กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลบนสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมแจ้งความต่อ บก.สอท. ดำเนินการตามกฎหมาย และเตือนประชาชนระวังการเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมายซึ่งมีโทษหนักทั้งจำและปรับ
ดีอี สั่งการ สคส. ร่วม สกมช. ตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล
การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มอบหมายให้ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นช่องทางสำคัญที่กลุ่มสแกมเมอร์นำไปใช้ก่ออาชญากรรม โดยสั่งการให้เฝ้าระวัง ป้องกัน และดำเนินคดีทันทีหากพบการกระทำความผิด
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลในสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต กระทรวงดีอี จึงมอบหมายให้ สคส. หรือ PDPC ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับ สกมช. พร้อมพิจารณาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
เตือนประชาชนโทษหนักตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า “กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมายบนสื่อสังคมออนไลน์ เข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งครอบคลุมการลักษณะการกระทำความผิด ได้แก่ การนำเข้าข้อมูลข้อมูลที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ การนำเข้าข้อมูลที่กระทบความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ เศรษฐกิจ หรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ฯลฯ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
#กระทรวงดีอี #พรบคอมพิวเตอร์ #คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล #สแกมเมอร์ #อาชญากรรมออนไลน์

