บริษัท สยาม ซีเพลน จำกัด ผนึกกำลัง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือในการให้บริการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ทางอากาศ (Medevac) เตรียมนำฝูงบินเข้าสนับสนุนระบบการแพทย์ฉุกเฉินเชื่อมโยงท่าอากาศยานหลักและสนามบินรองทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและลดระยะเวลาการส่งต่อผู้ป่วยจากพื้นที่ห่างไกลเข้าสู่ศูนย์กลางการแพทย์ โดยมีกำหนดเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2569
ยกระดับเครือข่ายส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินเชื่อมพื้นที่ห่างไกลสู่ศูนย์การแพทย์
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านการคมนาคมขนส่งผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมักประสบอุปสรรคจากการเดินทางทางบกที่ใช้เวลานาน และไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการตามตารางบินปกติ การนำศักยภาพด้านอากาศยานของภาคเอกชนเข้ามาเสริมระบบของ สพฉ. จะช่วยให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตสู่โรงพยาบาลที่มีความพร้อมทำได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้น
ดร. พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ระบุว่า การร่วมมือกับสยามซีเพลนเป็นก้าวสำคัญในการสร้างหลักประกันให้ประชาชนเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่มีคุณภาพอย่างทันท่วงทีในทุกพื้นที่ โดยการผสานความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ สพฉ. เข้ากับศักยภาพด้านการบินของสยามซีเพลน จะช่วยลดระยะเวลาเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากพื้นที่ห่างไกล นำส่งสถานพยาบาลชั้นนำได้โดยตรง และเสริมขีดความสามารถการรับมือเหตุฉุกเฉินได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ
ทางด้าน ดร.วรกัญญา สิริพิเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามซีเพลน จำกัด กล่าวว่า การร่วมมือกับ สพฉ. ทำให้บริษัทสามารถนำฝูงบินเข้าไปสนับสนุนการลำเลียงผู้ป่วยในพื้นที่เร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเชื่อมต่อสนามบินในพื้นที่ห่างไกลเข้ากับศูนย์กลางการแพทย์ในเขตเมืองโดยตรง จะช่วยยกระดับการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินให้แก่ชุมชนในพื้นที่ชนบท พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ระดับภูมิภาค และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
คุณสมบัติอากาศยาน เซสนา แกรนด์ คาราวาน C208B EX และการดูแลผู้ป่วยเฉพาะทาง
ภารกิจการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินจะดำเนินการด้วยเครื่องบินรุ่น เซสนา แกรนด์ คาราวาน C208B EX (Cessna Grand Caravan C208B EX) ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารที่ต้องการความดูแลทางการแพทย์เป็นพิเศษ (Special Condition Passengers – SPCs) ตัวเครื่องมีประตูห้องสัมภาระขนาดใหญ่ ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยบนเปลหามเข้า-ออกได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ภายในห้องโดยสารมีความกว้างขวางเพียงพอต่อการติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ฉุกเฉิน และไม่มีการปรับความดันอากาศ ซึ่งเอื้อต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการประสานงานและอบรมจาก สพฉ. นอกจากนี้ โครงสร้างห้องโดยสารที่ไม่ปรับความดันยังรองรับการลำเลียงผู้ประสบอุบัติเหตุจากการดำน้ำ ซึ่งมีข้อจำกัดทางการแพทย์ที่ไม่สามารถเดินทางด้วยอากาศยานปรับความดันทั่วไปได้
ดร.วรกัญญา กล่าวเสริมว่า ความคล่องตัวของฝูงบินช่วยให้เข้าถึงสนามบินภูมิภาคและพื้นที่ห่างไกลที่สายการบินทั่วไปหรือรถพยาบาลเข้าถึงได้ยาก ซึ่งทุกวินาทีมีความสำคัญต่อการรักษาชีวิต การทำงานร่วมกับ สพฉ. ในครั้งนี้เป็นการวางรากฐานระบบลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินที่เชื่อมต่อทั่วประเทศ ก่อนจะขยายขีดความสามารถไปสู่มิติใหม่เพิ่มเติมในอนาคต
แผนการดำเนินงานและเป้าหมายการให้บริการ
การให้บริการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์จะเริ่มต้นในระยะแรกตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน 2569 โดยเน้นการบินรับส่งระหว่างสนามบินหลักและสนามบินรองภายในประเทศ (Land-to-Land)
จากนั้นมีแผนขยายเส้นทางการบินสู่เที่ยวบินระหว่างประเทศ รวมถึงเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยเครื่องบินทะเล (Seaplane) ที่สามารถขึ้นลงทางน้ำได้เต็มรูปแบบภายในปี 2570 เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการเข้าถึงพื้นที่ชายฝั่งและเกาะแก่งต่าง ๆ ต่อไป
#สยามซีเพลน #สพฉ #Medevac #การแพทย์ฉุกเฉิน #เครื่องบินกู้ชีพ #CessnaGrandCaravan #TheReporterAsia

