้เครือข่ายพัฒนาไปสู่ค่าความหน่วงต่ำเป็นพิเศษในระดับมิลลิวินาที พร้อมเสนอการนำสถาปัตยกรรมเครือข่าย ION-2030 ของ ITU-T มาใช้เป็นแนวทางพัฒนาโครงข่ายเคเบิลข้ามพรมแดนและการสร้างระบบเครือข่าย Deterministic Low-Latency Networks เพื่อเร่งผลักดันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ให้เข้าถึงทุกคน
มาเก๊าปักหมุดจุดเปลี่ยนผ่าน ดันแพลตฟอร์ม AI Hub ครบวงจร
ในส่วนของเขตบริหารพิเศษมาเก๊า CTM Macau ได้เผยแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลด้วยการวางตำแหน่งองค์กรให้เป็น AI Hub เพื่อใช้ประโยชน์จากโครงข่ายที่มีความเร็วสูงในพื้นที่ โดยมาเก๊านับเป็นหนึ่งในพื้นที่แรกๆ ที่นำเทคโนโลยี 5.5G และ F5.5G มาใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม
มาเก๊าได้เปิดให้บริการ 10-Giga Residential เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานด้านการรับส่งข้อมูลและระบบคลาวด์ที่จำเป็นสำหรับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งและพร้อมรองรับความต้องการรับส่งข้อมูลมหาศาลของผู้ใช้งานในยุคปัจจุบัน
การวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีนี้มุ่งเป้าสร้างความร่วมมือเชิงลึกกับพันธมิตรทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และต่างประเทศ เพื่อรวบรวมโมเดลขนาดใหญ่และทรัพยากรด้านการประมวลผลผ่านแพลตฟอร์มและระบบเรียกเก็บค่าบริการแบบรวมศูนย์ เพื่อส่งมอบบริการแบบครบวงจรให้แก่หน่วยงานภาครัฐและลูกค้าองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
#MWC26 #ComputingNetworkSynergy #GSMA #Huawei #DigitalInfrastructure #AIEconomy

