บอร์ดอีวีเคาะปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต หนุนผลิตชิ้นส่วนในประเทศ

บอร์ดอีวีเคาะปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต หนุนผลิตชิ้นส่วนในประเทศ
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 10 นาที

คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือ บอร์ดอีวี มีมติเห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า เชื่อมโยงการนำเข้ากับการลงทุนผลิตจริงและการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ เพื่อขับเคลื่อนไทยสู่ฐานการผลิตยานยนต์ระดับโลก

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้เห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้มุ่งใช้แนวคิด “ปรับภาษีตามการสร้างประโยชน์ประเทศ” เพื่อให้โครงสร้างภาษีสะท้อนประโยชน์จริง ทั้งในมิติการลงทุน การผลิต การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และการจ้างงานแรงงานไทย

ชู 5 หลักการปรับภาษีสรรพสามิตเชื่อมโยงผลิตจริงในประเทศ

การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งนี้ยึดหลักการสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การนำเข้าเพื่อดึงดูดการลงทุนระยะยาว โดยผูกเงื่อนไขการนำเข้ากับการลงทุนผลิตจริง, การผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้า, การยกระดับการใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบในประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มสูงพร้อมส่งเสริมการจ้างงาน, การสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างรถยนต์ผลิตในประเทศกับรถยนต์นำเข้า และการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ห่วงโซ่อุปทาน

แนวทางจัดเก็บภาษีจะกำหนดอัตราแตกต่างกันตามระดับการลงทุนและการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าโดยไม่มีโรงงานผลิตในประเทศจะเสียภาษีสูงขึ้น ขณะที่ผู้นำเข้าที่มีโรงงานในไทยและนำเข้าบางรุ่นเพื่อทดลองตลาด จะถูกจำกัดปริมาณตามมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สร้างในประเทศ สำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศจะได้รับอัตราภาษีลดหลั่นลงมา กลุ่มที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศระดับปานกลาง เช่น รถยนต์กลุ่มพรีเมียม จะมีอัตราหนึ่ง ส่วนกลุ่มที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศระดับสูง โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จูงใจให้เกิดการขยายฐานการผลิต

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการบอร์ดอีวี ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ทั้ง BEV, HEV, PHEV และเทคโนโลยีใหม่ในอนาคต ประเทศไทยจึงต้องปรับตัวเพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิตยานยนต์ในระยะยาว โดยโจทย์สำคัญคือการออกมาตรการที่เปิดกว้างต่อเทคโนโลยีแต่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในประเทศ การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งนี้จึงเป็นจังหวะสำคัญในการปรับสมดุลระหว่างการนำเข้าและการลงทุน พร้อมส่งเสริมการผลิต การใช้ชิ้นส่วน การพัฒนาเทคโนโลยี และการจ้างงานคุณภาพ เพื่อตอกย้ำสถานะฐานการผลิตยานยนต์ระดับโลก

บอร์ดอีวีเคาะปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต หนุนผลิตชิ้นส่วนในประเทศ
บอร์ดอีวีเคาะปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต หนุนผลิตชิ้นส่วนในประเทศ

ตั้ง 2 คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทาน

บอร์ดอีวีมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์สมัยใหม่และชิ้นส่วน ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน รับผิดชอบพัฒนาห่วงโซ่การผลิตตลอดวงจรชีวิต รวมถึงบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วและการกำจัดซากรถยนต์อย่างเป็นระบบ อีกชุดคือ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ทำหน้าที่ผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน จุดชาร์จ และปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังศึกษามาตรการส่งเสริมการใช้และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม

ยอดจดทะเบียน xEV ครองส่วนแบ่ง 55% เม็ดเงินลงทุนสะสมแตะ 1.52 แสนล้าน

สถิติยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) มียอดจดทะเบียนรวม 126,950 คัน เติบโตขึ้น ร้อยละ 88 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า xEV ทั้ง BEV, HEV และ PHEV ครองสัดส่วนรวมกันถึง ร้อยละ 55 ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ

ด้านภาพรวมการลงทุน ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 บีโอไอได้อนุมัติการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและกิจการเกี่ยวเนื่องแล้ว 189 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 151,372 ล้านบาท แบ่งเป็นกิจการผลิตแบตเตอรี่ 87,073 ล้านบาท กิจการผลิตรถยนต์ BEV 38,563 ล้านบาท และกิจการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ 12,558 ล้านบาท ส่วนสถานีอัดประจุไฟฟ้ามีแผนติดตั้งรวม 23,135 หัวจ่าย ซึ่งเป็นหัวจ่ายแบบชาร์จเร็ว (Quick Charge) จำนวน 10,249 หัวจ่าย คิดเป็น ร้อยละ 85 ของเป้าหมาย 12,000 หัวจ่ายภายในปี 2573

กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีฐานการผลิตเดิมในไทย ได้แก่ มิตซูบิชิ, ฮอนด้า, มาสด้า และอีซูซุ มีแผนการลงทุนเพิ่มเติมรวมกว่า 50,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ ปรับปรุงสายการผลิตสู่ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ตลอดจนรองรับระบบการขับเคลื่อนทั้งแบบ HEV, MHEV และรูปแบบยานยนต์ไฟฟ้าอื่น ๆ เพื่อปรับฐานการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก

#บอร์ดอีวี #BOI #ภาษีสรรพสามิต #รถยนต์ไฟฟ้า #xEV #อุตสาหกรรมยานยนต์ #ลงทุนยานยนต์ไฟฟ้า

Related Posts