มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจับมือพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกเปิดตัวศูนย์ UTCC PQC-X ยกระดับความมั่นคงไซเบอร์ไทยก่อนถึงวัน Q-Day เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญของประเทศ
การก้าวกระโดดอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ควอนตัม คอมพิวเตอร์กำลังนำพาโลกดิจิทัลไปสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่เต็มไปด้วยภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ในอนาคตอันใกล้นี้ ประสิทธิภาพการประมวลผลอันมหาศาลของควอนตัมจะมีศักยภาพสูงพอที่จะถอดรหัสลับที่ใช้ปกป้องข้อมูลดิจิทัลทั่วโลกในปัจจุบันได้ทั้งหมด วันที่เทคโนโลยีนี้สามารถทำลายระบบเข้ารหัสเดิมได้ถูกเรียกว่า “Q-Day” ซึ่งกำลังกดดันให้องค์กรทุกภาคส่วนต้องเร่งหาแนวทางป้องกันตนเองเป็นการด่วน ขณะเดียวกันกลุ่มอาชญากรไซเบอร์เริ่มยุทธวิธี “Harvest Now, Decrypt Later” โดยแอบดักเก็บข้อมูลสำคัญไว้ตั้งแต่วันนี้เพื่อรอถอดรหัสในอนาคต ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ทั้งภาคการเงิน ธนาคาร โทรคมนาคม และความมั่นคงของรัฐ
เพื่อรับมือกับสภาวะความเสี่ยงดังกล่าว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้เดินหน้าครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวโครงการจัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสหลัง ยุคควอนตัม ” หรือ “UTCC Post-Quantum Cryptography Application Migration Excellence Center (UTCC PQC-X)” ศูนย์แห่งนี้นับเป็นศูนย์ความเป็นเลิศแห่งแรกของประเทศไทยที่ขับเคลื่อนด้วยภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง พิธีเปิดตัวและการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มาเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ
โครงสร้างความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการผนึกกำลังร่วมกับ 3 พันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ได้แก่ บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด, i-Sprint Innovations และ Utimaco การรวมตัวกันในรูปแบบความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับภาคอุตสาหกรรมจริง (Strategic Industrial Collaboration) มีเป้าหมายเพื่อสร้างความพร้อมให้กับภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐ ศูนย์ UTCC PQC-X มุ่งเน้นการสร้างความคล่องตัวทางรหัสลับ หรือ “Crypto-Agility” เพื่อให้ระบบความปลอดภัยไซเบอร์ขององค์กรไทยสามารถปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่นได้ทันท่วงที การผสานความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลที่แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นคง

ผนึกพันธมิตรยุทธศาสตร์สร้างระบบนิเวศความปลอดภัยยุคควอนตัม
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในด้านความมั่นคงไซเบอร์ไว้ว่า > “ภัยจากควอนตัม ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือทฤษฎีในอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จึงมุ่งมั่นเป็น ‘ผู้นำทางปัญญาและความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี’ ที่ช่วยชี้นำและปกป้อง ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และสังคมไทย ให้ก้าวผ่านความเสี่ยงทางเทคโนโลยีได้อย่างมั่นคง โดยศูนย์แห่งนี้จะมุ่งสร้าง ‘Crypto-Agility’ หรือความคล่องตัวทางรหัสลับ ให้องค์กรไทยสามารถปรับเปลี่ยนระบบป้องกันตนเองได้เท่าทัน เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง” การแสดงวิศัยทัศน์นี้เน้นย้ำถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาในการเป็นเกราะป้องกันทางเทคโนโลยีให้แก่ประเทศ
การขับเคลื่อนโครงการ UTCC PQC-X ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรแต่ละรายตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับศูนย์ความเป็นเลิศ โดย i-Sprint Innovations นำความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านการจัดการอัตลักษณ์ดิจิทัล (Digital Identity) ที่มีความปลอดภัยในระดับแอปพลิเคชันเข้ามาร่วมพัฒนา ขณะที่ Utimaco ร่วมสนับสนุนเทคโนโลยี Hardware Security Module (HSM) และโซลูชันความปลอดภัยที่ทนทานต่อการโจมตีในยุคควอนตัม ทางด้าน บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน System Integration แถวหน้าของไทย จะทำหน้าที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีและความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้จริงในภาคธุรกิจและภาครัฐ
โมเดลความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ในการรับมือกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกอย่างควอนตัม การผสมผสานระหว่างงานวิจัยทางวิชาการ เครื่องมือเทคโนโลยีระดับสูง และประสบการณ์การติดตั้งระบบจริง จะช่วยลัดขั้นตอนการเรียนรู้ขององค์กรในไทย ศูนย์ UTCC PQC-X ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งรวบรวมเทคโนโลยี แต่ยังเป็นพื้นที่ทดสอบการปรับเปลี่ยนระบบเข้ารหัสลับเดิมไปสู่ระบบใหม่ที่ไม่ถูกทำลายด้วยควอนตัม สิ่งนี้ส่งผลให้ภาคธุรกิจสามารถเตรียมความพร้อมล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุนในการเปลี่ยนผ่านระบบในระยะยาว
เจาะลึก 4 ภารกิจหลักและการดำเนินงาน 3 ระยะของ UTCC PQC-X
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภเชษฐ์ อินทร์เนตร ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้เปิดเผยถึงกรอบการดำเนินงานไว้อย่างชัดเจนว่า ศูนย์ UTCC PQC-X จะขับเคลื่อนผ่าน 4 ภารกิจหลักเพื่อสร้างความเข้มแข็งครบวงจร ภารกิจแรกคือการวิจัยและนวัตกรรมด้านการเข้ารหัสหลังยุคควอนตัมตามมาตรฐานสากล ภารกิจที่สองคือการพัฒนาบุคลากรและการยกระดับทักษะ (Up-skill/Re-skill) ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ส่วนภารกิจที่สามเน้นการให้คำปรึกษาแก่ภาคธุรกิจในการประเมินความเสี่ยงและวางแผนเปลี่ยนผ่านระบบ และภารกิจสุดท้ายคือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ
ในส่วนของแผนงานดำเนินงานได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระยะเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม แผนระยะแรกเริ่มต้นจากการจัดตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบ PQC เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการทดลองและประเมินประสิทธิภาพเทคโนโลยี แผนระยะที่สองคือการเปิดหลักสูตรอบรมระยะสั้นเพื่อเร่งสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจเฉพาะทางออกสู่ตลาดแรงงาน และแผนระยะที่สามคือการให้บริการที่ปรึกษาเต็มรูปแบบแก่หน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ออกไปสู่ระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ในวงกว้าง
ดร.มณิสรา บารมีชัย คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ระบุถึงบทบาทสำคัญของคณะในการสนับสนุนศูนย์แห่งนี้ไว้ว่า > “คณะวิศวกรรมศาสตร์พร้อมทำหน้าที่เป็น ‘สะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้’ ระหว่างงานวิจัยระดับสูงกับการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ ด้วยบุคลากรวิจัย คณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ และห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย โดยคาดว่าศูนย์แห่งนี้จะสร้างประโยชน์ทั้งระดับองค์กรที่ลดความเสี่ยง จากการโจมตี ระดับอุตสาหกรรมที่จะเกิดมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีของประเทศ และระดับชาติที่โครงข่าย ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของไทยจะแข็งแกร่งขึ้น รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน” ความพร้อมด้านบุคลากรและเครื่องมือจึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้
เสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองและก้าวต่อไปของความมั่นคงไซเบอร์ไทย
บรรยากาศภายในงานเปิดตัวเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ยังจัดให้มีเวทีเสวนา (Panel Discussion) โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติเข้าร่วม ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วยผู้บริหารจาก i-Sprint Innovations, Utimaco, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด และศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ (QTFT) การเสวนาได้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายจริงที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญในยุคควอนตัม รวมถึงการหาแนวทางร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาในการรับมือกับความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีเสวนาแล้ว ศูนย์ UTCC PQC-X ยังได้ประกาศเปิดตัวหลักสูตรอบรมฟรีด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ PQC สำหรับผู้บริหาร หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อสร้างความเข้าใจในระดับนโยบายและการบริหารจัดการความเสี่ยง การตระหนักรู้ของผู้บริหารระดับสูงถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการกำหนดทิศทางองค์กรให้พร้อมรับมือกับ Q-Day โครงการนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจได้เข้ามาศึกษารายละเอียดและเตรียมแผนการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีอย่างถูกวิธีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
การก่อตั้งศูนย์ UTCC PQC-X และความร่วมมือกับ 3 พันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกในครั้งนี้ จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่เพียงช่วยป้องกันภัยคุกคามล่วงหน้าจากเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ แต่ยังเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศให้มีความเข้มแข็ง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างมาตรฐานใหม่ในการปกป้องข้อมูลสำคัญของชาติต่อไปในอนาคต
#UTCCPQCX #PostQuantumCryptography #Cybersecurity #QuantumComputing #QDay #มหาราชวังหอการค้าไทย #ความปลอดภัยไซเบอร์ #ข่าวเทคโนโลยี

