อโกด้า ผนึกกำลังรัฐบาลไทย ผลักดันไทยสู่ “ซิลิคอน วัลเลย์แห่งเอเชีย”

อโกด้า

อโกด้า (agoda) แพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ชั้นนำระดับโลก ประกาศความมุ่งมั่นในการร่วมมือกับรัฐบาลไทย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีชั้นนำในเอเชีย หรือ “ซิลิคอน วัลเลย์แห่งเอเชีย”

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของ อโกด้า ในกรุงเทพฯ เพื่อย้ำถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาภาคเทคโนโลยีของประเทศไทย โดยใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลของ Agoda

“ไทยมุ่งมั่นยกระดับประเทศให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีชั้นนำ การเยี่ยมชม Agoda บริษัทแนวหน้าด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งได้หารือถึงความร่วมมือทำให้มั่นใจว่าจะร่วมกันเพิ่มพูนทักษะด้านดิจิทัล ด้วยศักยภาพของไทยต่อการลงทุน ไทยและ Agoda จะร่วมกันเดินทางสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลชั้นนำ และเพื่อประโยชน์ร่วมกันในประเทศไทย” นายกรัฐมนตรี กล่าว

Agoda มีพนักงานกว่า 3,000 คน ประจำอยู่ที่สำนักงานในกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีบุคลากรที่มีความสามารถหลากหลายจากกว่า 70 ประเทศ ทำงานร่วมกันในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์, วิทยาศาสตร์ข้อมูล, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการวิเคราะห์ธุรกิจ

นอกจากนี้ Agoda ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรชาวไทย โดยมีโครงการรับนักศึกษาฝึกงานด้านเทคโนโลยีจำนวน 150 คนต่อปี และจ้างวิศวกรจำนวนมากจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างแรงงานที่มีทักษะสูง และส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ

นายออมรี มอร์เกนสเติร์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Agoda กล่าวว่า “สำหรับ Agoda ประเทศไทยไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักในด้านวัฒนธรรมและภูมิทัศน์ที่สวยงาม แต่ยังเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอีกด้วย Agoda มีความตั้งใจจะสนับสนุนรัฐบาลไทยและพยายามที่จะทำให้วิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นซิลิคอนวัลเลย์แห่งใหม่ของเอเชียเป็นจริง”

ความร่วมมือระหว่าง Agoda และรัฐบาลไทย ครอบคลุมประเด็นต่างๆ เช่น การพัฒนาทักษะดิจิทัล การส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งคาดว่าจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

ในการประชุมสุดยอดผู้นำ Booking Holdings ที่กรุงเทพฯ เมื่อเช้านี้ นายอีวัล สตีนเบอร์เกน รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Booking Holdings ยังได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของตลาดไทยต่อกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท โดยเผยตัวเลขน่าสนใจว่า Booking Holdings ดำเนินธุรกิจที่ใหญ่กว่าคู่แข่งในตลาดถึง 2-3 เท่า ด้วยยอดจองห้องพักกว่าพันล้านคืนต่อปี และมูลค่าธุรกรรมรวมกว่า 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นายสตีนเบอร์เกน กล่าวว่า Booking Holdings มีพันธกิจสำคัญในการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐของไทย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือนไทยมากขึ้น โดยบริษัทพร้อมสนับสนุนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ Agoda และ Booking Holdings นับเป็นสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเทคโนโลยีของไทย ซึ่งคาดว่าจะสร้างงาน สร้างรายได้ และช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

#Agoda #ท่องเที่ยวไทย #เทคโนโลยี #ลงทุน #เศรษฐกิจดิจิทัล

banner Sample

Related Posts