AIS เปิดเวทีใหญ่ ชี้จุดเปลี่ยนเร่งเครื่องคนไทยใช้ AI พลิกโฉมเศรษฐกิจ

AIS เปิดเวทีใหญ่ ชี้จุดเปลี่ยนเร่งเครื่องคนไทยใช้ AI พลิกโฉมเศรษฐกิจ
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 20 นาที

เมื่อคลื่นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนผ่านจากขั้นทดลองใช้ไปสู่แกนหลักในการขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง การสร้างความพร้อมของประเทศจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการครอบครองเครื่องมือล้ำสมัย แต่คือการยกระดับขีดความสามารถของทุนมนุษย์ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมเพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล

ผนึกกำลังข้ามพรมแดนเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากผู้ใช้งานสู่ผู้สร้างผลลัพธ์

เวทีสัมมนาด้านปัญญาประดิษฐ์ระดับประเทศเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการผ่านการเปิดตัวโครงการ AIS ACADEMY For THAIs 2026 ภายใต้แนวคิดหลัก MASTERING AI BEYOND BORDERS ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ งานสัมมนาดังกล่าวถูกจัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน สถาบันการศึกษา และกลุ่มพันธมิตรผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการตอบโจทย์ยุทธศาสตร์สำคัญว่า ประเทศไทยจะสามารถขับเคลื่อนและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้อย่างไรในมิติเศรษฐกิจจริง

การรวมพลังในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดขอบเขตอยู่เพียงการจัดงานประชุมวิชาการทั่วไป แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อเตรียมความพร้อมเชิงโครงสร้างตั้งแต่ระดับบุคคล องค์กรธุรกิจ ชุมชนเมือง ไปจนถึงระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ พันธมิตรทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันกำหนดทิศทางการพัฒนาเพื่อเปลี่ยนผ่านปัญญาประดิษฐ์ให้กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ตลอดจนการเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการและแรงงานไทยอย่างครอบคลุม

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส ได้สะท้อนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์บนเวทีอย่างชัดเจนว่า “AIS เชื่อว่าการเติบโตขององค์กรจะยั่งยืนได้ เมื่อเติบโตไปพร้อมกับสังคม เศรษฐกิจ และคนไทย นี่จึงเป็นที่มาของภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทยและการจัดงาน AIS ACADEMY for THAIs 2026 ซึ่งมุ่งเตรียมความพร้อมให้คนไทยรับมือกับโลกยุค AI ไม่ใช่เพียงให้เข้าถึงหรือใช้เครื่องมือเป็น แต่ต้องสามารถใช้ AI อย่างเข้าใจ สร้างผลลัพธ์ และต่อยอดเป็นโอกาสใหม่ได้จริง” โดยสาระสำคัญดังกล่าวตอกย้ำว่าบทบาทขององค์กรโทรคมนาคมยุคใหม่ต้องก้าวข้ามการเป็นเพียงผู้ให้บริการโครงข่าย ไปสู่การเป็นสะพานเชื่อมโยงขีดความสามารถทางดิจิทัลให้แก่สังคม

ยกระดับสามมิติการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างจากทักษะเฉพาะตัวสู่ระบบนิเวศแห่งชาติ

ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในปัจจุบันกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยประเทศไทยกำลังขยับจากจุดที่เน้นเพียงการเข้าถึงเครื่องมือไปสู่การสร้างขีดความสามารถขั้นสูง ขณะเดียวกันเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังยกระดับจากยุคปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างไปสู่พัฒนาการขั้นต่อไปอย่างปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป ซึ่งทำให้การเตรียมความพร้อมของคนกลายเป็นตัวแปรชี้วัดความอยู่รอดของประเทศ นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม ชี้ให้เห็นว่า

“สิ่งที่ประเทศต้องเร่งสร้างจึงไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานหรือเครื่องมือที่ทันสมัย แต่คือคนที่พร้อมเรียนรู้ ปรับตัว ตั้งคำถาม ตัดสินใจจากข้อมูล ทำงานร่วมกับ AI และใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ เพราะความพร้อมของคนคือจุดเริ่มต้นของความพร้อมของประเทศ”

AIS เปิดเวทีใหญ่ ชี้จุดเปลี่ยนเร่งเครื่องคนไทยใช้ AI พลิกโฉมเศรษฐกิจ
AIS เปิดเวทีใหญ่ ชี้จุดเปลี่ยนเร่งเครื่องคนไทยใช้ AI พลิกโฉมเศรษฐกิจ

เพื่อตอบสนองต่อพลวัตดังกล่าว งานสัมมนาได้ระดมผู้เชี่ยวชาญและผู้นำทางความคิดชั้นนำกว่า 30 ท่าน มาร่วมถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติจริงผ่าน 3 มิติแห่งการเปลี่ยนผ่าน มิติแรกคือการยกระดับจากการใช้งานระดับบุคคลไปสู่การปรับกระบวนการทำงานทั้งองค์กร โดยมุ่งเน้นการเริ่มต้นจากโจทย์ทางธุรกิจและผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง ควบคู่ไปกับการจัดเตรียมโครงสร้างข้อมูล บุคลากร และกระบวนการทำงานให้สอดรับกันอย่างเป็นระบบ

มิติถัดมาคือการปรับเปลี่ยนจากการจดจำวิธีใช้เครื่องมือไปสู่การบ่มเพาะทักษะที่พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน เนื่องจากเครื่องมือเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้บุคลากรจำเป็นต้องมีทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงลึก การตั้งคำถามเชิงกลยุทธ์ การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริง ควบคู่กับความคิดสร้างสรรค์และความรับผิดชอบต่อสังคม ขณะที่มิติสุดท้ายคือการเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบต่างคนต่างทำไปสู่การสร้างระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อกระจายองค์ความรู้และโอกาสในการเข้าถึงอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

เวทีประชันนวัตกรรมการศึกษาและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อความพร้อมของไทย

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเปิดเวทีวันแรกคือการแข่งขันโครงการ JUMP Thailand Hackathon 2026 รอบชิงชนะเลิศ ภายใต้โจทย์การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เพื่ออนาคตการศึกษาไทย เวทีการประชันไอเดียในรอบนี้คัดกรองผลงานอย่างเข้มข้นจากผู้สมัครทั้งหมด 603 ทีม รวมจำนวน 2,504 คน จากสถาบันการศึกษา 67 แห่งทั่วประเทศ จนเหลือ 10 ทีมสุดท้ายที่ได้ขึ้นนำเสนอผลงานเชิงนวัตกรรม สะท้อนให้เห็นถึงพลังความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนรุ่นใหม่ในการนำเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้

ผลการแข่งขันปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศตกเป็นของทีม MAMO จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้พัฒนานวัตกรรมโค้ชฝึกพูดอัจฉริยะ Wathasin ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมรับเหมาก่อเรื่อง จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับนวัตกรรมกล่องอักษรเบรลล์อัจฉริยะ BrailleBox ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เป็นของทีม MR. BOBO ซึ่งเป็นการผสานความร่วมมือระหว่างนิสิตนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ด้วยการพัฒนานวัตกรรม DEAFIN Education และรางวัลขวัญใจมหาชนตกเป็นของทีม TLDR จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าของแพลตฟอร์มการเรียนรู้ LearnLy

นอกจากเวทีแข่งขันของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ภายในงานยังมีการเปิดเวทีเสวนา Thailand AI Readiness เพื่อระดมวิสัยทัศน์จากผู้นำภาครัฐ ผู้บริหารภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมือง เนื้อหาบนเวทีได้ร่วมกันถอดรหัสความพร้อมของประเทศไทยในหลากมิติ ตั้งแต่การวางแนวทางปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยี การปรับเปลี่ยนวิธีปฏิบัติงานเพื่อเปิดรับโอกาสใหม่ ผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ต่อวิถีชีวิตคนเมือง ไปจนถึงทิศทางการปรับตัวของภาคธุรกิจไทยเพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

ยกระดับศักยภาพธุรกิจและแรงงานสู่อนาคตผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

เนื้อหาการสัมมนาในวันที่สองได้มุ่งเน้นการต่อยอดไปสู่การปฏิบัติการจริงในภาคธุรกิจและแรงงาน ผ่านหัวข้อ AI Ready Business และ AI Ready Skills โดยเวทีนี้เจาะลึกกรณีศึกษาการนำปัญญาประดิษฐ์ไปสร้างมูลค่าและผลกำไรในโลกธุรกิจจริง พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางเริ่มต้นที่จับต้องได้สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในการปรับใช้เทคโนโลยีให้คุ้มค่าต่อการลงทุน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรับมือกับพัฒนาการขั้นสูงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในอนาคตอันใกล้

ด้านการพัฒนาบุคลากร มีการเน้นย้ำถึงทักษะแห่งอนาคตที่จำเป็น ทั้งกระบวนการคิดเชิงออกแบบ การผสานพลังความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เข้ากับความสามารถของคอมพิวเตอร์ และการเตรียมความพร้อมของคนทำงานให้ทันต่อตลาดแรงงานยุคใหม่ ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถเข้าถึงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและมาสเตอร์คลาสเข้มข้นมากกว่า 20 หัวข้อ ควบคู่ไปกับการสัมผัสเทคโนโลยีจำลองผ่านพื้นที่จัดแสดงประสบการณ์เชิงโต้ตอบจากเครือข่ายพันธมิตรเทคโนโลยีระดับสากล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความรู้ที่ได้รับจะสามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานและการดำเนินชีวิตได้ทันที

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม ได้กล่าวเน้นย้ำถึงหมุดหมายสำคัญในระยะยาวว่า “เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงทำให้คนไทยตาม AI ให้ทัน แต่คือการสร้างความพร้อมให้คนไทยสามารถใช้ AI สร้างผลลัพธ์และโอกาสใหม่ได้จริง เพราะเมื่อคนพร้อม องค์กรพร้อม และทุกภาคส่วนเดินไปด้วยกัน ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามการเปลี่ยนแปลง แต่จะสามารถใช้ AI เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และอนาคตของประเทศให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” สะท้อนความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

AIS เปิดเวทีใหญ่ ชี้จุดเปลี่ยนเร่งเครื่องคนไทยใช้ AI พลิกโฉมเศรษฐกิจ
AIS เปิดเวทีใหญ่ ชี้จุดเปลี่ยนเร่งเครื่องคนไทยใช้ AI พลิกโฉมเศรษฐกิจ

เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืน

บทบาทของภาคเอกชนผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ในการจัดงานครั้งนี้ ได้ตอกย้ำถึงทิศทางการเปลี่ยนผ่านขององค์กรโทรคมนาคมชั้นนำสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ การเคลื่อนไหวนี้มิได้จำกัดอยู่เพียงการเตรียมความพร้อมให้แก่กลุ่มธุรกิจภายในของตนเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คลังองค์ความรู้ และเครือข่ายความร่วมมือที่มีอยู่ มาช่วยผลักดันให้เกิดการเติบโตร่วมกันของสังคมไทย

ความแข็งแกร่งของเอไอเอสสะท้อนผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม โดยมีฐานลูกค้ารวมกว่า 53.9 ล้านราย ครอบคลุมทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ที่ถือครองคลื่นความถี่มากที่สุดรวม 1,460 MHz พร้อมดูแลผู้ใช้บริการ 47.1 ล้านเลขหมาย ตลอดจนธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS 3BB FIBRE3 ที่มีฐานลูกค้ารองรับกว่า 5.3 ล้านราย ควบคู่ไปกับการขยายตัวของบริการลูกค้าองค์กร ค้าปลีก ดิจิทัลคอนเทนต์ และบริการทางการเงิน

การบูรณาการศักยภาพด้านโครงข่ายโทรคมนาคมเข้ากับการจัดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการพัฒนานวัตกรรม จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนเสถียรภาพของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมทั้งขับเคลื่อนให้ทั้งระบบนิเวศเศรษฐกิจก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

#AISACADEMYForTHAIs2026 #AISAcademy #MASTERINGAIBEYONDBORDERS #AIReadyBusiness #JUMPThailandHackathon2026 #ThailandAIReadiness #AIforThaiEducation #ปัญญาประดิษฐ์ #เศรษฐกิจดิจิทัล #ทักษะแห่งอนาคต

Related Posts