การบินไทย เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 กำไรสุทธิ 1,537 ล้านบาท

การบินไทย เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 กำไรสุทธิ 1,537 ล้านบาท
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 9 นาที

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยบริษัทฯ มีรายได้รวมเติบโตขึ้นร้อยละ 8.5 หรือคิดเป็นจำนวน 48,621 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนราคาน้ำมันอากาศยาน ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 1,537 ล้านบาท

รายได้รวมเติบโต ท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนพลังงาน

ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจำนวน 48,621 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3,793 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากกิจการขนส่งที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.1 โดยรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารปรับตัวดีขึ้นร้อยละ 6.7 เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างค่าโดยสารและทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันให้สอดคล้องกับแนวโน้มต้นทุนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ รายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัณฑ์ยังขยายตัวโดดเด่นถึงร้อยละ 28.2

ทางด้านค่าใช้จ่ายรวมไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวมีจำนวน 44,930 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10,282 ล้านบาท หรือร้อยละ 29.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากค่าน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 104.6 ปัจจัยด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน 3,691 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 1,528 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.05 บาท ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 8,182 ล้านบาท

ปริมาณผู้โดยสารและการปรับตัวรับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง บริษัทฯ มีจำนวนผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 3.66 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.8 โดยมีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) ลดลงร้อยละ 4.4 และปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) ลดลงร้อยละ 11.3 ปริมาณที่ลดลงนี้เป็นผลมาจากการปรับลดเที่ยวบินเพื่อรับมือกับผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ความต้องการเดินทางในบางเส้นทางชะลอตัว ส่งผลให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 71.5

เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากสถานการณ์ดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านราคาน้ำมันและความไม่สงบในพื้นที่ต่างๆ พร้อมทั้งดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนด้วยการจัดทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Fuel Hedging) และปรับเปลี่ยนเส้นทางรวมถึงความถี่ของเที่ยวบินให้สอดรับกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 บริษัทฯ มีเครื่องบินที่ใช้ดำเนินงานจำนวน 84 ลำ และมีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบินเฉลี่ย 12.9 ชั่วโมงต่อลำต่อวัน

การขยายเครือข่ายพันธมิตรและแผนลงทุนระยะยาว

ในด้านการขยายเครือข่ายและสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสายการบิน Air India เพื่อต่อยอดความร่วมมือด้านเที่ยวบินร่วม (Codeshare) ภายในปี 2569 ในเส้นทางไทย-อินเดีย และเส้นทางระหว่างประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ยังได้เปิดให้บริการเที่ยวบินปฐมฤกษ์สู่กรุงอัมสเตอร์ดัม ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 จำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส A350-900 เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวในภูมิภาคยุโรปตะวันตก

สำหรับแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว บริษัทฯ เตรียมใช้งบลงทุนประมาณ 120,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปี เพื่อจัดหาเครื่องบินใหม่เข้าสู่ฝูงบิน โดยเน้นเครื่องบินตระกูลโบอิ้ง 787 Dreamliner ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายขยายฝูงบินให้ครบ 150 ลำภายในปี 2576 และเพิ่มสัดส่วนเครื่องบินที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของ เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว

ฐานะทางการเงินและสภาพคล่อง

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 322,085 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 จากสิ้นปี 2568 ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 240,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 ส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 81,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 ตามผลประกอบการที่มีกำไรสุทธิสะสม ทางด้านสภาพคล่อง บริษัทฯ ยังคงรักษาระดับเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดไว้ที่ 70,864 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอต่อการรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอก

#การบินไทย #THAI #ผลประกอบการ #อุตสาหกรรมการบิน #เศรษฐกิจไทย

Related Posts