ทรู คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำความสำเร็จหลังการควบรวมกิจการ คว้า Top 3 Best IR Professional ทั้งในประเทศไทยและระดับ Rest of Asia จากผลสำรวจ Extel 2026 Asia Executive Team พร้อมคว้ารางวัลจาก IAA Awards 2025 สะท้อนความเป็นเลิศด้านนักลงทุนสัมพันธ์ที่ยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จกว่า 3 ปีในการสื่อสารการควบรวมกิจการที่ซับซ้อน
ผลการสำรวจ Extel 2026 Asia Executive Team (ex-Japan/ANZ) และรางวัล IAA Awards 2025 สะท้อนถึงความสำเร็จจากความพยายามต่อเนื่องกว่า 3 ปีของทีมนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสื่อสารกระบวนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจโทรคมนาคมที่ซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในยุคที่นักลงทุนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างกว้างขวาง บทบาทของนักลงทุนสัมพันธ์จึงปรับเปลี่ยนจากการเผยแพร่ตัวเลขทางการเงิน ไปสู่การวิเคราะห์และคัดกรองข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อทิศทางอนาคตขององค์กร
การควบรวมกิจการเมื่อปี 2566 ไม่ใช่เรื่องที่จะอธิบายผ่านผลประกอบการรายไตรมาสเพียงอย่างเดียว แต่นักลงทุนยังประเมินถึงการผสานโครงข่าย ระบบงาน วัฒนธรรมองค์กร และการสร้าง Synergy ตามที่เคยประกาศไว้ “หน้าที่ของเราคือการวิเคราะห์ว่าสิ่งใดคือประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน และสิ่งใดเป็นเพียงรายละเอียดประกอบที่แม้รับรู้ได้ แต่ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองการลงทุน” นอรีน คัยอุม หัวหน้าสายงานนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว
ทีมงานใช้นโยบายสื่อสารเฉพาะประเด็นสำคัญและกำหนดหมุดหมายที่ตรวจสอบได้ ภายใต้แนวคิดการพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์ ไม่ใช่เพียงคำบอกเล่า (Evidence, not Narratives) โดยแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์สามารถแปลงเป็นผลการดำเนินงานที่จับต้องได้ ซึ่งในไตรมาส 2 ปี 2569 ภายใต้การนำของ ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม และ นกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้รายงานกำไรสุทธิหลังภาษีต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 ที่จำนวน 6.6 พันล้านบาท และมี EBITDA อยู่ที่ 2.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.15 บาทต่อหุ้น
ยึดมั่นความโปร่งใสในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย
ในกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่บางส่วนดำเนินไปช้ากว่าแผน บริษัทเลือกใช้แนวทางการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและอัปเดตทันสถานการณ์ โดยไม่รอให้สถานการณ์ดีขึ้นก่อนจึงค่อยแจ้งตลาดทุน ทั้งนี้เพราะการยึดมั่นในความสม่ำเสมอของการสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความน่าเชื่อถือ
“ความโปร่งใสมีความสำคัญที่สุดในวันที่ข่าวไม่เป็นบวก” นอรีน คัยอุม กล่าวเน้นย้ำถึงจุดยืนการทำงาน พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่างานนักลงทุนสัมพันธ์ยังเป็นกระบวนการสองทาง โดยการนำคำถามและมุมมองของตลาดทุนกลับมาทบทวนการตัดสินใจภายในองค์กร (Feedback Loop) ซึ่งช่วยยกระดับบทบาทของนักลงทุนสัมพันธ์ไปสู่การกำหนดเชิงกลยุทธ์
นอกจากนี้ นอรีน ยังกล่าวเปรียบเทียบว่างานนักลงทุนสัมพันธ์เป็น “กีฬาประเภททีม” ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจาก Group CEO, CFO รวมถึงทีมงานด้านการเงิน ธุรกิจ กลยุทธ์ กฎหมาย และสื่อสารองค์กร ในการเตรียมข้อมูลที่ถูกต้องรอบด้าน เพื่อตอบคำถามเชิงลึกจากนักวิเคราะห์และนักลงทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ
รางวัลเกียรติยศและการกำหนดบทบาทใหม่ในยุค AI
ความมุ่งมั่นดังกล่าวส่งผลให้ ทรู คอร์ปอเรชั่น คว้าอันดับ Top 3 Best IR Professional ทั้งในประเทศไทยและระดับ Rest of Asia ในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม พร้อมได้รับยกย่องเป็น Most Honored Company จากเวที Extel Asia 2026 รวมถึงได้รับการยกย่องในสาขา CEO, CFO และ Investor Relations จากเวที IAA Awards for Listed Companies 2025
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในการสรุปรายงานและวิเคราะห์งบการเงินได้อย่างรวดเร็ว ทรู คอร์ปอเรชั่น มองว่า AI ไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เป็นการช่วยกำหนดบทบาทใหม่ของงานนักลงทุนสัมพันธ์ โดยสิ่งที่ AI ไม่สามารถทำได้คือบริบท วิจารณญาณ และการยืนหยัดอยู่เบื้องหลังตัวเลขเพื่อรับผิดชอบต่อข้อมูล
“AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่บริบท วิจารณญาณ และความเชื่อมั่น ยังคงเป็นเรื่องของมนุษย์” นอรีน กล่าวสรุปถึงหัวใจสำคัญของงานนักลงทุนสัมพันธ์ในการสร้างความเชื่อมั่นและคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
#TrueCorporation #ทรูคอร์ปอเรชั่น #InvestorRelations #Extel2026 #IAAAwards #หุ้นไทย #ตลาดทุน

