กสทช. เห็นชอบ ร่างประกาศ MVNO ลุยฟังความเห็น หนุนการแข่งขัน

กสทช. เห็นชอบ ร่างประกาศ MVNO ลุยฟังความเห็น หนุนการแข่งขัน

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เดินหน้ากระตุ้นอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ผ่านการประชุมครั้งสำคัญที่จังหวัดระนอง ด้วยการไฟเขียวร่างประกาศส่งเสริมการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน หรือ MVNO เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ หวังเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและกระตุ้นการแข่งขันในตลาด พร้อมลุยอนุมัติแผน USO ฉบับที่ 4 วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลในพื้นที่ห่างไกล

สำหรับประเด็นสำคัญจากการประชุมในครั้งนี้ ครอบคลุมถึงความพยายามในการเปิดกว้างให้เกิดผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหม่ที่ไม่มีเครือข่ายเป็นของตนเอง (MVNO) เข้าสู่ตลาดมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกแก่ประชาชน นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาขยายกรอบการทำงานของคณะทำงานเพื่อส่งเสริมให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนานโยบายที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ครบกำหนดไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา รวมถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในพื้นที่ทุรกันดารผ่านงบประมาณหลักหมื่นล้านบาทระยะเวลา 5 ปี ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของหน่วยงานกำกับดูแลที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างการแข่งขันทางธุรกิจและการให้บริการสาธารณะอย่างทั่วถึง

การผลักดันบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO) สู่การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ

ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ครั้งที่ 15/2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ณ จังหวัดระนอง ได้มีการพิจารณาวาระสำคัญที่ส่งผลต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย โดยในวันดังกล่าวมีการพิจารณาวาระทั้งหมด 42 วาระ และผ่านการเห็นชอบรวมทั้งสิ้น 6 วาระ หนึ่งในวาระที่มีความโดดเด่นและเป็นที่จับตามองในแง่ของเศรษฐกิจดิจิทัลคือวาระที่ 5.2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO)

มติที่ประชุม กสทช. ได้ให้ความเห็นชอบในการนำร่างประกาศที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO) ไปเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ขั้นตอนดังกล่าวเป็นไปตามข้อบังคับในมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 การดำเนินการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสภาพตลาดในปัจจุบัน ซึ่งต้องการความยืดหยุ่นและการเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เข้ามาแข่งขัน

นอกเหนือจากการเห็นชอบในตัวร่างประกาศแล้ว ที่ประชุมยังได้ให้ความเห็นชอบในส่วนของวิธีการเชิญชวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น รวมถึงวิธีการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะอย่างเป็นระบบ ตลอดจนเห็นชอบร่างกรอบระยะเวลาในการดำเนินการทั้งหมด เพื่อให้กระบวนการรับฟังความคิดเห็นมีความโปร่งใส รัดกุม และสามารถนำผลสรุปที่ได้มาปรับใช้ในการออกประกาศบังคับใช้จริง เพื่อยกระดับมาตรฐานการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต่อไป

ส่งเสริมการแข่งขันผู้ให้บริการแบบโครงข่ายเสมือน

ทิศทางในการส่งเสริมการแข่งขันครั้งนี้ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานกำกับดูแล โดยนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการประชุมในครั้งนี้ว่าเป็นการมุ่งเน้นไปยังประเด็นทางด้านเครือข่ายทางเลือก

“ในวันนี้ กสทช. มีการประชุมวาระที่สำคัญ คือ วาระการส่งเสริมการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO)” นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล กล่าว

ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กสทช. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานส่งเสริมการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือนขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อทำหน้าที่ผลักดันนโยบายนี้ เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมผู้ประกอบการที่ไม่มีเสาสัญญาณหรือคลื่นความถี่ของตนเอง ให้สามารถใช้โครงข่ายจากค่ายมือถือหลักทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคเพื่อให้บริการประชาชนได้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มทางเลือกและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ MVNO รายเดิมสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ในปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีนโยบายมุ่งเน้นการส่งเสริมการแข่งขันและการพัฒนาตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จึงได้อนุมัติขยายเวลาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะทำงานฯ ออกไปอีก 1 ปี โดยได้ครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

แผนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง (USO) และงบประมาณ 4 หมื่นล้านบาท

อีกหนึ่งวาระสำคัญที่มีการพิจารณาควบคู่กันไปในวาระที่ 4.1 คือเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่อง แผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2566) (ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภารกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการผลักดันเชิงพาณิชย์ นั่นคือการดูแลให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการโทรคมนาคมขั้นพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียม

ที่ประชุม กสทช. ได้รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะที่ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว และได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศดังกล่าวอย่างเป็นทางการ สาระสำคัญของการแก้ไขเพิ่มเติมแผนฉบับนี้ คือการกำหนดระยะเวลาดำเนินการของแผนให้ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ถึง พ.ศ. 2570 การวางกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนเช่นนี้ช่วยให้การบูรณาการแผนงานและการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

ไฮไลต์สำคัญของแผน USO ฉบับนี้คือการกำหนดกรอบวงเงินงบประมาณรวมที่สูงถึง 40,000 ล้านบาท เม็ดเงินการลงทุนมหาศาลนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการโทรคมนาคมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ยากลำบาก ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี สร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐาน และสนับสนุนให้เศรษฐกิจในระดับภูมิภาคสามารถเดินหน้าเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมและการวิเคราะห์ทิศทางตลาด

การเคลื่อนไหวของ กสทช. ในการอนุมัติ ร่างประกาศ MVNO ครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยอย่างมีนัยสำคัญ การเข้ามาของ MVNO ที่ได้รับการสนับสนุนด้านกฎระเบียบที่เปิดกว้างมากขึ้น จะช่วยเติมเต็มช่องว่างในตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ผู้ประกอบการ MVNO จะสามารถนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวด้วยต้นทุนบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น เนื่องจากไม่ต้องลงทุนประมูลคลื่นความถี่หรือสร้างเสาสัญญาณด้วยตนเอง

ในขณะเดียวกัน การอนุมัติแผนงานผ่านงบประมาณ USO วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท จะเป็นปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ให้บริการโทรคมนาคมและผู้รับเหมาเครือข่าย จะได้รับโอกาสจากการเข้าร่วมโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วง 5 ปีของแผนงานนี้ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างงานและกระจายรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

จากการวิเคราะห์ในมุมมองด้านเศรษฐศาสตร์ ทิศทางนโยบายของ กสทช. ทั้งสองด้านนี้มีความสอดคล้องและเกื้อหนุนกันอย่างลงตัว ด้านหนึ่งคือการกระตุ้นการแข่งขันในตลาดเสรีผ่านผู้ให้บริการทางเลือก (MVNO) และอีกด้านหนึ่งคือการสร้างความครอบคลุมของการให้บริการผ่านกองทุน USO หากกลไกทั้งสองนี้ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน จะส่งผลให้ตลาดโทรคมนาคมไทยมีความน่าสนใจ ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ และเกิดการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

บทสรุปและก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย

จากมติที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 15/2569 นี้ ก้าวต่อไปที่ภาคธุรกิจต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะสำหรับ ร่างประกาศ MVNO ที่กำลังจะดำเนินการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาด ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายหลัก หรือกลุ่มธุรกิจที่สนใจเข้ามาเป็นผู้ให้บริการรายใหม่ ควรเตรียมตัวศึกษาและร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อให้กฎเกณฑ์ที่จะประกาศใช้มีความเป็นธรรมและส่งเสริมการแข่งขันได้จริง รวมไปถึงการเฝ้าติดตามผลลัพธ์เชิงนโยบายหลังจากคณะทำงานส่งเสริม MVNO ได้สิ้นสุดวาระไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

สำหรับโครงการภายใต้แผน USO ฉบับที่ 4 กรอบวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมความพร้อมของภาคเอกชนเพื่อรองรับโครงการโทรคมนาคมขนาดใหญ่ในพื้นที่ยากลำบากที่จะทยอยเปิดตัว ภาคธุรกิจต้องบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อเข้าร่วมประมูลงาน ขณะเดียวกัน ภาคประชาชนควรมีส่วนร่วมในการติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์

ท้ายที่สุด บทบาทของ กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแล ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม การตัดสินใจผลักดันนโยบายที่สนับสนุนการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการขยายโครงข่ายเพื่อสังคม นับเป็นย่างก้าวที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการพัฒนาระบบนิเวศโทรคมนาคมไทยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

#TheReporterAsia #กสทช #ข่าวเศรษฐกิจ #โทรคมนาคม #MVNO #แผนUSO #เศรษฐกิจดิจิทัล #NBTC

Related Posts