บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 213.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 91.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 375.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.5 โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือ ธุรกิจสินเชื่อ ควบคู่กับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าที่แข็งแกร่ง
ปัจจัยหนุนการเติบโตจากธุรกิจมือถือและสินเชื่อ
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตในรอบครึ่งปีแรกมาจากสายงานธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริมภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ซึ่งมีกำไรสุทธิ 128 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 146 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อ Lock Phone ที่สามารถสร้างพอร์ตสินเชื่อได้อย่างรวดเร็วผ่านร้านค้าพันธมิตร ซึ่งสะท้อนถึงการทำงานร่วมกันภายในกลุ่มบริษัท โดย เจมาร์ท โมบาย ทำหน้าที่เป็นหน้าร้าน ขณะที่ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อ
ในส่วนของ SGC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 203.5 ล้านบาท และงวด 6 เดือนที่ 379.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 229.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อ Lock Phone มีมูลค่ารวมสูงถึง 8,441 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60 ของพอร์ตสินเชื่อรวม และมีฐานลูกค้ามากกว่า 1.3 ล้านราย นอกจากนี้ บริษัท เคบี เจ แคปปิตอล จำกัด ยังสร้างส่วนแบ่งกำไรในงวด 6 เดือนให้แก่บริษัทฯ ถึง 110 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากโครงการสินเชื่อผ่อนโทรศัพท์มือถือ Samsung Finance+
ส่วนแบ่งกำไรจากสุกี้ตี๋น้อยและธุรกิจบริหารหนี้
กลุ่มบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้นร้อยละ 30 ใน บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด หรือ สุกี้ตี๋น้อย เป็นจำนวน 100.5 ล้านบาท สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 จากกำไรสุทธิรวมของสุกี้ตี๋น้อยที่ 335 ล้านบาท โดยในไตรมาส 2/2569 กลุ่มสุกี้ตี๋น้อยได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “นายพราน หมูกระทะ” ในรูปแบบบุฟเฟต์ราคา 299 บาทต่อท่าน เพื่อขยายฐานลูกค้าในเซกเมนต์ใหม่
สำหรับธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพภายใต้ บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นในงวด 6 เดือนแรกจำนวน 486.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 15.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของการจัดเก็บหนี้ตามสภาวะเศรษฐกิจ และการตั้งสำรองค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับที่สูงขึ้นตามหลักความระมัดระวัง ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการของ JMT เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น โดยมีกำหนดจ่ายในวันที่ 11 กันยายน 2569
สถานะทางการเงินและการจำหน่ายหุ้นซื้อคืน
ในด้านการบริหารจัดการทางการเงิน บริษัทฯ ได้ดำเนินการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ในเดือนเมษายน 2569 มูลค่า 2,000 ล้านบาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5.8 และในเดือนพฤษภาคม 2569 ได้ดำเนินการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระมูลค่ารวม 2,175.7 ล้านบาทครบถ้วนตามกำหนดเวลา โดยไม่มีการผิดนัดชำระหนี้ นอกจากนี้ หุ้นสามัญของบริษัทฯ ยังได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี SET100 อย่างต่อเนื่องในรอบครึ่งปีหลังของปี 2569
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติโครงการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนเพื่อบริหารทางการเงินจำนวน 7,739,300 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.53 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยกำหนดระยะเวลาจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ผ่านระบบการจับคู่อัตโนมัติของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งราคาที่จำหน่ายจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของราคาปิดของหุ้นเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนหน้าวันที่ทำรายการ
#JMART, #เจมาร์ท, #ผลประกอบการ, #สินเชื่อมือถือ, #หุ้นซื้อคืน, #เศรษฐกิจไทย

