กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยการร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ด้วยการเข้าซื้อเงินเยนเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ระหว่างการซื้อขายในตลาดนิวยอร์ก เพื่อรับมือกับความผันผวนและการอ่อนค่าอย่างหนักของเงินเยน
รายละเอียดการเข้าแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศ
การดำเนินมาตรการร่วมกันครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างหนักจนแตะระดับ 163.99 เยน (ประมาณ 34.92 บาท) ต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ซึ่งนับเป็นสถิติการอ่อนค่าที่สุดในรอบเกือบ 40 ปี ส่งผลให้ทั้งสองประเทศต้องตัดสินใจเข้าแทรกแซงเพื่อสร้างความเสถียรให้กับระบบการเงิน
ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น ระบุว่า “การแทรกแซงครั้งนี้เป็นไปตามแถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เมื่อเดือนกันยายน 2025 รวมถึงเป็นการรับมือกับความผันผวนสูงและการเคลื่อนตัวที่ไม่เป็นระเบียบของเงินเยนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นยังคงติดตามและสื่อสารกับกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด และอาจดำเนินการแทรกแซงร่วมเพิ่มเติมโดยไม่ลังเล”
ความเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนหลังมาตรการแทรกแซง
หลังจากการเข้าซื้อเงินเยนในตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (31 กรกฎาคม) ค่าเงินเยนได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจนแตะระดับ 157 เยน (ประมาณ 33.43 บาท) ต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยแหล่งข่าวจากรัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าหน่วยงานการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้เข้าแทรกแซงตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านี้ การเข้าซื้อเงินเยนเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดช่วงข้ามคืนในตลาดนิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสบดี (30 กรกฎาคม) ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นชั่วคราวสู่ช่วง 157 เยน (ประมาณ 33.43 บาท) ต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นการแข็งค่าที่สุดตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม โดยมีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นเกือบ 5 เยนภายในเวลาประมาณ 50 นาที ก่อนจะอ่อนค่ากลับมาอยู่ที่ระดับ 160 เยน (ประมาณ 34.07 บาท) ต่อดอลลาร์สหรัฐ
#เงินเยน, #เศรษฐกิจญี่ปุ่น, #อัตราแลกเปลี่ยน, #กระทรวงการคลังญี่ปุ่น, #ตลาดเงินตราต่างประเทศ
ภาพ/ข่าว : ซินหัว

