ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จัดโปรช่วย OTOP ลดค่าส่ง 50%

ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น

ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น บริษัทในเครือไปรษณีย์ไทย ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน เครือข่ายโอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ (ประเทศไทย) และเครือข่าย OTOP ระดับประเทศ ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ สนับสนุนการขนส่งสินค้าด้วยอัตราพิเศษ ลดราคาค่าส่ง 50% ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจ SME ไทย เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง กระตุ้นการไหลเวียนของเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์ม thailandpostmart ของไปรษณีย์ไทย และเตรียมผุดแพลตฟอร์มการขนส่งแห่งชาติ เพิ่มช่องทางการรับงานให้รถขนส่งอิสระทั่วประเทศด้วยเทคโนโลยี ตั้งเป้าสร้างรายได้ตลอดทั้งปีกว่า 1,300 ล้านบาท

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น สนองนโยบายการดำเนินงานของรัฐบาล ในการบรรเทาปัญหาและฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งสร้างความพร้อมให้ SME เข้าสู่การแข่งขันทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น การนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาสนับสนุนธุรกิจ รวมทั้งสนับสนุนการกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภค ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จึงใช้ศักยภาพด้านการขนส่งร่วมกับไปรษณีย์ไทยจัดทำระบบขนส่งกับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เกษตรแปลงใหญ่ และกรมการพัฒนาชุมชน สินค้าโอทอป โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อต้องการให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับบริการด้านโลจิสติกส์อย่างทั่วถึง

ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น

ด้านนายสมคิด จันทมฤก อธีบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชนจะดำเนินการสร้างการรับรู้ไปยังผู้ผลิต และผู้ประกอบการ OTOP ทั้ง 96,132 กลุ่ม/ราย ให้มีโอกาสเข้าถึงการบริการจัดส่งผลิตภัณฑ์ OTOP ในอัตราพิเศษ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคงต่อไป โดยดำเนินการผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 4 – 12 มิถุนายน 2565 กรมการพัฒนาชุมชน จะมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ในงาน OTOP MIDYEAR 2022 ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี อย่างไรก็ตามคาดว่าความร่วมมือกับไปรษณีย์ในครั้งนี้จะช่วยเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มผู้ประกอบการ OTOP มากยิ่งขึ้น

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานการสื่อสารและขนส่งของชาติ ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีแนวทางที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสินค้าจากวัตถุดิบในท้องถิ่น สินค้า OTOP ด้วยการเป็นผู้ดำเนินการขนส่งสินค้าทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำอย่างดีที่สุด

ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น

โดยมีไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น ทำหน้าที่รับสินค้าจากผู้ประกอบการ OTOP ตั้งแต่ต้นทาง เพื่อส่งไปยังพ่อค้าคนกลาง และร้านค้ารายย่อย ส่วนไปรษณีย์ไทยจะเป็นเครือข่ายขนส่งกระจายไปยังผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยค่าขนส่งอัตราพิเศษเพื่อช่วยลดต้นทุนให้ร้านค้า และยังสามารถกำหนดราคาขายสินค้าที่แข่งขันได้อีกด้วย นอกจากนี้ไปรษณีย์ไทยยังช่วยผลักดันสินค้าเหล่านี้ให้ถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศผ่าน thailandpostmart แพลตฟอร์ม e-Marketplace ของไปรษณีย์ไทยที่รวบรวมสินค้าชุมชน สินค้าเกษตร ที่มีคุณภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

นายพีระ อุดมกิจสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น พร้อมอำนวยความสะดวกในการจัดส่ง โดยบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า OTOP เชื่อมั่นในการให้บริการขนส่ง โดยจะรับสินค้าจากผู้ประกอบการ OTOP Trader และเครือข่าย OTOP ตั้งแต่ต้นทาง ส่งไปยังพ่อค้าคนกลาง ร้านค้ารายย่อย ทั้งรูปแบบรายชิ้นและการเหมาคัน ในราคาช่วงโปรโมชั่นลด 50% ในระยะเวลา 3 เดือนนี้ เพื่อเพิ่มความสะดวกและคล่องตัวให้กับวิสาหกิจชุมชนทั่วเทศในการส่งสินค้าทั้งรูปแบบขายปลีกและส่ง โดยสามารถแสดงสิทธิ์ OTOP เพื่อยืนยันรับส่วนลดได้ที่ไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ

ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น
นายพีระ อุดมกิจสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด

อีกทั้งยังเปิดให้อีคอมเมิร์ซภาคเอกชนกว่า 10 ราย สามารถเชื่อมต่อระบบการจัดการขนส่งกับไปรษณีย์ไทย เพื่อส่งสินค้าปลีกไปยังผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงยังพร้อมสนับสนุนระบบการจัดเก็บสินค้าที่ปลอดภัยสำหรับการรอเข้าร่วมการจัดแสดงสินค้าที่ต่อเนื่องตามระยะเวลาที่ต้องการ ในพื้นที่ของไปรษณีย์ไทยและไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นที่มีอยู่ทั่วประเทศ มั่นใจได้ทุกกระบวนการจัดส่งที่สามารถระบุเวลาในการส่งสินค้าได้ สำหรับการจัดกิจกรรมทางการตลาดของ OTOP ทั่วประเทศ ด้วยแพลตฟอร์ม Order Management System ซึ่งผู้ประกอบการจะสามารถปริ้นบาร์โค้ดเพื่อจัดส่งสินค้าเข้าสู่ระบบได้อย่างสะดวก หลังจากนั้นจะเข้าสู่ระบบการขนส่งที่ชื่อว่า Transportation Management System (TMS) ซึ่งจะสามารถติดตามการขนส่งได้ตลอดทั้งเส้นทางจากแทร็กกิ้งและรูปถ่ายเมื่อส่งของถึงมือผู้รับ

นอกจากนี้ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นยังมีแผนในการพัฒนาแพลตฟอร์มบริหารการขนส่ง หลังรับทุนจากกองทุนดีอีเอสมา 139 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรในราคาที่ถูกลงกว่าปัจจุบัน และยังเป็นการส่งเสริมรถขนส่งอิสระทุกประเภททั่วประเทศ ให้มีแพลตฟอร์มช่วยจับคู่รถขนส่งกับผู้ประกอบการในราคาที่ช่วยลดต้นทุนการจัดส่ง ด้วยการใช้ระวางว่างของรถขนส่งให้เต็มประสิทธิภาพทั้งเที่ยวไปและกลับ ซึ่งใช้ความสามารถของเทคโนโลยีเข้ามาจับคู่สินค้ากับรถขนส่งอิสระที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มที่มีระวางว่างและอยู่ใกล้สินค้าที่จะรับมากที่สุด ลดการตีรถเปล่าต่อเที่ยว สามารถรองรับการจัดส่งได้ครั้งละจำนวนมากๆ ถือเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถกระจายสินค้าได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้งานได้ราวเดือนตุลาคม 2565 นี้ โดยจะเปิดรับรถขนส่งอิสระเข้าร่วมแพลตฟอร์มขนส่งสินค้าแห่งชาติในโอกาสต่อไป

ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นมีรายได้ปี 2564 กว่า 1,200 ล้านบาท และตั้งเป้าปี 2565 จะมีรายได้กว่า 1,300 ล้านบาท ซึ่งไตรมาสแรกที่ผ่านมามีรายได้กว่า 300 ล้านบาทเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา ทำให้คาดว่าปี 2565 จะสามารถทำรายได้ได้ตามเป้าหมาย ด้วยยอดความเสียหายของสินค้าที่ไม่เกิน 1% ซึ่งปัจจุบัน ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นมีจุดรับสินค้ากว่า 1300 สาขา พร้อมศูนย์กระจายสินค้าไปรษณีย์ไทยอีกกว่า 16 แห่งทั่วประเทศ และพื้นที่การจัดเก็บสินค้าของไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นเองทั้งที่จังหวัดลำพูน เชียง พิษณุโลก อุดร นครราชสีมา อุบลราชธานี ราชบุรี บางนา หลักสี่ สุราษฎร์ธานี ทุ่งสง และหาดใหญ่

Related Posts

กรุณาติดต่อขออนุญาตใช้คอนเทนต์ก่อน ได้ที่ กองบรรณาธิการ TheReporterAsia

Please contact the editor for permission to use the content first. TheReporterAsia