ท่ามกลางวิกฤตภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงและปัญหารั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความเชื่อมั่นของประเทศ การเร่งปรับโครงสร้างสถาปัตยกรรมดิจิทัลภาครัฐจึงกลายเป็นวาระเร่งด่วน การเปลี่ยนผ่านจากระบบจัดเก็บแบบกระจายศูนย์ไปสู่ระบบคลาวด์มาตรฐานเดียว จึงมิใช่เพียงทางเลือกทางเทคโนโลยี แต่เป็นยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่จะช่วยปิดช่องโหว่การรั่วไหลของข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐอย่างยั่งยืน
รวมศูนย์ข้อมูลระดับชาติด้วยระบบ GDCC ยุติความเสี่ยงไซเบอร์
การจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐในอดีตมักแยกส่วนตามกระทรวงและกรมต่างๆ ส่งผลให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและยากต่อการกำกับดูแลตามมาตรฐานสากล เมื่อเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ การแก้ไขปัญหาแบบเฉพาะหน้าจึงไม่สามารถตัดวงจรความเสี่ยงได้อย่างเด็ดขาด การผลักดันโครงการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ หรือ Government Data Center and Cloud Service (GDCC) จึงเข้ามาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่ช่วยรวบรวมศูนย์ข้อมูลสารสนเทศทั้งหมดไว้ในจุดเดียว เพื่อสร้างเกราะป้องกันข้อมูลระดับประเทศ
การยกระดับสู่ระบบ GDCC ช่วยให้ภาครัฐมีมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เป็นเอกภาพ ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ แนวทางนี้นอกจากจะยกระดับความปลอดภัยของฐานข้อมูลประชาชนแล้ว ยังช่วยขจัดความกังวลใจของประชาชนต่อภัยคุกคามข้อมูลรั่วไหล ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐบาลดิจิทัล
การรวมศูนย์บริการคลาวด์ยังรองรับนโยบาย Cloud First ที่มุ่งปรับระบบการทำงานของระบบราชการให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และไร้รอยต่อ ลดขั้นตอนเอกสารและเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองความต้องการของประชาชน
สดช. ขยายงบประมาณ GDCC เดินหน้าผนึกกำลังลดความซ้ำซ้อน
การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยการจัดสรรงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) จึงได้เตรียมงบประมาณสำหรับระบบ GDCC สูงถึง 4,980 ล้านบาท เพื่อยกระดับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการคลาวด์พื้นฐาน ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบูรณาการระบบคลาวด์ภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ
การขยายบทบาทของระบบคลาวด์กลางภาครัฐจะช่วยยุติปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างเซิร์ฟเวอร์และระบบจัดเก็บข้อมูลแบบซ้ำซ้อนในแต่ละกระทรวง ซึ่งในอดีตสร้างภาระงบประมาณรายจ่ายด้านไอทีอย่างมหาศาล การรวมงบประมาณมาไว้ที่ระบบกลางจะช่วยให้รัฐสามารถควบคุมต้นทุน ค่าบำรุงรักษา และการอัปเกรดระบบรักษาความปลอดภัยได้อย่างคุ้มค่าต่อเม็ดเงินภาษี
นอกจากนี้ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานยังช่วยให้หน่วยงานต่างๆ มีสภาพแวดล้อมระบบดิจิทัลที่มีความเสถียรสูง พร้อมขยายขีดความสามารถในการประมวลผลและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอนาคต โดยไม่ต้องลงทุนสร้างระบบใหม่ตั้งแต่ต้นในทุกหน่วยงาน
บูรณาการข้ามกระทรวง สู่เสถียรภาพเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน
การประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับหน่วยงานภาครัฐในกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมประชาสัมพันธ์ ถือเป็นภาพสะท้อนของการเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการคลาวด์กลาง (Cloud Management Platform) ให้เป็นเครือข่ายเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานภายใต้กรอบมาตรฐานเดียวกัน
การปรับโครงสร้างนี้ส่งผลบวกโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากความปลอดภัยของข้อมูลและความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคดิจิทัลเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดความน่าเชื่อถือระดับสากล องค์กรธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศที่เข้าไปลงทุน การมีโครงสร้างคลาวด์กลางที่มีมาตรฐานสูงจึงเป็นแต้มต่อสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล
การสร้างเกราะป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลและการยกระดับเสถียรภาพของระบบรัฐบาลดิจิทัล จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคงและปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและระบบนิเวศทางธุรกิจในระยะยาว
#GDCC #คลาวด์กลางภาครัฐ #เศรษฐกิจดิจิทัล #ความมั่นคงไซเบอร์ #CloudFirstPolicy #สดช #รัฐบาลดิจิทัล

