ฮือฮา!!! Non-Tech ชนะโครงการ Huawei Seeds for the Future 2023

หัวเว่ย

หัวเว่ย ประกาศผู้ชนะรางวัลโครงการ Huawei Seeds for the Future 2023 หลังการอบรมเข้าค่ายเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นมากว่า 8 วัน จนทำให้ได้ผู้ชนะ 5 คน จากผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 30 คนที่ผ่านเข้ามาสู่รอบสุดท้าย และนับเป็นครั้งแรกของการเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่ไม่ใช่สายเทคโนโลยี (Non-Tech) เข้าร่วมการแข่งขัน จนสามารถคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ โดย TheReporterAsia ได้มีโอกาสคุยกับน้องตาล นักศึกษาจากคณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถึงแนวคิดของการสนใจเรื่องเทคโนโลยี ที่ถึงแม้ว่าจะไช่นักศึกษาสายเทคโนโลยีก็ตาม แต่ด้วยความสนใจส่วนตัว และติดตามเพจโครงการ Seeds for The Future อยู่แล้ว ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการในที่สุด

น้องตาล วินิธา ภู่ชัย คณะมนุษย์ศาสตร์ เอกภาษาจีนธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ Non-Tech หนึ่งเดียวที่คว้ารางวัล Huawei Seeds for the Future 2023 ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่ด้านเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค ได้เปิดเผยก่อนจะเตรียมตัวไปศึกษาดูงานที่หัวเว่ย ประเทศจีนในเร็ววันนี้ว่า รู้ข่าวการรับสมัครจากการที่กดติดตามเฟซบุ๊กของหัวเว่ยไทยแลนด์เอาไว้ ซึ่งเราเองก็ยอมรับว่าเป็นเด็กสายมนุษย์ศาสตร์ไม่ใช่สายวิศว แต่เห็นว่าบริษัท หัวเว่ย ก็เปิดโอกาสให้สมัครได้จึงคิดว่าลองดูดีกว่า ตอนนั้นคิดแค่ว่าอย่างน้อยเทคโนโลยีมันก็จำเป็นต่ออนาคตข้างหน้า ถ้าเราได้เรียนรู้ไปด้วยมันก็คงจะดีขึ้น

เนื่องจากตาลเรียนด้านภาษา ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ เราก็จะรู้แค่เรื่อง Soft Skill แต่ลึก ๆ แล้ว ก็อยากขวนขวายอะไรที่มันเป็น Hard Skill เข้ามาบ้าง ก็เลยทำให้อยากเข้ามาร่วมโครงการ ซึ่งเมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องปรับตัวเป็นอย่างมาก เพื่อให้เข้ากับเพื่อน ๆ ที่เรียนมาทางด้านสายเทคโนโลยีหรือเอ็นจิเนียที่เป็นเรื่องเทคนิคอลโดยตรง แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งแน่นอนว่าการทำเทคโนโลยีก็จะต้องมีเรื่องค้าขายเข้ามา ซึ่งตาลเรียนทางด้านธุรกิจมา ก็ทำให้เราสามารถวางแผนธุรกิจให้เพื่อนได้ เราวางแผนการตลาดเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า วางแผนเลือกกลุ่มลูกค้าให้เพื่อนได้ ซึ่งก็จะเป็นการทำงานผสมผสานร่วมกันทั้งคนที่เป็นทางด้านเทคโนโลยีที่เราไม่ถนัด เข้าความถนัดด้านมนุษย์ศาสตร์ที่เราเรียนมา ออกมาเป็นธุรกิจที่จะเกิดการพัฒนาขึ้นไปได้เรื่อย ๆ

ในวันที่ตาลเข้ามาวันแรกเนื่องจากเราเรียนด้านภาษามา เรารู้สึกเลยว่าเราว่างเปล่ามากเรื่องเทคโนโลยี เมื่อหันไปมองที่เพื่อนแต่ละคนก็มีแต่ที่เรียนสายวิศวะหรือเทคโนโลยีมาโดยตรง คือบางคนเข้ามาพร้อมความสามารถในการเขียนโค้ดดิ้งเป็น เขียนเว็บไซต์เป็น ส่วนเราแค่มีความรู้เบื้องต้นว่าคลาวด์คืออะไร เอไอคืออะไร 5G คืออะไร สำหรับยูสเซอร์คนหนึ่งเท่านั้นเอง พอเข้ามาเราก็เริ่มศึกษาเข้าไปเรื่อย ๆ จนเราสามารถตามเพื่อน ๆ ทัน ซึ่งก็เป็นความสามารถของคอร์สที่หัวเว่ยจัดการออกมาได้ดี ทำให้คนพื้นฐานด้านเทคโนโลยีน้อย สามารถทำความเข้าใจในเนื้อหาได้อย่างไม่ยากจนเกินไป

ตอนเริ่มเข้ามาโครงการ ความตั้งจของการคือเรียนภาษาจีนเพื่อต้องการเป็นล่าม ซึ่งเมื่อเรียนรู้ได้ระดับหนึ่งแล้ว ก็อยากที่จะพัฒนาด้าน Hard Skill บ้าง และเนื่องจากการเป็นล่ามถ้าเราจะแปลให้ได้ดีอย่างรู้ลึก เราอาจจะต้องเข้าใจในศัพท์เทคนิคที่ใช้ในแต่ละอุตสาหกรรมนั้น ๆ แต่การที่จะรู้ลึกได้ดีที่สุดวิธีการก็คือ เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดที่รับรู้และเข้าใจในอุตสาหกรรมนั้น ๆ แต่เมื่อเริ่มเข้ามาสู่โครงการแล้ว เรากลับเริ่มรู้สึกว่าอยากทำงานสายเทคโนโลยีมากกว่า ซึ่งก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเรียนเรื่องเทคโนโลยีใหม่ เพราะในบริษัทเทคโนโลยีก็จะต้องมีการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร และหากเราจะสื่อสารให้ได้คุณภาพ เราก็จะต้องเข้าใจในเรื่องราวของบริษัทนั้น ๆ อย่างถ่องแท้ นั่นก็คือที่ว่างของนักมนุษย์ศาสตร์ที่จะเข้าไปทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีได้นั่นเอง

หัวเว่ย

วันนี้หลังจากที่ตาลได้เข้าร่วมโครงการ Seeds for the Future 2023 มันทำให้เรารู้เรื่องของเทคโนโลยีได้ลึกมากขึ้น จากวันที่เรารับรู้เพียงแค่ 5G เป็นแค่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เราไม่รู้แม้กระทั่งว่าความแตกต่างระหว่าง 5G, 4G หรือ 3G นั้นแตกต่างกันอย่างไร แต่วันนี้เรารู้แล้วว่า 5G มันสามารถเอาไปใช้กับเทคโนโลยีรถไร้คนขับ การผ่าตัดทางไกล หรืออะไรก็ตามที่ต้องการการเชื่อ,ต่อที่รวดเร็ว แล้วก็ยังมีเรื่องคลาวด์ ที่จากเดิมเราเข้าใจเพียงแค่ พื้นที่เก็บข้อมูลของโทรศัพท์ แต่วันนี้เราเข้าใจแล้วว่า คลาวด์เป็นที่เก็บและรวบรวมข้อมูล เพื่อให้สามารถนำไปวิเคราะห์ทางการตลาดได้

คลาวด์ยังสามารถช่วยพัฒนาการพยากรณ์ล่วงหน้าทางธุรกิจด้วยการจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้เราสามารถเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมีเหตุผลทางการตลาด ตรงกับความต้องการทางธุรกิจที่ไม่ต้องการเสี่ยงกับไอเดียหรือแนวคิดทางการแข่งขันโดยไม่จำเป็น ซึ่งแม้ว่าเราจะเป็น Non-Tech ที่ไม่ใช่สายวิศวะ แต่ทุกคนก็พยายามอธิบายให้เราเข้าใจ ซึ่งตลอดการทำงานร่วมกันในทีม 10 คน ไม่มีใครกดใครทำงาน ทุกคนมีการทำงานที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน และช่วยเหลือกันตลอด นับว่าเป็นสภาพแวดล้อมของการเรียนรู้ที่ดีมาก

จากวันแรกที่สมัครเข้าร่วมโครงการตาลคาดหวังเพียงแค่ว่าจะเข้าใจเทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อให้ตาลสามารถเป็นล่ามที่ดีได้ แต่วันนี้หลังจากที่จบโครงการ ตาลกลับคาดหวังที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคนที่สามารถทำเทคโนโลยี อยากช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมเพื่อทำให้มันดีขึ้นได้ แม้ว่าเราจะไม่ได้เรียนมาทางด้านสายเทคโนโลยีโดยตรงก็ตาม

ซึ่งแม้ว่าการสอนของหัวเว่ย ในช่วง 2-3 วันแรก ตาลอาจจะไม่ค่อยเข้าใจในคำศัพท์เทคนิคอยู่บ้าง แต่ก็ค่อย ๆ ทำความเข้าใจได้จากเพื่อน ๆ ทั้งในส่วนของการเรียนออนคลาส และออนไลน์ ในระหว่างการเข้าร่วมโครงการ ค่อย ๆ ทำความเข้าใจไปกับมัน แม้ว่าอาจจะช้ากว่าเพื่อน ๆ สายเทคโนโลยี แต่ก็ตามขึ้นไปได้ทันโดยที่ไม่ได้ยากจนเกินไป ด้วยหลักสูตรของหัวเว่ยที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้จริง ๆ

ทั้งนี้โจทย์ของการคิดไอเดียโครงการแบบกลุ่ม ภายใต้โครงการ Seeds for the Future 2023 ต้องให้ความสำคัญกับการช่วยโลก ด้วยการก้ปัญหาตามหัวข้อ SDGs เป็นหลัก ทำให้ทีมน้องตาล ได้คิดวิธีแก้ปัญหาด้าน Health & Being และทำให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมของการทำงานร่วมกัน ซึ่งทีมก็ได้เลือกที่เจาะตลาดไปที่กลุ่ม Sandwich Generation คือวัยที่มีภาระที่จะต้องดูแลพ่อ-แม่ ควบคู่ไปกับการที่จะต้องสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัวของตนเอง โดยทีมเชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และน้อง  ๆ ในทีมเองก็จะต้องเผชิญเข้าไปอยู่เป็นคนกลุ่มนี้ด้วยในอนาคต ทำให้ทีมอยากแก้ปัญหาด้วยการสร้างแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า “สบายดีซีเนียร์” ขึ้นมา เพื่อทำให้คนกลุ่มนี้ สามารถใช้แอปพลิเคชันนี้ เข้ามาตอบโจทย์ในการดูแล พ่อ-แม่ หรือผู้สูงอายุที่อยู่ในบ้าน เมื่อเขาต้องการให้ช่วยทำอะไรก็ได้ในทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ เรื่องการดูแลบ้าน การจัดการสวน การพาไปโรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งการช่วยตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้น แอปพลิเคชันนี้ก็จะต้องตอบสนองได้อย่างทันท่วงที

ขณะที่เกณฑ์การให้คะแนนของผู้ชนะรางวัล แบ่งเป็นส่วนการมีส่วนร่วม การตอบคำถาม ตลอดจนคะแนนสะสมของการเข้ามาเรียน ออนคลาส และออนไลน์ โดยมีการประเมินการให้คะแนนผ่านอาจารย์ผู้สอน และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีการคัดเลือกนักศึกษาเพื่อเข้าร่วมโครงการตั้งแต่แรก นอกเหนือจากนั้น ยังจะมีคลิปที่ทำออกมาเป็นงานเดี่ยว ซึ่งเป็นการสะท้อนความรู้ ความเข้าใจในสิ่งที่เรียนรู้จากโครงการ Seeds for the Future 2023 ตลอดทั้งโครงการว่ามีความเข้าใจมากน้อยเพียงใด อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ จากการนำเสนอหรือการสื่อสารเรื่องราวของโครงการ ให้กับผู้ที่ไม่รู้จักโครงการเลยว่าจะสามรรถเข้าใจและเข้าถึงโครงการได้อย่างไรบ้าง ทั้งหมดก็จะเป็นคะแนนที่รวบรวมและประกาศผลออกมาในที่สุด

banner Sample

Related Posts