อิหร่านพร้อมเดินหน้าเส้นทางสันติภาพ หากสหรัฐฯ สร้างความไว้วางใจ

อิหร่านพร้อมเดินหน้าเส้นทางสันติภาพ หากสหรัฐฯ สร้างความไว้วางใจ
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 5 นาที

อิหร่านยืนยันความพร้อมในการเดินหน้าบนเส้นทางสันติภาพภายใต้บันทึกความเข้าใจร่วมกับสหรัฐอเมริกา โดยย้ำเงื่อนไขสำคัญที่ฝ่ายสหรัฐฯ ต้องยุติบรรยากาศแห่งความไม่ไว้วางใจและร่วมสร้างความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปิดทางสู่การบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายร่วมกัน

สภาพการณ์และเงื่อนไขความร่วมมือระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ

การเปิดเผยทัศนะทางการเมืองครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม โดย มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านมีความมุ่งมั่นที่จะใช้บันทึกความเข้าใจที่เพิ่งลงนามร่วมกับสหรัฐอเมริกาเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินงาน โดยประธานาธิบดีอิหร่านระบุว่า “อิหร่านจะยังคงเดินหน้าบนเส้นทางสันติภาพ ภายใต้บันทึกความเข้าใจที่เพิ่งลงนามกับสหรัฐฯ โดยมีเงื่อนไขว่าสหรัฐฯ จะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการบรรลุข้อตกลง เนื่องจากประเทศอิหร่านมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีพลัง และมีความสามัคคี”

การดำเนินงานตามกรอบบันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะยึดหลักต่างตอบแทนในการเจรจาอย่างเคร่งครัด โดยประธานาธิบดีอิหร่านเน้นย้ำถึงขอบเขตความร่วมมือว่าจะปฏิบัติตามพันธกรณีในระดับเดียวกับที่สหรัฐฯ ปฏิบัติตามข้อตกลง พร้อมระบุเสริมว่า “หากอีกฝ่ายต้องการใช้กำลัง อิหร่านจะไม่ยอมจำนน และการดำเนินการของอิหร่านในท้ายที่สุดจะยึดตามการตัดสินใจของ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน” ซึ่งสะท้อนถึงจุดยืนที่ชัดเจนในการร่วมมือบนพื้นฐานของความเท่าเทียมและการตัดสินใจระดับนโยบายสูงสุดของประเทศ

ที่มาและกรอบเวลาในการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อิหร่านและสหรัฐอเมริกาได้ร่วมกันลงนามใน บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน ซึ่งถือเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในการลดความขัดแย้งในภูมิภาค

ตามข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายมีกำหนดที่จะต้องจัดการเจรจาภายในระยะเวลา 60 วัน เพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์และการยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาคที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ได้ส่งผลให้อนาคตของการเจรจาดังกล่าวยังคงมีความไม่แน่นอน

#อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ #เจรจาสันติภาพ #ข่าวต่างประเทศ

ภาพ/ข่าว : ซินหัว

Related Posts