คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาล สปป. ลาว วงเงินรวม 1,783,671,500 บาท เพื่อดำเนิน โครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน – หลวงพระบาง สปป. ลาว มุ่งยกระดับการคมนาคมขนส่งข้ามแม่น้ำโขง พร้อมขยายโอกาสการค้าชายแดนและกระตุ้นการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดน่านกับเมืองหลวงพระบาง
รายละเอียดกรอบวงเงินและกลไกทางการเงิน
โครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน – หลวงพระบาง สปป. ลาว ดำเนินการโดย สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณรายปีตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 – 2574 รวมระยะเวลา 4 ปี ในอัตราร้อยละ 50 ในส่วนของเงินกู้ คิดเป็นจำนวน 891,835,750 บาท
สำหรับวงเงินส่วนที่เหลืออีกจำนวน 891,835,750 บาท สพพ. จะดำเนินการกู้ยืมจากสถาบันการเงินภายในประเทศตามรูปแบบและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมมอบหมายให้ผู้อำนวยการ สพพ. เป็นผู้ลงนามในสัญญาให้ความช่วยเหลือทางการเงิน ทั้งนี้ ในกรณีที่ สปป. ลาว ผิดนัดชำระหนี้ สพพ. จะพิจารณาใช้เงินสะสมของหน่วยงานชำระคืนหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยไปก่อน หากขาดสภาพคล่องจึงจะขอรับจัดสรรงบประมาณเสริมสภาพคล่องจากรัฐบาล และเมื่อเรียกเก็บหนี้ได้จะนำส่งคืนคลังต่อไป
ประวัติการชำระหนี้และสถานะความร่วมมือไทย – ลาว
การสนับสนุนทางการเงินครั้งนี้เป็นไปตามมติคณะกรรมการ สพพ. ครั้งที่ 9/2568 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ซึ่งมีลักษณะเดียวกับโครงการที่เคยได้รับอนุมัติ เช่น โครงการปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 12 (R12) ช่วงเมืองท่าแขก – จุดผ่านแดนนาเพ้า, โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) และโครงการพัฒนาถนนหมายเลข 11 (R11) โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและกระทรวงการต่างประเทศมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ร่างสัญญาดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงอยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาอนุมัติได้
ที่ผ่านมา สพพ. ได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป. ลาว อย่างต่อเนื่องรวม 22 โครงการ คิดเป็นวงเงินรวม 17,156.60 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสนับสนุนแบบให้เปล่า 2,395.48 ล้านบาท และวงเงินให้กู้ 14,761.12 ล้านบาท ซึ่ง สปป. ลาว เบิกจ่ายเงินกู้ไปแล้ว 13,162.89 ล้านบาท มีการชำระคืนเงินต้นแล้ว 3,578.82 ล้านบาท มียอดเงินต้นคงเหลือ 9,584.07 ล้านบาท โดย สปป. ลาว มีประวัติการชำระหนี้ตรงเวลาและไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ เมื่อรวมกับโครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมนฯ ล่าสุด จะทำให้มีโครงการความช่วยเหลือรวมเป็น 23 โครงการ รวมวงเงินทั้งสิ้น 18,940.27 ล้านบาท
ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวน่าน – หลวงพระบาง
การก่อสร้างสะพานแห่งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระหว่างประเทศ (Connectivity) ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยช่วยขยายโอกาสการค้าชายแดนระหว่างจังหวัดน่านกับเมืองหลวงพระบาง ลดระยะเวลาการเดินทางข้ามแม่น้ำลงได้อย่างน้อย 30 – 45 นาที เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าทดแทนการข้ามแม่น้ำแบบเดิม
ในมิติด้านการท่องเที่ยว เส้นทางดังกล่าวจะรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านจังหวัดน่านสู่เมืองหลวงพระบาง ผ่านเส้นทางเมืองหงสา – เมืองจอมเพชร – บ้านเชียงแมน โดยสามารถใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงแทนการใช้แพขนานยนต์ สำหรับโปรแกรมท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายผ่านบริษัทนำเที่ยวของไทยเฉลี่ยคนละ 4,500 บาท ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าในช่วง 5 ปีแรก จะส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเยือนจังหวัดน่านเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 80,000 คน และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 360 ล้านบาท พร้อมทั้งช่วยกระชับความสัมพันธ์ระดับภูมิภาคระหว่างสองประเทศ
#ครม #สะพานเชียงแมนหลวงพระบาง #สพพ #เศรษฐกิจชายแดน #ไทยลาว #น่านหลวงพระบาง #กระทรวงการคลัง

