ทริสเรทติ้งประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ที่ระดับ “AA+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ยืนยันสถานะบริษัทย่อยที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
การคงอันดับเครดิตที่ระดับ AA+ ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 2 ขั้นจากอันดับเครดิตเฉพาะองค์กร (SACP) ซึ่งอยู่ที่ระดับ “aa-” เนื่องจาก กฟผ. ถือหุ้นใน RATCH สัดส่วน 45% และเป็นกลไกหลักในการขยายบทบาทในธุรกิจไฟฟ้าและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ส่งผลให้บริษัทมีโอกาสสูงที่จะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษในยามเผชิญปัญหาทางการเงิน
ไฮไลท์การรวมงบการเงินโรงไฟฟ้าหินกอง เสริมฐานรายได้แกร่ง
การรวมงบการเงินของโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่โครงสร้างกำไรและเพิ่มฐานกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอในงบการเงินรวม โดยทริสเรทติ้งประเมินว่า HKP จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่บริษัทที่ระดับ 4.0-4.5 หมื่นล้านบาทต่อปี และเพิ่ม EBITDA จากธุรกิจหลัก (ไม่รวมเงินปันผลรับ) ให้อยู่ที่ระดับ 1.0-1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี ระหว่างปี 2569-2571
นอกจากนี้ อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ในระดับโครงการของ HKP อยู่ที่ประมาณ 4.4-5.0 เท่า ซึ่งต่ำกว่าระดับของงบการเงินรวม จึงช่วยหนุนสถานะทางการเงินของกลุ่มบริษัท ทั้งยังตอกย้ำบทบาทของ RATCH ในการเป็นกลไกการลงทุนของ กฟผ. ด้านโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ
ความหลากหลายของพอร์ตการลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านคู่สัญญา โดยกำลังการผลิตที่เปิดดำเนินงานแล้วตามสัดส่วนการถือหุ้นราว 70% อยู่ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับ กฟผ., การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ PT PLN (Persero) ในประเทศอินโดนีเซีย
พอร์ตการลงทุนต่างประเทศและแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียน
ณ เดือนมิถุนายน 2569 บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เปิดดำเนินงานแล้วในต่างประเทศประมาณ 3.9 กิกะวัตต์ (GW) และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 1.4 กิกะวัตต์ โดยมีประเทศออสเตรเลียเป็นตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 0.9-1.0 หมื่นล้านบาทต่อปี ภายในปี 2570 จากการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการพลังงานหมุนเวียน
สำหรับประเทศอินโดนีเซีย บริษัทถือหุ้นในโรงไฟฟ้า Paiton Energy สัดส่วน 31.3% ซึ่งคาดว่าจะสร้างเงินปันผลรับเฉลี่ย 1.5-1.6 พันล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2569-2571 ส่วนการเติบโตในประเทศไทยจะได้รับแรงหนุนจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ 5 โครงการ กำลังการผลิตรวม 298 เมกะวัตต์ ภายใต้โปรแกรม “RE Big Lot Phase 2” ที่จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2571 รวมถึงโครงการดาต้าเซ็นเตอร์
แม้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าของ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด (RATCHGEN) จะทยอยหมดอายุลงในปี 2568 และ 2570 แต่โครงการใหม่จะช่วยชดเชยกำไร โดยคาดว่า EBITDA รวมจะอยู่ที่ 1.46-1.52 หมื่นล้านบาท ในปี 2569 และเพิ่มเป็น 1.55-1.60 หมื่นล้านบาท ในช่วงปี 2570-2571
โครงสร้างทางการเงิน สภาพคล่อง และอันดับตราสารหนี้
ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทจะทยอยปรับลดลงจาก 6.3 เท่า ในปี 2568 มาอยู่ที่ประมาณ 6.0 เท่า ในปี 2569 และลดลงสู่ระดับ 5.4-5.7 เท่า ในช่วงปี 2570-2571 ภายใต้แผนงบลงทุนสุทธิรวม 1.3-1.6 หมื่นล้านบาท
ด้านสภาพคล่องทางการเงิน ณ เดือนมิถุนายน 2569 บริษัทมีเงินสดประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท เงินลงทุนระยะสั้น 9 พันล้านบาท และวงเงินกู้ที่ยังไม่ได้เบิกใช้อีก 1.0 หมื่นล้านบาท พร้อมเงินทุนจากการดำเนินงานที่คาดว่าจะทำได้ 9.0 พันล้านบาท ถึง 1.0 หมื่นล้านบาท ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเพียงพอต่อการรองรับภาระหนี้ที่จะครบกำหนดชำระจำนวน 2.9 หมื่นล้านบาท และค่าใช้จ่ายลงทุน 5 พันล้านบาท
อันดับเครดิตตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทได้รับการจัดอันดับที่ระดับ “AA+” ประกอบด้วย:
-
RATCH304A: วงเงิน 3,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2573
-
RATCH30NA: วงเงิน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2573
-
RATCH35NA: วงเงิน 4,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2578
#RATCH #ราชกรุ๊ป #ทริสเรทติ้ง #อันดับเครดิต #พลังงานไฟฟ้า #กฟผ #หุ้นกู้

