เบญจจินดา ตั้งดรีมทีมลุยตลาด ไซเบอร์ซีเคียวริตี้

เบญจจินดา

กลุ่ม เบญจจินดา ตั้งบริษัท ไซเบอร์ อีลีท จัดทัพใหญ่ลุยตลาดไซเบอร์ซีเคียวริตี ตั้งเป้าสร้างรายได้ 1,000 ล้านบาท ให้ได้ภายใน 3 ปี ชูความเชี่ยวชาญของบุคคลากร พร้อมด้วยบริการระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ได้ตามความต้องการของลูกค้าถึงขั้นสูงสุด

ดร.ศุภกร กังพิศดาร  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซเบอร์ อีลีท จำกัด ในกลุ่มเบญจจินดา กล่าวว่า กลุ่ม เบญจจินดา มีประสบการณ์ดูแล Cybersecurity ให้กับองค์กรขนาดใหญ่ ล่าสุดได้จัดตั้งบริษัท ไซเบอร์ อีลีท จำกัด (Cyber Elite) ขึ้น เนื่องจากทุกส่วนงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญของระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยของไซเบอร์ เห็นได้จากอัตราการเติบโตของ Cybersecurity ในช่วงที่ผ่านมา  รวมถึงเรื่องข้อกฎหมายของหน่วยงานการกำกับดูแล (Regulator) เช่น   สำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ( คปภ.)    ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  ที่ให้ความสำคัญต่อการป้องกันความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้จากการสำรวจของบริษัทวิจัยระดับโลก คาดการณ์ว่าภายในปี 2568  การเติบโตของตลาดไซเบอร์ซีเคียวริตีในไทย  ในเอเชียจนถึงระดับโลกเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

“เราจะได้เห็นการเติบโตอัตรา ระหว่าง 20%-30%   ซึ่งปัจจัยหนุนในปีนี้และปีถัด ๆ ไปก็ยังจะมาจากผลพวงของ Covid-19 รวมทั้งการที่คน go digital กันมากขึ้น นอกจากนี้พวก emerging tech อย่าง blockchain, web 3 ก็น่าจะทำให้คนมีความกังวลเรื่องของการถูกโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้นด้วยเช่นกัน” ดร.ศุภกร กล่าว

ดร.ศุภกร กล่าวว่า ในปีแรกไซเบอร์ อีลีท ตั้งเป้ามีรายได้ 3%-4% ของตลาดรวมไซเบอร์ซีเคียวริตีในไทย    ซึ่งปีนี้คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 11,000 – 13,000 ล้านบาท  มีอัตราการเติบโต ของภาพรวมตลาดต่อปี 15 % -20%  โดยไซเบอร์ อีลีทมีเป้าหมายเติบโตเฉลี่ย 30%-50% หรือมีรายได้ถึง 1,000 ล้านบาทในปี 2568    โดยให้บริการในลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างยืดหยุ่นเหมาะสม ตามความจำเป็นของประเภทธุรกิจ หรือองค์กรนั้นๆ

สำหรับ ตลาดที่เป็นกลุ่มเป้าหมายใน 3 ปีแรกของไซเบอร์ อีลีท จะเข้าขยายลูกค้าในกลุ่มตลาดภาคเอกชนเป็นหลัก หรือคาดว่ามีสัดส่วนรายได้ประมาณ 70% ของรายได้รวม

โดยให้ความสนใจทั้งกลุ่มที่มี security maturity ที่สูง เช่น กลุ่มธนาคารหรือ tech company  ซึ่งจะสนใจเรื่องบริหารจัดการด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี ได้อย่างเหมาะสม คุ้มค่ากับการลงทุน เพื่อตอบโจทย์การรับมือภัยไซเบอร์  ส่วนตลาดที่ยังไม่มีความพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม จะเข้าไปให้บริการ managed security services ที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันเราก็มีการนำเอาแนวทางของ data driven organization มาใช้ในการวิเคราะห์ติดตามประสิทธิภาพ performance และปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

ดร.ศุภกร กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของไซเบอร์ อีลีท ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cybersecurity  Service Provider)  ภายใน  1-3 ปีนี้  เนื่องจากตลาดไซเบอร์ซีเคียวริตีในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งนี้เป็นเทรนด์ของทั้งโลก  เฉพาะในไทยแล้ว ปัจจัยหนุนที่จะทำให้ไซเบอร์อีลีท เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ได้แก่ 1.จากกฎเกณฑ์ของดูแลของหน่วยงานกำกับดูแล ที่บริษัท หรือองค์กรภายใต้การดูแลต้องปฏิบัติตาม  (Regulatory requirements)  2. เรื่องระบบความปลอดภัยบนคลาวด์  ( Cloud security ) และ 3. องค์กรเห็นความสำคัญของการให้ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการ บริหารจัดการให้แทนดำเนินการเอง

Related Posts

กรุณาติดต่อขออนุญาตใช้คอนเทนต์ก่อน ได้ที่ กองบรรณาธิการ TheReporterAsia

Please contact the editor for permission to use the content first. TheReporterAsia