สุดช็อก!!! ไทยบริโภค บุหรี่เถื่อน พุ่งสูงถึง 25.5%

บุหรี่เถื่อน

วิกฤต บุหรี่เถื่อน ในประเทศไทยทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าตกใจ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อชาวไร่ยาสูบ แรงงาน และร้านค้าทั่วประเทศ ภาคอุตสาหกรรมยาสูบจึงผนึกกำลังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ยกระดับปัญหานี้เป็นวาระแห่งชาติ และเร่งดำเนินมาตรการปราบปรามอย่างจริงจัง

บุหรี่เถื่อน ทะลัก 1 ใน 4 ของตลาด

ผลสำรวจล่าสุดจากสมาคมการค้ายาสูบไทย เผยตัวเลขสุดช็อก สัดส่วนการบริโภคบุหรี่เถื่อนในประเทศไทยพุ่งสูงถึง 25.5% ในไตรมาสแรกของปี 2567 นับเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา สถานการณ์นี้ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีจำนวนมหาศาล และบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยาสูบไทย

ชาวไร่ยาสูบเดือดร้อนหนัก

ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย สะท้อนความเดือดร้อนอย่างหนักจากวิกฤตบุหรี่เถื่อน ชาวไร่ยาสูบจำนวนมากต้องเผชิญกับการถูกตัดโควตาการปลูก และขาดความมั่นคงในอาชีพที่ยึดถือกันมาหลายชั่วอายุคน ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรนับล้านคน และอาจนำไปสู่วิกฤตสังคมในวงกว้าง

“พวกเราเรียกร้องให้รัฐจัดการบุหรี่ผิดกฎหมายมานานหลายปี เพราะชาวไร่ยาสูบเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับความเดือดร้อนโดนตัดโควตาการปลูกจากการยาสูบฯ แม้ในปัจจุบันจะได้โควตาคืนมาบ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่าการยาสูบฯ จะสามารถรับซื้อใบยาและปรับราคาเพิ่มได้เหมือนในฤดูกาลปลูกนี้อีก”

เพราะธุรกิจบุหรี่ซึ่งเป็นธุรกิจหลักได้ถูกบุหรี่ผิดกฎหมายช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดไปแล้วถึง 1 ใน 4 คิดเป็นกว่า 8,000 – 9,000 ล้านมวน หากเปลี่ยนเป็นบุหรี่ถูกกฎหมายจะเทียบเท่ากับใบยา กว่า 6.4 – 7.2 ล้านกิโลกรัม หรือกว่าครึ่งของใบยาที่เราขายให้กับการยาสูบฯ ในปัจจุบัน

“พวกเราประกอบอาชีพทำยามากว่า 3 ชั่วอายุคน ยาสูบทำให้ครอบครัวมีรายได้ที่มั่นคงมาตลอด แต่ยุคนี้เรามองไม่เห็นว่าอนาคตในอีก 3 ปี 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะไม่มีแนวทางแน่ชัดอะไรจากรัฐบาลในการปราบปรามบุหรี่เถื่อนที่เป็นปัญหาหลักของอุตสาหกรรมตอนนี้นอกเหนือจากการไล่จับร้านค้ารายย่อย แต่ไม่เคยสาวไปถึงต้นตอของขบวนการ ไม่เคยจับได้คาตู้คอนเทนเนอร์  พวกเราเชื่อว่าบุหรี่เถื่อนลดได้หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน แต่ควรมีนโยบายที่ชัดเจนจากนายกรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อทำให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายปราบปรามอย่างจริงจัง และเร่งประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นต้นทางอีกด้วย”

3 ช่องทางหลัก นำเข้าบุหรี่เถื่อน

สมาคมการค้ายาสูบไทย โดย นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหาร ชี้บุหรี่เถื่อนจะลดได้หากปิดช่องโหว่ของกฎหมาย เรียกร้องให้รัฐกวดขันกับ 3 ช่องทางลักลอบนำเข้าหลัก ได้แก่
  1. ช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน และส่งต่อไปยังโกดังรวมของจุดใหญ่ ๆ ตามภูมิภาคผ่านรถและพัสดุไปรษณีย์
  2. ทางทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ขนถ่ายจากเรือใหญ่สู่เรือประมงขนาดเล็ก มีต้นทางหลักคือเวียดนาม กัมพูชา และอินโดนีเซีย และ
  3. ขนส่งผ่านเขตฟรีโซน เช่น แหลมฉบัง อาศัยช่องว่างทางกฎหมายศุลกากร โดยระบุปลายทางสินค้าเป็นประเทศที่ 3 เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และนำกลับเข้ามากระจายในประเทศไทย หากจัดการได้จะเป็นการลดการทุจริตภายในประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในท่อน้ำเลี้ยงของการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาคอาเซียน

31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่เถื่อน

เพื่อกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงภัยร้ายของบุหรี่เถื่อน และร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ ภาคีเครือข่ายอุตสาหกรรมยาสูบไทยจึงประกาศให้วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันงดสูบบุหรี่เถื่อน” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการปราบปรามอย่างจริงจัง ทั้งการเพิ่มโทษผู้กระทำผิด การปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย และการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

วิกฤตบุหรี่เถื่อนไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ยังคุกคามสุขภาพและความเป็นอยู่ของคนไทยทุกคน ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและยั่งยืน เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่และปลอดภัยสำหรับทุกคน

#บุหรี่เถื่อนครองเมือง #รัฐเสียหาย #ชาวไร่ยาสูบเดือดร้อน #เศรษฐกิจไทยสั่นคลอน #31พฤษภาคมวันงดสูบบุหรี่เถื่อน

banner Sample

Related Posts