บีโอไอเผยทิศทางการลงทุนญี่ปุ่นในไทยเดินหน้าเข้าสู่รอบใหม่ มุ่งเน้นการยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยสถิติปี 2568 มียื่นขอรับการส่งเสริม 302 โครงการ มูลค่ากว่า 1.13 แสนล้านบาท เติบโตขึ้นเท่าตัว พร้อมเดินหน้าขยายการผลิตยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงต่อเนื่องในปี 2569
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นยังคงเป็นพันธมิตรด้านการลงทุนที่สำคัญและมีบทบาทหลักต่อโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของไทย โดยระบุว่า “ญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรด้านการลงทุนที่สำคัญของไทยมายาวนาน และมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อเนื่องในอนาคต ฐานการลงทุนของญี่ปุ่นในไทยไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังปรับตัวและยกระดับไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก บีโอไอให้ความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนทั้งการยกระดับกิจการเดิมและการลงทุนในสาขาใหม่ ๆ เพื่อให้บริษัทญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ เทคโนโลยี และซัพพลายเชนสำหรับภูมิภาคและตลาดโลก และเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทยอย่างยั่งยืน”
สถิติการลงทุนปี 2568 เติบโตก้าวกระโดดทุกกลุ่มอุตสาหกรรม
ตัวเลขการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นในปี 2568 มีจำนวนรวม 302 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนกว่า 113,700 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนซึ่งเป็นแกนหลัก มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 28,310 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 57 ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมูลค่า 19,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 76
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารมีมูลค่าเงินลงทุน 4,069 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 54 ด้านกลุ่มโลจิสติกส์และบริการมีมูลค่า 1,468 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นกว่าเท่าตัว พร้อมกันนี้ยังพบการกระจายการลงทุนไปสู่กิจการด้านดิจิทัลและอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยานอย่างชัดเจน
สอดคล้องกับผลสำรวจของหอการค้าญี่ปุ่น (JCC) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จากบริษัทที่ตอบแบบสำรวจ 504 บริษัท ระบุว่า ร้อยละ 23 มีแผนเพิ่มการลงทุนในไทย และร้อยละ 48 ตั้งเป้ารักษาระดับการลงทุนเดิม โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร การใช้พลังงานสะอาด และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมสายการผลิต
ยานยนต์ปรับทัพรับเทคโนโลยีใหม่ เสริมซัพพลายเชนแห่งอนาคต
ภาคการผลิตยานยนต์มีการเคลื่อนไหวของค่ายรถยนต์รายใหญ่ โดยบริษัท อีซูซุ ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท ในการนำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และพลังงานสะอาดมาพัฒนาสายการผลิตกระบะตามมาตรฐาน Euro 6 ด้านบริษัท มาสด้า ผ่านกิจการร่วมทุนออโต้อัลลายแอนซ์ ได้รับอนุมัติงบลงทุนกว่า 7,400 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงโรงงานผลิตรถยนต์แบบ MHEV รุ่นใหม่เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก
ขณะเดียวกัน บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส วางแผนลงทุนเพิ่มเติมรวม 16,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 เพื่อรองรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและเป็นฐานการผลิต All New Pajero และบริษัท ฮอนด้า เตรียมลงทุนอีก 12,000 ล้านบาท ภายในปี 2572 เพื่อเปิดสายการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ 2 รุ่น ซึ่งทำให้ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ของฮอนด้ารวม 8 รุ่น
ในส่วนของห่วงโซ่อุปทาน บริษัท แอสเตโม ได้รับการอนุมัติวงเงิน 3,500 ล้านบาท ผลิตอุปกรณ์แปลงกำลังไฟฟ้า (PCU Inverter) สำหรับระบบขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้า และบริษัท ไอซิน พาวเวอร์เทรน ร่วมลงทุนตั้งฐานผลิตระบบส่งกำลังสำหรับยานยนต์ไฮบริด (Hybrid Transmission)
ขยายฐานอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง อากาศยาน และชีวภาพ
ด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ ได้ขยายการลงทุนผลิตตัวเก็บประจุแบบเซรามิกหลายชั้น (MLCC) สำหรับอุปกรณ์อัจฉริยะและยานยนต์ ส่วนบริษัท พานาโซนิค แมนูแฟคเจอริ่ง อยุธยา ลงทุนตั้งฐานผลิตวัสดุต้นน้ำสำหรับแผงวงจร “MEGTRON” แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน เพื่อป้อนอุตสาหกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
สำหรับการลงทุนในกลุ่มอากาศยาน บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ในเครือ MinebeaMitsumi ทุ่มงบกว่า 2,600 ล้านบาท เปิดโรงงานแห่งใหม่ ณ จังหวัดลพบุรี ผลิตชิ้นส่วนอากาศยานความแม่นยำสูงรองรับลูกค้าระดับโลกอย่าง Airbus และ Boeing พร้อมจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ในกลุ่มเกษตรและอาหารมูลค่าสูง บริษัท โตโย ไซกัน ได้รับอนุมัติลงทุน 2,470 ล้านบาท ในธุรกิจเครื่องดื่มแปรรูป ขณะที่ บริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น ลงทุน 840 ล้านบาท ติดตั้งเทคโนโลยี Carbon Capture and Utilization (CCU) ดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากการหมักผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ชีวภาพเหลว ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีการยื่นขอรับการส่งเสริมจากบริษัทญี่ปุ่นแล้ว 123 โครงการ มูลค่า 32,790 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีสัดส่วนการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทยจากญี่ปุ่นคิดเป็นกว่าร้อยละ 40 ของโครงการทั้งหมด
#BOI #บีโอไอ #การลงทุนญี่ปุ่น #อุตสาหกรรมยานยนต์ #EV #อิเล็กทรอนิกส์ #เศรษฐกิจไทย

