กรุงเทพมหานครกำลังส่งสัญญาณชัดเจนไปยังเวทีโลกว่า เราไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็น “หัวใจสำคัญ” ของความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัลและนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์แห่งภูมิภาคอาเซียน การเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ของงาน Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week 2026 (powered by NCSA) ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับงาน AI ASIA ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่หลอมรวมเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้าไว้ด้วยกันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้ก้าวกระโดดอย่างมั่นคง ท่ามกลางบรรยากาศการค้าและการลงทุนที่คึกคัก งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงนิทรรศการแสดงสินค้า แต่คือสมรภูมิทางปัญญาที่รวบรวมเหล่าขุนพลด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว
ปรากฏการณ์ Synergy ครั้งแรกของภูมิภาค: เมื่อไซเบอร์และความฉลาดทางปัญญาบรรจบกัน
ก้าวย่างสำคัญในปี 2569 คือการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของผู้จัดงานอย่าง VNU Asia Pacific ที่นำงานด้านความมั่นคงไซเบอร์และงาน AI มาจัดร่วมกันเป็นครั้งแรก เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าในโลกยุคใหม่ “ความปลอดภัย” และ “ความฉลาด” คือสองด้านของเหรียญเดียวกันที่ไม่อาจแยกจากกันได้ การจัดงานครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,500 ตารางเมตร ณ Plenary Hall 1, 2 และ 4 ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถูกแปลงโฉมให้เป็นศูนย์กลางแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้และโซลูชันล้ำสมัย โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 4,000 คน ตลอดระยะเวลาสองวันของการจัดงาน
“การจัดงาน Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week 2026 ควบคู่กับ AI ASIA ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทยในการก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลอย่างมั่นคง แพลตฟอร์มนี้สร้างโอกาสทางธุรกิจจริง เชื่อมโยงนวัตกรรมกับองค์กร ภาครัฐ และนักลงทุน เพื่อเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการค้าและบุคลากรด้านเทคโนโลยีของภูมิภาค” — คุณปนัดดา ก๋งมา รองประธานฝ่ายธุรกิจ VNU Asia Pacific
เป้าหมายหลักของการรวมตัวครั้งนี้คือการสร้าง “ความเชื่อมั่นทางดิจิทัล” (Digital Trust) ให้เกิดขึ้นในวงกว้าง โดยมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์ใช้ AI รุ่นใหม่ควบคู่ไปกับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เข้มแข็ง ภายในงานมีการนำเสนอทั้ง AI Infrastructure, Cloud Computing และ Data Platform ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับองค์กรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ การผสานพลังระหว่าง Cybersec Asia และ AI ASIA จึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนสำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัลโดยไม่ทิ้งความปลอดภัยไว้เบื้องหลัง
วิสัยทัศน์ที่อยู่เบื้องหลังความร่วมมือนี้เกิดจากการเล็งเห็นว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น การนำโซลูชัน AI เชิงประยุกต์เข้ามาช่วยในการเฝ้าระวังและวิเคราะห์พฤติกรรมความเสี่ยงจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจและภาครัฐสามารถรับมือกับปัญหาได้อย่างทันท่วงที งานนี้จึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลกกับตลาดอาเซียนที่กำลังกระหายในนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
ไทยในฐานะศูนย์กลางยุทธศาสตร์ MICE และเทคโนโลยีแห่งอาเซียน
การจัดงานระดับนานาชาติในครั้งนี้ได้รับแรงสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) และสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฮับด้านเทคโนโลยี การใช้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เป็นสถานที่จัดงานไม่เพียงแต่โชว์ศักยภาพด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นการยืนยันถึงบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลาง MICE ของอาเซียนที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและการพัฒนาบุคลากรในระดับสากลได้จริง
“การบรรจบกันของความมั่นคงไซเบอร์และ AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรม งานนี้รวบรวมผู้นำระดับโลกเพื่อร่วมกันสร้างอนาคตดิจิทัลที่ปลอดภัย และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลาง MICE ของอาเซียน ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือภาครัฐและเอกชน” — ดร.จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB)
ในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากผู้นำองค์กรหลายท่านที่มาร่วมตอกย้ำถึงความสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะบทบาทของความมั่นคงไซเบอร์ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องทางเทคนิคอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ นอกจากการสร้างมูลค่าทางการค้าแล้ว งานนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดนเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศและผู้ประกอบการไทย สิ่งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างบุคลากรที่มีทักษะสูงเพื่อรองรับความต้องการของตลาดงานในอนาคต
นอกจากนี้ มุมมองจากระดับนานาชาติยังชี้ให้เห็นว่าความร่วมมือด้านไซเบอร์ข้ามพรมแดนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในปัจจุบัน ซึ่งประเทศไทยได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพที่ยอดเยี่ยมในการเชื่อมต่อพันธมิตรจากหลายภูมิภาค การจัดแสดงนิทรรศการนานาชาติที่มีพาวิลเลียนจาก จีน ไต้หวัน อินเดีย และอิสราเอล สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เหล่านักลงทุนและบริษัทเทคโนโลยีมีต่อประเทศไทย การรวมตัวกันของบริษัทกว่า 140 รายจาก 15 ประเทศทั่วโลกจึงเป็นข้อพิสูจน์ว่ากรุงเทพฯ คือหมุดหมายสำคัญที่โลกเทคโนโลยีกำลังจับตามอง
เจาะลึกไฮไลต์ “Cyber All Star Pavilion” และการรวมตัวของยักษ์ใหญ่ระดับโลก
หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงานคือ “Cyber All Star Pavilion” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า “ในโลกไซเบอร์ การป้องกันที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยพลังจากความร่วมมือ” พื้นที่นี้เปรียบเสมือนศูนย์รวมของการป้องกันภัยเชิงรุกที่นำเอาองค์กรชั้นนำ อาทิ Protos Labs, Div0, TXOne Networks และ StealthMole Intelligence มาร่วมกันสาธิตแนวทางการป้องกันภัยคุกคามข้ามอุตสาหกรรม การสร้างความร่วมมือในลักษณะนี้ช่วยให้การรับมือภัยดิจิทัลมีความแข็งแกร่งและครอบคลุมทุกมิติมากยิ่งขึ้น
“ความมั่นคงไซเบอร์ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือความมั่นคงของประเทศ ในโลกดิจิทัลที่ไร้พรมแดน ภัยคุกคามจะรับมือได้ด้วยความร่วมมือเท่านั้น งาน Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week 2026 (powered by NCSA) เป็นเวทีที่รวมภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรระดับโลก เพื่อเปลี่ยนความเสี่ยงไซเบอร์ให้เป็นโอกาสที่มั่นคงสำหรับอนาคตของประเทศไทย” — พลอากาศโท อมร ชมเชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA)
สำหรับรายชื่อผู้ร่วมแสดงสินค้าในปีนี้ เรียกได้ว่าเป็น “Dream Team” ของวงการเทคโนโลยีเลยก็ว่าได้ โดยมีบริษัทไทยชั้นนำอย่าง Yip In Tsoi, Nextwave, OPSWAT และ SecureD ร่วมประชันนวัตกรรมกับผู้นำระดับโลก รายชื่อแบรนด์ดังอย่าง Google Cloud Security, Bitdefender, Check Point Software, Huawei และ Synology ต่างนำโซลูชันล่าสุดมาจัดแสดงเพื่อแสดงศักยภาพในการปกป้องข้อมูลและการทำธุรกิจในยุคคลาวด์ สัดส่วนของบริษัทต่างชาติที่สูงถึง 60% ยิ่งช่วยการันตีความหลากหลายของเทคโนโลยีที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับ
ในฝั่งของ AI ASIA ก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากัน โดยมีการรวบรวมบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานและการประมวลผลประสิทธิภาพสูง เช่น Super Micro Computer, Sirisoft และ SiS Distribution นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่โดดเด่นในด้านซอฟต์แวร์และการจัดการข้อมูลอย่าง Datadog และ Seven Peaks Software ที่เข้ามาเติมเต็มความต้องการขององค์กรที่ต้องการปรับตัวสู่ระบบอัตโนมัติ การจัดแสดงที่เข้มข้นเหล่านี้แสดงให้เห็นว่างาน Cybersec Asia และ AI ASIA คือแพลตฟอร์มที่รวมทุกโซลูชันไว้ครบจบในที่เดียวสำหรับผู้นำธุรกิจยุคใหม่
การก้าวสู่ยุคใหม่ที่ “ความเสี่ยง” กลายเป็น “โอกาส”
บทสรุปของการเปิดงานในครั้งนี้คือการยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะรับบทผู้นำในการกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค งาน Cybersec Asia และ AI ASIA 2026 ไม่ได้เพียงแค่นำเสนอเครื่องมือทางเทคโนโลยี แต่กำลังนำเสนอ “ทางรอด” และ “ทางรุ่ง” ให้กับธุรกิจที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของโลกดิจิทัล การที่ภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดผ่านแพลตฟอร์มนี้ จะช่วยสร้างระบบนิเวศทางดิจิทัลที่น่าเชื่อถือและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลเข้าสู่ประเทศในระยะยาว
ด้วยการสนับสนุนจากองค์กรผู้เชี่ยวชาญมากมาย อาทิ EC-Council, NECTEC และสมาคม IoT ไทย ทำให้งานนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผู้เข้าร่วมงานไม่เพียงแต่จะได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ยังได้รับโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่จะแปรเปลี่ยนไปเป็นความร่วมมือที่ยั่งยืน นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างฐานรากที่มั่นคงให้กับประเทศไทยในการเป็น “ดิจิทัลฮับ” ที่โลกต้องจดจำ
สุดท้ายนี้ งาน Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week 2026 และ AI ASIA คือบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของคนไทยและประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพงานระดับเวิลด์คลาส การเปลี่ยนแปลงจากความเสี่ยงทางไซเบอร์ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่มั่นคง ไม่ได้เป็นเพียงคำโปรยในงานแถลงข่าว แต่คือกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงภายในฮอลล์นิทรรศการที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ หากใครที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางอย่างเป็นทางการของงาน
#CybersecAsia2026, #AIASIA2026, #CyberSecurity, #ArtificialIntelligence, #DigitalEconomy, #ThailandTech, #NCSA, #VNUAsiaPacific, #QSNCC, #TechEvent


