AIS PLAY ทุ่มทุนปฏิวัติการชมบอลไทยสด จัดทัพนักพากย์ยกระดับไทยลีก

AIS PLAY ทุ่มทุนปฏิวัติการชมบอลไทยสด จัดทัพนักพากย์ยกระดับไทยลีก

AIS PLAY ในฐานะผู้ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกอย่างเป็นทางการฤดูกาล 2025/26 สร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ให้วงการฟุตบอลไทย ด้วยการระดมทัพนักพากย์กว่า 60 ชีวิตเข้าร่วมเวิร์คช็อปสุดเข้มข้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพลิกโฉมประสบการณ์การรับชมให้เหนือกว่าที่เคย พร้อมประกาศกลยุทธ์ “ดูฟรีทุกเครือข่าย” เพื่อขยายฐานผู้ชมและผลักดันอุตสาหกรรมฟุตบอลไทยสู่ระดับสากล เริ่มอุ่นเครื่องความมันส์ 15 สิงหาคมนี้

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – การแข่งขันในตลาดบริการสตรีมมิ่งที่ดุเดือดผลักดันให้ผู้ให้บริการต้องสร้างความแตกต่างและนำเสนอคอนเทนต์ที่ทรงพลังเพื่อดึงดูดและรักษาฐานผู้ชม ล่าสุด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการเป็นผู้นำด้านดิจิทัลคอนเทนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงกีฬา ผ่านการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ AIS PLAY ในฐานะผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกฤดูกาล 2025/26 อย่างเป็นทางการ

AIS ไม่ได้มองว่านี่เป็นเพียงการซื้อลิขสิทธิ์เพื่อนำมาออกอากาศ แต่คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อ “พลิกโฉมวงการลูกหนังไทย” อย่างแท้จริง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ อาคาร AIS Tower 1 ได้เกิดภาพประวัติศาสตร์ขึ้นเมื่อ AIS PLAY จัดงานปฐมนิเทศและอบรมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คช็อป) ให้กับทีมงานนักพากย์ฟุตบอลไทย โดยรวบรวมบุคลากรคุณภาพจากทั่วประเทศมารวมตัวกันมากถึง 60 ชีวิต ซึ่งถือเป็นการรวมพลนักพากย์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการฟุตบอลไทย

ยกเครื่อง “เสียง” แห่งเกมการแข่งขัน: การลงทุนในคุณภาพเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด

หัวใจสำคัญของการรับชมกีฬาถ่ายทอดสด นอกจากภาพที่คมชัดและโปรดักชันที่น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว “เสียง” จากผู้บรรยายเกม ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สามารถชี้วัดอรรถรสและความสำเร็จของการถ่ายทอดสดได้ AIS ตระหนักถึงความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี การจัดเวิร์คช็อปครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการนัดพบปะธรรมดา แต่เป็นกระบวนการ “ติวเข้ม” ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับคุณภาพการบรรยายเกมให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งในด้านความถูกต้องของข้อมูล กฎกติกาการแข่งขัน และแนวทางการบรรยายที่ต้องทั้ง “รู้ลึก รู้จริง” เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับแฟนบอล

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจ เอนเตอร์เทนเมนท์ AIS กล่าวถึงความตั้งใจในครั้งนี้ว่า AIS มุ่งมั่นตั้งใจจริงๆ กับการที่จะช่วยผลักดันฟุตบอลไทย เราได้เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ฟุตบอลไทยลีกฤดูกาล 2025/26 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเรายินดี จะร่วมขับเคลื่อนบอลไทย เพื่อต่อยอดไปสู่ระดับโลก เราหวังว่า การถ่ายทอดสดฟุตบอล เราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะเดินหน้าผลักดันฟุตบอลไทย จริงๆ แบบทุ่มเท มีทั้งแพชชั่น และ รักฟุตบอลไทย จริงๆ

คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่า AIS ไม่ได้มองการลงทุนครั้งนี้ในมิติของธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังผสานเข้ากับความหลงใหล (Passion) และความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาของชาติอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์จัดทัพนักพากย์เฉพาะทาง: เจาะลึกทุกสมรภูมิไทยลีก

ความน่าสนใจและถือเป็นแนวคิดที่แปลกใหม่ คือการที่ AIS PLAY ไม่ได้ใช้ทีมพากย์ชุดเดียวกันในทุกระดับลีก แต่ได้มีการแบ่งทีมพากย์สำหรับไทยลีก 1, ไทยลีก 2 และไทยลีก 3 อย่างชัดเจน กลยุทธ์นี้เปรียบเสมือนการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ปรับให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย (Market Segmentation) ที่แตกต่างกัน แฟนบอลของแต่ละลีกจะได้รับชมเกมการแข่งขันพร้อมกับเสียงบรรยายจากทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและติดตามลีกนั้นๆ อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะ

ทัพนักพากย์ที่มาร่วมงานคับคั่งไปด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงการ อาทิ คุณโยธิน อารีย์การเลิศ นักพากย์ระดับตำนาน, “บับเบิ้ล” ยิ่งรัก สายข่าวบอลไทย กูรูผู้คร่ำหวอด, ตูเต้ อินฟลูเอนเซอร์บอลไทยรุ่นใหม่, “แชมป์” พฤทธิคุณ, ยุทธชัย จิรขวัญฉาย นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง, ตู่ กฤษณะ GOAT TV ตัวแทนสายฮาร์ดคอร์ และอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยอย่าง “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย การรวมตัวของนักพากย์หลากหลายสไตล์เช่นนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างสีสัน แต่ยังเป็นการการันตีคุณภาพและความลึกของข้อมูลที่แฟนบอลจะได้รับ

ให้ความสำคัญกับรากหญ้า: พลิกประวัติศาสตร์ลีกภูมิภาค (ไทยลีก 3)

อีกหนึ่งมิติที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ AIS คือการให้ความสำคัญกับ “ไทยลีก 3” ซึ่งเปรียบเสมือนฟุตบอลระดับรากหญ้าที่เป็นรากฐานสำคัญของวงการฟุตบอลไทย AIS ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการระดมนักบรรยายเกมที่คร่ำหวอดในลีกภูมิภาคจากทั้ง 6 โซนมารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็น “บอย พลับพลาไชย” วรพล อดีตสายข่าวบอลลีกภูมิภาคผู้เจนจัด, “บังอาร์ม” อัซฮาร์ ผู้เชี่ยวชาญโซนใต้ หรือ อ็อฟ วิศรุต กูรูบอลไทยมากประสบการณ์

การลงทุนในลีกภูมิภาคนี้ถือเป็นกลยุทธ์ระยะยาวที่ชาญฉลาด เพราะไม่เพียงแต่จะสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระดับท้องถิ่น แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสโมสรในไทยลีก 3 ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบนิเวศของฟุตบอลไทยโดยรวม

กลยุทธ์ “Freemium” และการเข้าถึง: ขยายฐานผู้ชมสู่ทุกคน

นอกจากการลงทุนด้านคุณภาพของเนื้อหาแล้ว กลยุทธ์การเข้าถึงผู้ชมก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ AIS PLAY ประกาศอย่างชัดเจนว่าการถ่ายทอดสดไทยลีกตลอดฤดูกาลนี้จะเป็นการ “ดูได้ทุกที่ ฟรีทุกเครือข่าย” ซึ่งถือเป็นการทลายกำแพงและเปิดโอกาสให้แฟนบอลทุกคนไม่ว่าจะใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือค่ายใด สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ฟุตบอลไทยลีกได้อย่างเท่าเทียมกัน

โมเดลนี้ในทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Freemium ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อการได้มาซึ่งผู้ใช้งาน (User Acquisition) จำนวนมหาศาลในระยะเวลาอันสั้น เมื่อผู้คนเข้ามาใช้งานแพลตฟอร์ม AIS PLAYเพื่อดูบอลไทยฟรีแล้ว ย่อมมีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับคอนเทนต์อื่นๆ ที่มีอยู่บนแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างรายได้ในรูปแบบอื่นต่อไปในอนาคต เช่น การโฆษณา หรือการสมัครใช้บริการเสริมอื่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) และเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักของ AIS ทั้งในกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง

นางสาวรุ่งทิพย์ ได้กล่าวเสริมถึงประเด็นนี้ว่า “เราแสดงให้เห็นว่า AIS ต้องการลงลึกในหลายมิติ ใส่ใจรายละเอียด เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุดของลูกค้าผ่าน AIS PLAYสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มความบันเทิงและกีฬาที่ครบครันที่สุดสำหรับคนไทย การจัดเวิร์คช็อปนี้ ทำเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด สำหรับคอบอล ซึ่งจะสร้างผลดีต่อวงการบอลไทย ไม่ใช่แค่ทีมพากย์ เรายังลงลึกถึงมุมถ่ายทอดสด เพื่อให้คัดสรร ทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุด”

บทสรุปและอนาคตการรับชมฟุตบอลไทย

การทุ่มทุนและเอาจริงเอาจังของ AIS ในการยกระดับการถ่ายทอดสดไทยลีกครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่สมาคมฟุตบอลฯ สโมสร นักกีฬา ไปจนถึงแฟนบอลทั่วประเทศ การแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดผู้ให้บริการถ่ายทอดสดจะนำมาซึ่งคุณภาพของโปรดักชันที่ดีขึ้น และส่งผลให้มูลค่าของฟุตบอลไทยลีกสูงขึ้นตามไปด้วย

สำหรับแฟนบอลไทย เตรียมพบกับมิติใหม่ของการรับชมฟุตบอลไทยลีก 1 และไทยลีก 2 ที่จะเริ่มเปิดฉากฟาดแข้งนัดแรกพร้อมกันในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 และตามด้วยไทยลีก 3 ในเดือนกันยายน สามารถรับชมการถ่ายทอดสดแบบจัดเต็มได้ฟรีทุกเครือข่าย ผ่านทุกช่องทางของ AIS PLAYทั้งแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน, กล่องAIS PLAYBOX, SAMSUNG Smart TV, Android TV, Apple TV และเว็บไซต์ aisplay.ais.co.th รวมถึงพันธมิตรอย่าง 3BB GIGATV นับเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามองซึ่งอาจจะเปลี่ยนภูมิทัศน์การรับชมกีฬาในประเทศไทยไปตลอดกาล

#AISPLAY #ไทยลีก #บอลไทย #AIS #ถ่ายทอดสดฟุตบอล #AISPLAYxThaiLeague #พลิกโฉมบอลไทย #ดูฟรีทุกเครือข่าย #เศรษฐกิจดิจิทัล

Related Posts