คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติมจำนวน 8 แห่ง ตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษและกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคตะวันออก
เคาะตั้ง 8 เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษจำนวน 8 แห่ง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. ได้รับคำขอจัดตั้งเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ส่งเสริมกิจการที่เกี่ยวเนื่อง และสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษา หรือสถาบันวิจัยที่มีศักยภาพสูง โดยโครงการทั้งหมดผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และเอกชนผู้จัดทำคำขอได้รับข้อกังวลด้านแรงงาน ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสียไปพิจารณาดำเนินการเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ กพอ. ได้ให้ความเห็นชอบการประกาศกำหนดเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติมตามมติการประชุมในแต่ละช่วงเวลา และอยู่ระหว่างการเตรียมออกประกาศจัดตั้งในราชกิจจานุเบกษา พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อคิดเห็นและข้อสังเกตจากหน่วยงานภาครัฐไปพิจารณาดำเนินการต่อไป
รายละเอียดพื้นที่โครงการ เงินลงทุน และอุตสาหกรรมเป้าหมาย
โครงการที่ได้รับความเห็นชอบแบ่งตามมติ กพอ. ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี 2 ตั้งอยู่บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3289 ตำบลหนองอิรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่ 1,941 ไร่ 20 ตารางวา เงินลงทุนประมาณ 50,000 ล้านบาท รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัล และการแพทย์และสุขภาพครบวงจร ถัดมาคือ สวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 2 ตั้งอยู่ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่ 758 ไร่ 1 งาน 85.4 ตารางวา เงินลงทุนประมาณ 8,900 ล้านบาท รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักร่วมกับกลุ่มการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ แปรรูปอาหาร และเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ
ในส่วนของโครงการที่มีเงินลงทุนสูงสุดคือ นิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จังหวัดระยอง ตั้งอยู่ตำบลสำนักทอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง มีพื้นที่ 4,318 ไร่ 3 งาน เงินลงทุนประมาณ 100,000 ล้านบาท ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์ หุ่นยนต์ ดิจิทัล การแพทย์ เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ แปรรูปอาหาร และเคมีชีวภาพ ขณะที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตั้งอยู่ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง มีพื้นที่ขนาดใหญ่ 12,490 ไร่ 2 งาน 29.06 ตารางวา เงินลงทุนประมาณ 77,480.15 ล้านบาท รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและชีวภาพ
นอกจากนี้ ยังมีโครงการเฉพาะทางด้านพลังงาน สุขภาพ และการแปรรูป ได้แก่ สถานีแอลเอ็นจีมาบตาพุด แห่งที่ 2 ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พื้นที่ 343 ไร่ 3 งาน 53.3 ตารางวา เงินลงทุนประมาณ 21,012 ล้านบาท, ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและสุขภาพครบวงจรไลฟ์สเฟียร์ (พัทยา) ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 17 ไร่ 1 งาน 62 ตารางวา เงินลงทุนประมาณ 1,478 ล้านบาท, อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (บางปะกง) กลุ่มอุตสาหกรรมกาแฟไทยยั่งยืน ตำบลท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่ 215 ไร่ 18 ตารางวา เงินลงทุนประมาณ 6,960.36 ล้านบาท และ สมาร์ทโลจิสติกส์ (ฉะเชิงเทรา) บริเวณถนนสุขุมวิท กิโลเมตรที่ 72 ตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่ 29 ไร่ 1 งาน 65.8 ตารางวา เงินลงทุนประมาณ 1,350 ล้านบาท
เงื่อนไขการพัฒนาและประโยชน์ต่อเศรษฐกิจองค์รวม
สำหรับเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษบางแห่ง ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมกาแฟไทยยั่งยืน, ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางไลฟ์สเฟียร์ และสมาร์ทโลจิสติกส์ มีการกำหนดเงื่อนไขเฉพาะในหนังสือรับรอง โดยให้ประกอบกิจการได้เฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายที่กำหนดเท่านั้น และผู้พัฒนาต้องเริ่มดำเนินการภายใน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับหนังสือรับรองตามหลักเกณฑ์ของ สกพอ. หากเพิกเฉยอาจถูกพิจารณาระงับ ยกเลิกสิทธิประโยชน์ หรือยุบเลิกเขตส่งเสริมฯ ได้
การประกาศเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 8 แห่งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศผ่านสิทธิประโยชน์ตามพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 พร้อมทั้งช่วยกระจายรายได้และส่งเสริมการจ้างงานในชุมชน ผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบน้ำและไฟฟ้า รวมถึงเสริมความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะเพื่อลดการสูญเสีย และส่งเสริมการใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
#อีอีซี #เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ #การลงทุน #เศรษฐกิจไทย #สกพอ

