ปลดล็อกสิทธิแรงงาน แก้กฎหมายห้ามคนล้มละลายทำงาน 67 ฉบับ

ปลดล็อกสิทธิแรงงาน แก้กฎหมายห้ามคนล้มละลายทำงาน 67 ฉบับ
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 8 นาที

รัฐสภาเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายปลดล็อกคุณสมบัติบุคคลล้มละลายสุจริตให้กลับเข้าทำงานและดำรงตำแหน่งในองค์กรภาครัฐได้ รื้อใหญ่กฎหมาย 67 ฉบับ หวังคืนศักยภาพแรงงานสู่ระบบเศรษฐกิจ

ผ่าทางตันกฎหมายตัดสิทธิแรงงาน

ประเทศไทยเผชิญปัญหาการสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถจากข้อจำกัดทางกฎหมายมายาวนาน เมื่อระบบราชการและหน่วยงานรัฐกำหนดให้บุคคลล้มละลายหรือถูกพิทักษ์ทรัพย์ต้องพ้นจากตำแหน่งในทันที ส่งผลให้แรงงานฝีมือจำนวนมากถูกตัดสิทธิทำกินอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งที่วิกฤตทางการเงินอาจเกิดจากเหตุสุดวิสัยทางเศรษฐกิจ มิใช่การฉ้อโกง

ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งหรือการประกอบอาชีพของบุคคลล้มละลาย พ.ศ. … ถูกผลักดันโดยนายเอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่า “ไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน” ช่วยเปิดทางให้กระบวนการนิติบัญญัติเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว

เอกสารบันทึกหลักการและเหตุผลระบุชัดเจนถึงการจำกัดสิทธิเดิมว่า “ทำให้ต้องสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถโดยไม่จำเป็น ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ไม่เป็นประโยชน์ ไม่คุ้มค่า ก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่เป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือให้ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์จากการพัฒนาประเทศอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม” สอดคล้องกับเจตนารมณ์ตามมาตรา 77 และมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ขีดเส้นแยกคนล้มละลายสุจริต

โครงสร้างของร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดเกณฑ์สำคัญในการคัดกรองระหว่างคนล้มละลายทั่วไปกับบุคคลที่มีพฤติกรรมมิชอบ โดยให้ความหมายของ “บุคคลล้มละลายทุจริต” ไว้อย่างชัดเจนว่า หมายถึงบุคคลที่ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามกฎหมายล้มละลาย หรือเกี่ยวข้องกับการยักยอก ฉ้อโกง รวมถึงการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กลุ่มนี้จะถูกตัดสิทธิและให้พ้นจากตำแหน่งในหน่วยงานรัฐทันที

สำหรับบุคคลที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือพิพากษาให้ล้มละลายจากภาระหนี้ปกติ ตัวกฎหมายเปิดทางให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไปได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ บนเงื่อนไขว่าการปฏิบัติงานนั้นต้องไม่กระทบต่อการบริหารงานหรือสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมแก่หน่วยงาน โดยผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์มีหน้าที่ต้องแจ้งต่อผู้มีอำนาจแต่งตั้งทราบโดยไม่ชักช้า

หากตำแหน่งดังกล่าวมีอำนาจพิจารณาทางการเงินหรือเข้าข่ายต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน กฎหมายกำหนดทางออกเชิงปฏิบัติการด้วยการให้ผู้มีอำนาจสั่งย้ายบุคคลนั้นไปดำรงตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมเป็นการชั่วคราว และเมื่อศาลมีคำสั่งถอนการพิทักษ์ทรัพย์ ปลดจากการล้มละลาย หรือยกเลิกการล้มละลายแล้ว ให้สามารถกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมได้ทันที ถือเป็นการสร้างตาข่ายความปลอดภัยด้านอาชีพแก่ข้าราชการและพนักงานรัฐ

ยกระดับผลิตภาพปูทางบังคับใช้

การปฏิรูปครั้งนี้ครอบคลุมการแก้ไขคุณสมบัติในกฎหมายระดับพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดรวมทั้งสิ้น 67 ฉบับ ไล่ตั้งแต่ระเบียบข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู ทหาร ตำรวจ ฝ่ายตุลาการ อัยการ ตลอดจนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกองทุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจสำคัญ เพื่อสกัดการสูญเสียทุนมนุษย์ระดับสูงที่สั่งสมความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาหลายสิบปี

กระบวนการล่าสุดอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญผ่านระบบเว็บไซต์รัฐสภา กำหนดเปิดรับฟังตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 11 กันยายน 2569 ซึ่งมีสถิติผู้ร่วมตอบแบบสอบถามเห็นด้วยกับการปรับปรุงกฎหมายสูงถึงร้อยละ 75.00 ก่อนจะรวบรวมความเห็นเพื่อเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ในส่วนของเงื่อนไขการบังคับใช้ ตัวร่างมาตรา 2 ระบุให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พร้อมสั่งการให้หน่วยงานรัฐดำเนินการทบทวนข้อกฎหมายในความรับผิดชอบและแก้ไขกฎหมายลำดับรอง ทั้งพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง และระเบียบปฏิบัติภายในกรอบเวลา 180 วัน โดยมีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย

#กฎหมายล้มละลาย #สิทธิแรงงาน #ปฏิรูปกฎหมาย #ข้าราชการไทย #Section77 #เศรษฐกิจฐานราก

Related Posts