ตลาดบริการรับฝากวางเซิร์ฟเวอร์หรือดาต้าเซ็นเตอร์โคโลเคชันในสิงคโปร์มีแนวโน้มเติบโตแตะ 3.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2031 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 6.68% ต่อปี หลังความต้องการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์และคลาวด์ผลักดันให้อัตราการเช่าพื้นที่ใช้งานพุ่งสูงกว่า 95% ตอกย้ำบทบาทศูนย์กลางดิจิทัลสำคัญของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
กลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์และโคโลเคชันขยายการลงทุนต่อเนื่อง
การเติบโตของตลาดมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก เช่น AWS, Microsoft, Google, Alibaba, Huawei, Oracle, Tencent Cloud และ OVHcloud ซึ่งเปิดให้บริการพื้นที่คลาวด์ในสิงคโปร์ การขยายระบบอย่างต่อเนื่องของกลุ่มผู้ให้บริการเหล่านี้นำไปสู่ความต้องการเช่าพื้นที่แบบค้าส่งและการวางระบบไฮบริดคลาวด์ รองรับการย้ายภาระงานด้านปัญญาประดิษฐ์และระบบงานหลักขององค์กรขึ้นสู่ระบบคลาวด์
ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์โคโลเคชันรายใหญ่ในตลาด ทั้ง Equinix, Nxera (Singtel), Digital Realty, ST Telemedia Global Data Centres, AirTrunk และ Keppel Data Centres ต่างเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยในปี 2025 กลุ่มอุตสาหกรรมคลาวด์และไอทียังคงครองสัดส่วนความต้องการใช้งานสูงสุดถึง 58% ซึ่งรูปแบบการเช่าพื้นที่แบบค้าส่งสามารถสร้างรายได้สูงสุดในตลาด
โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและเครือข่ายเชื่อมต่อระดับโลก
ผู้ประกอบการในตลาดมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 Equinix ได้ออกหุ้นกู้เพื่อสิ่งแวดล้อมมูลค่า 505 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการระดมทุนรอบที่สองในรอบปี เพื่อนำงบประมาณไปใช้ในโครงการพลังงานหมุนเวียน อาคารสีเขียว และการลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่อย่าง SG5 ขนาด 20 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ การขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ National AI Strategy 2.0 (NAIS 2.0) ที่ตั้งเป้าเพิ่มบุคลากรด้านปัญญาประดิษฐ์ขึ้นกว่าสามเท่าภายในระยะเวลา 3 ถึง 5 ปี ควบคู่กับการสนับสนุนจาก Economic Development Board และ Infocomm Media Development Authority ช่วยหนุนการขยายขีดความสามารถของระบบ โดยสิงคโปร์ยังคงเป็นศูนย์กลางโครงข่ายสายเคเบิลใต้น้ำที่สำคัญของโลก ด้วยจำนวนสายเคเบิลที่ใช้งานอยู่ 32 เส้น และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 12 เส้น เพื่อเชื่อมต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ตลาดโลก
ความท้าทายด้านบุคลากรและข้อจำกัดของพื้นที่
แม้ภาพรวมตลาดจะมีแนวโน้มเติบโตสูง แต่อัตราพื้นที่ว่างที่คาดว่าจะเหลือเพียงราว 5% ภายในปี 2031 สะท้อนถึงภาวะตึงตัวของพื้นที่ให้บริการ ประกอบกับข้อจำกัดด้านพื้นที่สถานีเชื่อมต่อสายเคเบิลใต้น้ำและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคที่ยังเป็นปัจจัยท้าทาย
ในส่วนของตลาดแรงงาน การแข่งขันเพื่อแย่งชิงบุคลากรด้านวิศวกรรมเฉพาะทางและช่างเทคนิคมีความเข้มข้นยิ่งขึ้นจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะแผนการเพิ่มตำแหน่งงานทักษะสูงจำนวน 1,400 ถึง 3,000 อัตราของ Micron ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรอบการฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยีในช่วงที่มีการเปิดใช้งานศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีอยู่ 44 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 7 แห่งทั่วสิงคโปร์
#SingaporeDataCenter #DataCenter #Colocation #CloudComputing #AI #TheReporterAsia

