สำนักงาน กสทช. ออกแถลงการณ์ขออภัยในความคลาดเคลื่อนพร้อมขอแก้ไขข้อมูลข่าว กรณีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดรับคำฟ้องคดีระหว่าง นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ และ คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยยืนยันศาลยังไม่ได้ชี้ขาดเรื่องอำนาจหน้าที่ พร้อมยึดแนวทางไม่ให้กระทบการปฏิบัติงานจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ไทม์ไลน์และสาระสำคัญของกระบวนการทางศาล
จุดเริ่มต้นของคดีดังกล่าวเกิดจากการที่ นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ต่อศาลปกครอง โดยระบุว่าคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่มีอำนาจพิจารณาตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ในประเด็นคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา 8(2) เนื่องจากอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาฯ ได้สิ้นสุดลงแล้วนับตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พร้อมกันนี้ผู้ฟ้องคดียังได้ยื่นคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาด้วย
ต่อมาในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองกลางมีความเห็นว่า ผู้ฟ้องคดียังไม่ได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหาย หรืออาจจะได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหายที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โดยไม่จำต้องพิจารณาคำขอเกี่ยวกับมาตรการชั่วคราว ทำให้ผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดว่าตนเป็นผู้ได้รับความเสียหายแล้ว จากการที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งทั้งที่ไม่มีอำนาจ
กระทั่งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองกลาง โดยให้รับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณา และให้มีคำสั่งในส่วนของคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิจารณาคดีต่อไป
ข้อเท็จจริงคำสั่งศาลและแนวทางปฏิบัติตามกฎหมาย
สำหรับการพิจารณาคดีของศาลปกครองสูงสุดในชั้นนี้นั้น สำนักงาน กสทช. ระบุข้อเท็จจริงว่า ศาลยังมิได้มีการวินิจฉัยชี้ขาดในเนื้อหาว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีอำนาจหรือไม่มีอำนาจแต่อย่างใด ส่วนข้อความในคำสั่งที่มีการระบุถึงประเด็นคุณสมบัติตามมาตรา 8(2) เป็นเพียงการกล่าวอ้างถึงคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาว่าผู้ฟ้องคดีได้รับการกระทบสิทธิแล้วหรือไม่ ซึ่งนำไปสู่การสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาเท่านั้น
ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ขอน้อมรับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยืนยันการยึดหลักปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ความเป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งสอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้เวียนแจ้งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อเน้นย้ำแนวทางปฏิบัติปี 2564 และปี 2561
แนวปฏิบัติดังกล่าวกำหนดไว้ชัดเจนว่า ตราบใดที่กระบวนการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุด หรือยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายที่ยังไม่ถึงที่สุด จะต้องไม่ดำเนินการใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของบุคคลนั้น รวมถึงทุกเรื่องที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม ย่อมไม่มีผลกระทบต่อการทำงานจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
#กสทช #ศาลปกครองสูงสุด #หมอสรณ #สรณบุญใบชัยพฤกษ์ #ข่าวศาลปกครอง

