WEF เผย 3 เทรนด์เศรษฐกิจโลก ชูแนวคิด Polytunity และยุทธศาสตร์เอเชีย

WEF เผย 3 เทรนด์เศรษฐกิจโลก ชูแนวคิด Polytunity และยุทธศาสตร์เอเชีย
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 7 นาที

สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) เปิดเผยรายงานข่าวสาร 3 Economic Trends ฉบับที่ 68 ระบุถึงทิศทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยเน้นย้ำเรื่องการเปลี่ยนมุมมองจากวิกฤตรอบด้านสู่โอกาสใหม่ การปรับตัวของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชีย และความสำคัญของระบบบริการข้ามแดนในการขับเคลื่อนเงินทุนเพื่อภูมิอากาศ

รายงานระบุว่า ศาสตราจารย์ Yuen Yuen Ang จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ ได้นำเสนอแนวคิด Polytunity ผ่านรายการ Radio Davos โดยอธิบายว่า ท่ามกลางภาวะวิกฤตรอบด้าน (Polycrisis) ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการแตกแยกทางการค้า ช่วงเวลาแห่งการล่มสลายนี้ได้สร้างพื้นที่สำหรับการเปลี่ยนแปลงในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือประเทศจีน ซึ่งการล่มสลายของระเบียบโลกาภิวัตน์แบบเดิมได้ผลักดันให้เกิดการสังคายนาบทบาทในระบบเศรษฐกิจโลก โดยปรับเปลี่ยนจากการเป็นฐานการผลิตต้นทุนต่ำไปสู่การพัฒนาวัสดุขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า ควอนตัมคอมพิวเตอร์ และอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซาได้ คำตอบที่แท้จริงจึงอยู่ที่การสร้างงาน ความเชื่อมั่น และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เข้าถึงได้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนจำนวนมากมีส่วนร่วม

การเมืองและเรื่องเล่าเชิงยุทธศาสตร์กับการสร้างห่วงโซ่อุปทานในเอเชีย

ดร. ดาเมียน อึง (Damien Ng PhD) จากธนาคารจูเลียส แบร์ (Julius Baer) ชี้ให้เห็นว่า การค้าภายในภูมิภาคเอเชียเติบโตขึ้นจากประมาณหนึ่งในสามของการค้าทั้งหมดในทศวรรษ 1980 มาเป็นเกือบ 60% ในปัจจุบัน เครือข่ายการผลิตข้ามแดนครอบคลุมทั้งอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ เงินทุน โลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ทว่าความเชื่อมโยงดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยเรื่องเล่าเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Narratives) ที่รัฐบาลและภาคธุรกิจใช้ตีความความเสี่ยงและโอกาส เช่น ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ของจีน ที่ใช้ภาพจำของเส้นทางสายไหมเดิมมาเชื่อมโยงการพัฒนาในปัจจุบัน ทั้งนี้ ห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่ต้องพึ่งพาความเสถียรภาพทางการเมือง ความร่วมมือสถาบัน และความไว้วางใจเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งผู้นำธุรกิจจำเป็นต้องเข้าใจบริบทเหล่านี้ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด

บริการข้ามแดน ตัวการสำคัญขับเคลื่อนเงินทุนเพื่อภูมิอากาศ

อักเซล ฟาน อาเมอร์สฟอร์ต (Axel van Amersfoort) จากสภาเศรษฐกิจโลก และ ดร. มอร์กานี พิลเลย์ (Morgenie Pillay PhD) จากกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมแห่งแอฟริกาใต้ ร่วมอธิบายถึงความสำคัญของภาคบริการในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เช่น การธนาคาร การประกันภัย การบัญชีคาร์บอน การให้คำปรึกษา ข้อมูลภูมิอากาศ และระบบชำระเงินดิจิทัล

ข้อมูลระบุว่าประเทศกำลังพัฒนากำลังเผชิญช่องว่างเงินทุนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศสูงถึง 187,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 359,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี การพัฒนาระบบประกันภัยรายย่อย และบริการทางการเงินผ่านมือถือ จะช่วยเปลี่ยนเงินทุนระดับใหญ่ให้กลายเป็นความแข็งแกร่งของชุมชนท้องถิ่นได้ ซึ่งผลการประเมินในแอฟริกาใต้พบว่า อุปสรรคสำคัญไม่ได้มาจากข้อจำกัดทางการค้าที่เป็นทางการ แต่เกิดจากความซ้ำซ้อนของกฎระเบียบและการขาดการประสานงานข้ามแดนที่คล่องตัว

#WorldEconomicForum #3EconomicTrends #Polytunity #AsiaSupplyChain #ClimateFinance #เศรษฐกิจโลก #ห่วงโซ่อุปทาน #การเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม

Related Posts