กสทช. เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคขั้นสูงสุด สั่งลงดาบ ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ AWN หลังพบพฤติกรรมยัดเยียดเปลี่ยนแพ็กเกจเสริมโดยไม่ได้รับความยินยอม พร้อมขีดเส้นตายสั่งระงับการเอาเปรียบประชาชนทันที หากฝ่าฝืนปรับหนักรายวัน วันละหนึ่งแสนบาท
พิทักษ์สิทธิ์ผู้ใช้บริการ สั่งค่ายมือถือคืนเงิน-ห้ามเอาเปรียบ consumer
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เปิดเผยผลการประชุม กสทช. ครั้งที่ 18/2569 ซึ่งจัดขึ้นเป็นวาระต่อเนื่อง บอร์ด กสทช. มีมติเห็นชอบในมาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกรณีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการส่งเสริมการขายเสริมที่ไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการ ซึ่งถือเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้แก่ผู้บริโภคในยุคดิจิทัลเป็นอย่างมาก
ในการประชุมครั้งนี้ มีวาระสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอย่างเร่งด่วน คือ วาระที่ 5.7 และวาระที่ 5.8 ซึ่งเป็นข้อร้องเรียนต่อ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN หลังผู้บริโภคประสบปัญหาถูกเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายเสริมโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่มีการแสดงเจตนาที่ชัดเจน ซึ่งทาง กสทช. มองว่าการกระทำในลักษณะนี้เข้าข่ายการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างร้ายแรง และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในทันทีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ประกอบการรายอื่น
ที่ประชุม กสทช. จึงได้มีมติสั่งการให้บริษัทฯ ดำเนินการคืนค่าบริการในส่วนที่ผู้ร้องเรียนได้ชำระไปแล้วสำหรับรายการส่งเสริมการขายเสริม Combo เหมาจ่าย 250 บาท เนื่องจากทางบริษัทฯ ไม่สามารถพิสูจน์เจตนาความยินยอมของลูกค้าได้ พร้อมทั้งสั่งให้ระงับการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในลักษณะดังกล่าวกับผู้ใช้บริการรายนี้และรายอื่น ๆ ทันที. หากบริษัทฯ ฝ่าฝืนคำสั่ง กสทช. จะใช้อำนาจทางกฎหมายปรับทางปกครองเป็นเงิน 500,000 บาทถ้วน และหากยังเพิกเฉยจะปรับเพิ่มอีกวันละ 100,000 บาทถ้วน จนกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่ง
“ในวันนี้ กสทช. มีการประชุมวาระที่สำคัญ และน่าสนใจ คือ เรื่องร้องเรียนการส่งเสริมการขายเสริมที่ไม่ได้รับความยินยอม การอนุญาตการประกอบการกิจการโทรคมนาคม การอนุญาตการประกอบกิจการโทรทัศน์ และการจัดสรรเลขหมาย” — นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.
อัปเดตเมกะโปรเจกต์คมนาคมและขยายโครงข่ายโทรคมนาคมยุคดิจิทัล 5G
นอกเหนือจากมาตรการคุมเข้มด้านการคุ้มครองผู้บริโภคแล้ว ที่ประชุม กสทช. ยังได้พิจารณาอนุมัติวาระด้านการประกอบกิจการโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยมีมติอนุญาตให้ บริษัท คัมพาน่า ทาโร่ จำกัด เพิ่มบริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ระหว่างประเทศ (IIG) และบริการชุมสายอินเทอร์เน็ต (NIX) ภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการเดิม การอนุมัติครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของประเทศไทยกับสากลให้มีความเสถียรและความเร็วที่สูงขึ้น ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและการใช้งานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ขณะเดียวกัน กสทช. ได้อนุมัติให้ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ขยายขอบเขตพื้นที่การให้บริการโครงข่ายกระจายคลื่นวิทยุแบบครบวงจร (IRDN) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการสื่อสารในระบบขนส่งมวลชน พร้อมทั้งอนุญาตให้ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เพิ่มจุดเข้าใช้โครงข่ายโทรคมนาคม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงข่ายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งจะช่วยลดจุดอับสัญญาณและยกระดับคุณภาพบริการให้แก่ผู้ใช้งานในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น
การปรับปรุงเงื่อนไขและขยายขอบเขตโครงข่ายโทรคมนาคมเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งภูมิภาค โดย กสทช. ได้มอบหมายแนวทางปฏิบัติให้สำนักงานสามารถพิจารณาการเปลี่ยนแปลงจุดเข้าใช้โครงข่ายที่ยังไม่มีผู้ใช้บริการได้ทันทีโดยไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมใหญ่ เพื่อเป็นการลดขั้นตอนทางธุรการและเร่งรัดให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
จัดระเบียบหน้าจอทีวีดิจิทัล สั่งฟันถอนใบอนุญาตช่องเบี้ยวค่าธรรมเนียม
ในส่วนของภาคการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์และการบริหารคลื่นความถี่ กสทช. ได้อนุมัติจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่กลุ่มใหม่ให้แก่ บริษัท วัน-ทู-ออล จำกัด พร้อมกันนี้ยังได้อนุมัติรับคืนเลขหมายสั้น 4 หลัก หมายเลข 1448 จากมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร และมีมติเห็นชอบยกเว้นค่าบริการสายด่วนหมายเลข 1146 ของกรมทางหลวงชนบท เพื่อสนับสนุนการให้บริการข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์และส่งเสริมความรู้ให้แก่ประชาชนโดยไม่มีภาระค่าใช้จ่าย
ทางด้านกิจการโทรทัศน์และกระจายเสียง กสทช. ได้ดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดในการจัดระเบียบผู้ประกอบการ โดยมีมติเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการฯ ของ บริษัท ปันบุญ มีเดีย จำกัด ผู้ดำเนินช่องรายการ PB Channel เนื่องจากผู้รับใบอนุญาตละเลยไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีตามกำหนดรอบบัญชี โดยสั่งการให้สำนักงาน กสทช. เร่งรัดติดตามบังคับชำระหนี้ค้างส่งเข้ากองทุน กทปส. และบันทึกประวัติการกระทำความผิดไว้ในระบบอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ ยังมีการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของ บริษัท สกลนคร ทีวี เน็ทเวิร์ค จำกัด เนื่องจากขาดคุณสมบัติการเป็นผู้รับใบอนุญาต หลังตรวจสอบพบว่ามีสถานะ “ร้าง” ในสารบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมสั่งการให้ประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อดำเนินการรื้อถอนสายเคเบิลที่พาดทิ้งไว้โดยเร็วเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ อย่างไรก็ดี กสทช. ยังได้พิจารณาต่ออายุใบอนุญาตช่องรายการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่แบบบอกรับสมาชิกอีกหลายช่องรายการ เช่น CNN International, Cartoon Network และช่องสำรวจโลก เอชดี เพื่อให้การบริการความบันเทิงและสารประโยชน์แก่ประชาชนดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
#กสทช #คุ้มครองผู้บริโภค #AWN #ค่ายมือถือ #โทรคมนาคม #ทีวีดิจิทัล #เศรษฐกิจดิจิทัล #TheReporterAsia

