คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการให้บริการคลังสินค้า และโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 โดยมี บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เป็นผู้ผ่านการประเมินสูงสุดทั้งสองโครงการ ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP Net Cost) เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเติบโตของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
รายละเอียดสัญญาร่วมลงทุนโครงการให้บริการคลังสินค้า
สำหรับ โครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของผู้ประกอบการรายที่ 3 เป็นการดำเนินงานตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ภายหลังจากที่คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 มีมติเห็นชอบให้ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เป็นผู้ผ่านการประเมินสูงสุด โดยมีรูปแบบการร่วมลงทุนแบบ PPP Net Cost ซึ่งเอกชนจะจ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ภาครัฐเป็นรายปีตามเงื่อนไขที่กำหนด
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับปริมาณสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีขอบเขตการให้บริการครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ คลังสินค้าขาเข้า (Import) คลังสินค้าขาออก (Export) คลังสินค้าถ่ายลำ (Transit) การจัดการสินค้าเน่าเสียง่าย ตลอดจนสินค้าเร่งด่วนและสินค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)
การดำเนินโครงการนี้จะส่งผลให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) สามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการคลังสินค้า สนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ในระดับสากล
สัญญางานบริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นรายที่ 3
ในส่วนของ โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของผู้ประกอบการรายที่ 3 คณะกรรมการคัดเลือกฯ มีมติเห็นชอบให้ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เป็นผู้ผ่านการประเมินสูงสุดเช่นเดียวกัน ภายใต้กรอบการร่วมลงทุนแบบ PPP Net Cost ที่เอกชนมีหน้าที่บริหารจัดการและจ่ายค่าตอบแทนให้ภาครัฐรายปี
ขอบเขตการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มบริการหลัก อาทิ การให้บริการอุปกรณ์สนับสนุนอากาศยาน การขนถ่ายและเคลื่อนย้ายกระเป๋าสัมภาระ สินค้า และไปรษณียภัณฑ์ รวมถึงกลุ่มบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดการทั่วไปด้านภาคพื้น และงานบริการด้านการบิน พิธีการบิน ตลอดจนการอำนวยความสะดวกแก่ลูกเรือ
มติเห็นชอบในครั้งนี้จะช่วยให้ ทอท. เดินหน้าลงนามสัญญาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศ ยกระดับคุณภาพการให้บริการ (Level of Service : LOS) ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และรองรับเป้าหมายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งทางอากาศของประเทศในระยะยาว
#AOT #AOTGA #ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ #กระทรวงคมนาคม #การบิน #คลังสินค้า #สัมปทานลานจอด

